วันพา ‘แม่’ เที่ยวแห่งชาติ 70 เส้นทางตามรอยพระบาททั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 สิงหาคม 2559 เวลา 11:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/447553

วันพา ‘แม่’ เที่ยวแห่งชาติ 70 เส้นทางตามรอยพระบาททั่วไทย

โดย…กาญจน์ อายุ

เรื่องราวต่อไปนี้อาจทำให้คุณสนิทกับแม่มากขึ้น ด้วยเส้นทางท่องเที่ยวฉบับมารดาที่ทำให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในวันที่ 12 ส.ค. กับโครงการ 70 เส้นทางตามรอยพระบาททั่วไทย

ศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กลุ่มผู้หญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดที่สำคัญ และประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวผู้หญิงจำนวนมาก จึงกำหนดให้เดือน ส.ค. เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิง โดย ททท.ได้จัดโครงการวูเมนส์ เจอร์นีย์ ไทยแลนด์ (Woman’s Journey Thailand) ร่วมมือกับภาคเอกชนกว่า 200 ราย จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวผู้หญิงทั้งไทยและต่างชาติ และเน้นโปรโมทเส้นทางตามพระราชเสาวนีย์ 4 รูปแบบ ได้แก่ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและรักษาป่าต้นน้ำทางภาคเหนือ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชาวอีสาน ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าชายเลน และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลทางภาคใต้ของไทย

คู่มือ 70 เส้นทางตามรอยพระบาทครอบคลุมทุกภาคของไทย ประกอบด้วย โครงการตามพระราชดำริ โครงการหลวง โครงการทดลองทางการเกษตรแนวเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการตามพระราชเสาวนีย์ โดยแต่ละแห่งไม่ได้เป็นเพียงแหล่งเรียนรู้ แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้

นาขั้นบันได บ้านสะจุก-สะเกี้ยง จ.น่าน

เป็นข่าวครึกโครมกับปัญหาเขาหัวโล้นที่น่าน แต่ในบ้านสะจุก-สะเกี้ยง เขตป่าสงวนแห่งชาติดอยภูคา-ผาแดง คือแหล่งทำนาขั้นบันไดตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำบนยอดดอยขุนน่านให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชาวบ้านและชาวเขา (ลัวะ) ทุกคน ช่วงเวลาชมนาขั้นบันไดมี 2 ช่วง คือ เที่ยวฤดูฝนดูนาข้าวสีเขียว ส.ค.-ก.ย. และเที่ยวฤดูหนาวดูข้าวออกรวง พ.ย.-ก.พ.

ใครที่จะพาแม่ไปเที่ยวต้องเช็กสุขภาพแม่และเช็กสภาพรถยนต์ให้ดี เพราะการเดินทางไปหมู่บ้านสะจุกต้องผ่านทางลาดชัน มีหลุมบ่อ ใช้เวลาเดินทางนาน อยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติขุนน่าน 44 กม. และห่างจากแนวชายแดนไทย-ลาวเพียง 2 กม. ทั้งนี้ทางโครงการไม่อนุญาตให้พักแรม จะเป็นการเที่ยวแบบวันเดย์ทริปเท่านั้น ซึ่งขากลับไปยังตัวเมืองน่าน สามารถแวะเที่ยวชมการต้มเกลือสินเธาว์โบราณที่บ่อเกลือ หรือแวะชมดอกภูคาที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคาในเดือน ก.พ.

แหล่งไหมแพรวาบ้านโพน จ.กาฬสินธุ์

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา บ้านโพน อยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตชาวผู้ไทย โดยเฉพาะการทอผ้าไหมแพรวาที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งไหม” นักท่องเที่ยวสามารถชมการทอผ้า ชมการละเล่นโปงลาง ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และกินอาหารอีสานรสชาติแซ่บดั้งเดิม

นอกจากนี้ บนเส้นทางก่อนถึงกาฬสินธุ์ สามารถแวะเที่ยวขอนแก่น สักการะพระธาตุขามแก่น หรือชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์สิรินธร จากนั้นหลังข้างแรมที่บ้านโพน แนะนำให้เดินทางไปร้อยเอ็ด เพื่อสักการะวัดป่ากุง หรือเจดีย์บรมพุทโธจำลอง

หมู่บ้านทอผ้าไหมโบราณ บ้านท่าสว่าง จ.สุรินทร์

การทอผ้าไหมยกทองโบราณเป็นเอกลักษณ์ของบ้านท่าสว่าง ด้วยการทอด้วยกี่โบราณขนาดใหญ่ใช้พื้นที่ตั้งแต่เรือนทะลุไปยังใต้ถุน ความโบราณนี่เองที่ดึงดูดคนปัจจุบัน บ้านจันทร์โสมาจึงเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าไหมยกทองแก่นักเรียนนักศึกษาและนักท่องเที่ยว และในหมู่บ้านมีร้านขายผ้าไหมหลากรูปแบบหลายราคาเอาใจคุณแม่ที่ปรารถนาซื้อเก็บไว้ในครอบครอง สำหรับคู่แม่ลูกที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตคนท่าสว่าง ในหมู่บ้านมีโฮมสเตย์ให้บริการราคาหลักร้อยให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์

