ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/234364
วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
มะพร้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว ประมาณ 1.3 ล้านไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิต 1.05 ล้านตัน โดยมีแหล่งผลิตใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น ซึ่งปริมาณผลผลิตมีแนวโน้มลดลงทุกปี เนื่องจากปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวอย่างต่อเนื่อง เช่น แมลงดำหนาม และหนอนหัวดำ และสภาพพื้นที่ปลูกมะพร้าวกว่า 50% เป็นสวนเก่า ต้นมะพร้าวมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และขาดการดูแลรักษาทำให้ต้นโทรม ให้ผลผลิตต่ำ

ขณะเดียวกันชาวสวนมะพร้าวยังมีต้นทุนการผลิตสูง ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้การจัดการดิน ปุ๋ย และน้ำในสวนมะพร้าว ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ ประกอบกับที่ผ่านมา สวนมะพร้าวได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ส่งผลให้มะพร้าวติดผลน้อยลง ทำให้ได้ผลผลิตต่ำและไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศสมาชิกเออีซี(AEC) เพิ่มมากขึ้นเพื่อเป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม เช่น กะทิสำเร็จรูป โดยนำเข้าจากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนามขณะที่มะพร้าวในประเทศก็มีราคาดีด้วย
นายจำรอง ดาวเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ชาวสวนมะพร้าวมีต้นทุนสูง คือ เกษตรกรไม่มีการวิเคราะห์ดินและไม่ได้ใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำ ทั้งยังมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชค่อนข้างมากด้วย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรจำเป็นต้องปรับลดต้นทุนให้ต่ำลง และพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าว เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและทำให้มีรายได้สูงขึ้น โดยเลือกใช้มะพร้าวพันธุ์ดีไปปลูกแซมหรือปลูกแทนสวนมะพร้าวเก่าที่มีอายุมากหรือต้นสูง อาทิ พันธุ์รับรองและพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ พันธุ์สวีลูกผสม1, ลูกผสมชุมพร60, ลูกผสมชุมพร2, กะทิลูกผสมชุมพร 84-1 และชุมพร84-2 เป็นต้น
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรเร่งผลิตต้นพันธุ์มะพร้าวพันธุ์ดีเพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยปีนี้มีแผนเพิ่มปริมาณการผลิตต้นพันธุ์จาก 200,000 ต้น เป็น 300,000-400,000 ต้น นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายสร้างแปลงพ่อแม่พันธุ์มะพร้าวเพิ่มเติมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ราชบุรี พิจิตร ปทุมธานี และศรีสะเกษ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตต้นกล้ามะพร้าวพันธุ์ดีได้มากขึ้น เป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เกษตรกรได้
ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรยังมีแผนเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตมะพร้าวที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับชาวสวนมะพร้าว เพื่อเป็นแนวทางพัฒนายกระดับการผลิตและช่วยลดต้นทุนด้วย อาทิ การปลูกทดแทนมะพร้าวอายุมากโดยปลูกแทรกระหว่างต้นเดิมเพื่อลดค่าแรงเก็บเกี่ยวมะพร้าวในอนาคต ทั้งยังส่งเสริมให้ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพโดยให้เพิ่มจำนวนต้นต่อไร่ด้วยการปลูกแบบสามเหลี่ยมด้านเท่า จะได้จำนวนต้นต่อไร่มากขึ้น 15% อาทิ การปลูกมะพร้าวต้นเตี้ยแบบสามเหลี่ยม เช่น มะพร้าวน้ำหอม ที่ระยะระหว่างต้น 6.50 เมตร และระหว่างแถว 5.63 เมตร จะปลูกได้43 ต้น/ไร่ สำหรับมะพร้าวต้นสูง หากปลูกแบบสามเหลี่ยมที่ระยะ 9×7.80 เมตร จะปลูกได้ 22 ต้น/ไร่ และช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้
นอกจากนั้น ยังแนะนำให้ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พร้อมส่งเสริมให้ผสมปุ๋ยเคมีใช้เองหรือใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีลง และให้ความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการป้องกันศัตรูมะพร้าวโดยทำความสะอาดบริเวณสวนมะพร้าวเป็นประจำ กำจัดวัชพืชและกองทางมะพร้าวภายในแปลง ตัดทางใบมะพร้าวแก่ที่อยู่ด้านล่างออก เพื่อลดการคายน้ำ 25-50 % ทางใบอ่อนจะได้รับธาตุอาหารและความชื้นมากขึ้น และควรไถพรวนระหว่างแถวมะพร้าวไม่ลึกเกินไปเพื่อตัดรากเดิม โดยไถสลับกันทุกปีช่วงปลายฤดูแล้ง เพื่อให้เกิดรากใหม่
“ควรมีระบบให้น้ำในช่วงฤดูแล้งถ้าฝนแล้งนานจะกระทบต่อการติดดอกออกผล ถ้ามีการให้น้ำ มะพร้าวจะติดผลดกและให้ผลผลิตต่อไร่สูง เมื่อมะพร้าวอายุมาก ต้นสูงเก็บเกี่ยวลำบากและเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวมากขึ้น ควรทยอยปลูกทดแทนแล้วโค่นต้นเก่าทิ้ง และเกษตรกรสามารถที่จะปลูกกล้วยหอม กล้วยน้ำว้าฝรั่ง พืชผักและสมุนไพร เช่น ผักเสี้ยน ขมิ้นชัน แซมในสวนมะพร้าว เป็นช่องทางสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง”ผอ.สถาบันวิจัยพืชสวน กล่าว