สุรินทร์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างหมู่บ้านช้างตากลาง ลานแสดงช้างจำลองการสู้รบในอดีต และวัฒนธรรมชาวกูยที่น่าศึกษา นอกจากนี้สามารถเที่ยวเชื่อมโยงไปยังบุรีรัมย์และศรีสะเกษ แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและธรรมชาติที่ควรไปเยือน

ป่าชายเลนสิรินาถราชินี จ.ประจวบคีรีขันธ์

เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า-คลองคอย อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปลี่ยนจากนากุ้งเป็นป่าชายเลน หลังจากที่ในหลวงและพระราชินีเสด็จฯ มาวนอุทยานปราณบุรีเมื่อปี 2539 กรมป่าไม้ได้สนองพระราชดำริโดยการยกเลิกสัมปทานนากุ้ง แล้วยกพื้นที่ส่วนหนึ่งให้แก่โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กำหนดให้เป็นพื้นที่ปลูกป่าถาวรและสร้างระบบนิเวศป่าชายเลนมาถึงปัจจุบัน

ภายในพื้นที่ประกอบด้วย เรือนโกงกางหรือพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ของป่าชายเลน หอชะคราม หรือจุดชมวิวมุมสูง 360 องศา สูงเท่าตึก 6 ชั้น และทางเดินศึกษาธรรมชาติตามรอยรับเสด็จ ระยะทาง 1 กม. และในจังหวัดเดียวกันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ชายหาดหัวหิน สถานีรถไฟหัวหินและพลับพลาที่ประทับ หรือที่ไกลออกไปจะเป็นอุทยานแห่งชาติกุยบุรี แหล่งศึกษาธรรมชาติและแหล่งดูช้างป่าที่ขึ้นชื่อของไทย

ศูนย์รวมช่างฝีมือ จ.พระนครศรีอยุธยา

งานหัตถศิลป์ของไทยถูกรวบรวมไว้ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่จัดแสดงงานช่างฝีมือคนไทย ทั้งการทอผ้า งานทำเครื่องเรือน งานเครื่องเคลือบดินเผา และงานจักสาน โดยทุกชิ้นเป็นงานหัตถกรรมจากฝีมือชาวบ้านและเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับการอบรม

นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตงานหัตถกรรมได้ที่หมู่บ้านศิลปาชีพและศาลาพระมิ่งขวัญ หลังจากนั้นอย่าลืมชวนแม่ไปถ่ายภาพสวยๆ ในสวนนกและวังปลา และปิดท้ายด้วยการพาไปซื้อ
ของฝากเป็นกำลังใจให้ชาวบ้านให้มีแรงสืบสานงานหัตถศิลป์ไทยต่อไป

ฟาร์มไทย-เดนมาร์ค จ.สระบุรี

เนื่องด้วยในหลวงและพระราชินีทรงสนพระทัยกิจการโคนมของชาวเดนมาร์ก จึงได้ริเริ่มฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค เมื่อ 56 ปีที่ผ่านมา ศึกษาประวัติได้ที่พิพิธภัณฑ์สองกษัตริย์ไทย-เดนมาร์ค จัดแสดงเรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2505 เมื่อครั้งที่ในหลวงและพระราชินี นำเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริค 19 และสมเด็จพระราชินีอินกริดแห่งเดนมาร์ก เปิดฟาร์มโคนม

ทางฟาร์มมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถพ่วงชมฟาร์ม ขี่ม้า ขับรถเอทีวี และชมอูฐ กวาง นกกระจอกเทศ หรือจะเข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้ เช่น การรีดนมวัวด้วยตัวเอง และเวิร์กช็อปทำโยเกิร์ต ซึ่งคู่แม่ลูกสามารถมาเที่ยวสนุกแบบมีสาระได้ทุกวันทั้งปี

เกาะมันใน จ.ระยอง

เกาะมันในเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก โดยกรมประมงได้รับพระราชทานพื้นที่จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี 2522 จัดทำเป็นศูนย์ฟื้นฟูเต่าทะเลจนเกิดเป็นกระแสอนุรักษ์เต่าไทยทั่วพื้นที่ บนเกาะมีอ่าวน่าชมหลายจุดทั้งอ่าวโกงกาง อ่าวหน้าบ้าน อ่าวต้นมะขาม และอ่าวหินโขดหญ้า ส่วนสาระความรู้มีให้ศึกษาที่อาคารนิทรรศการ ชมบ่ออนุบาลเต่าสำหรับเลี้ยงและพักฟื้น รวมถึงชายฝั่งทะเลมีคอกเต่าธรรมชาติกว่า
30 ไร่

นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือไปยังเกาะมันในได้สะดวกสบาย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (รับรองแม่ไม่บ่น) จากนั้นใช้เวลาบนเกาะให้นานเต็มที่ ตักตวงความเงียบความสวยงามให้เต็มพลัง ชมปะการัง หรือจะรอช่วงน้ำลดให้เกิดสันทรายข้ามไปสู่เกาะมันกลาง ก็เป็นความลับอีกอย่างที่หลายคนไม่เคยรู้

 

Leave a comment