จิตอาสาวัยเยาว์ สู้ภัยพิบัติไต้ฝุ่นในฟิลิปปินส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 กันยายน 2559 เวลา 11:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/457322

จิตอาสาวัยเยาว์ สู้ภัยพิบัติไต้ฝุ่นในฟิลิปปินส์

โดย…เพรงเทพ ภาพ… wvi.org, insights.looloo.com

คนหนุ่มสาวที่มีจิตอาสาใจสาธารณะสร้างทำเพื่อโลกและสิ่งแวดล้อม อุทิศตัวเองทุ่มเทเวลาในการสร้างจิตสำนึกที่ดีเพื่ออนาคตของโลกที่มั่นคงและยั่งยืน โดยตัดความโลภที่มุ่งมองแค่การพัฒนาเพื่อความมั่งคั่งที่เต็มไปด้วยกิเลสให้ลดน้อยเบาบางลง

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ถึง 7,107 เกาะ แต่เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่จริงเพียงประมาณ 2,000 เกาะเท่านั้น ที่เหลือเป็นเกาะภูเขาไฟและเกาะขนาดเล็ก ซึ่งบางแห่งจะจมอยู่ใต้ทะเลขณะที่น้ำขึ้นสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีเกาะที่ยังไม่ได้สำรวจและไม่มีชื่อเรียกอีกกว่า 2,500 เกาะ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีพื้นที่ราบแคบๆ ตามชายฝั่งทะเล การเดินทางระหว่างเกาะจึงใช้เครื่องบินเป็นหลัก

ด้วยสภาพทางธรณีวิทยาทำให้ฟิลิปปินส์มักประสบปัญหาแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุอยู่เนืองๆ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางภูมิศาสตร์บ่อยครั้ง ปัจจุบันมีภูเขาไฟอย่างน้อย 22 ลูกยังคุกรุ่นพร้อมปะทุตลอดเวลา

ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งมลภาวะในดิน น้ำ และอากาศ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากร รวมถึงการลดลงของพื้นที่เกษตรและป่าไม้ การบำบัดของเสียไม่เหมาะสม ความเสื่อมโทรมของปะการังและพื้นที่ชายฝั่งทะเล เป็นต้น

ภูมิประเทศของฟิลิปปินส์แบ่งออกเป็น 3 หมู่เกาะ คือ ลูซอน เป็นหมู่เกาะทางตอนเหนือของประเทศ เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงคือ กรุงมะนิลา วิสายาส์ อยู่ทางตอนกลางของประเทศ และมินดาเนา อยู่ทางตอนใต้ และมีการปกครองแบ่งเป็น 17 เขต 79 จังหวัด และ 117 เมือง

บรรดาเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในโบโฮล หมู่เกาะวิสายาส์ และในแมนดาลูยง หมู่เกาะลูซอน ในประเทศฟิลิปปินส์ ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งและร่วมฝึกอบรมในการเรียนรู้และตรวจสอบความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่ซึ่งเสี่ยงภัยพิบัติและเขตอันตราย โดยวางแผนตามฤดูกาลในปฏิทินซึ่งบ่งชี้ถึงฤดูมรสุมที่จะนำหายนะจากภัยพิบัติของลมพายุที่รุนแรงจนบางครั้งทวีถึงซูเปอร์ไต้ฝุ่น

การเข้าเรียนรู้ด้วยกันกับครูในโรงเรียน นักดับเพลิง ทีมวิศวกร ทีมลาดตระเวนชุมชน และผู้นำหมู่บ้าน ซึ่งเด็กๆ จะได้เรียนรู้ในการดูและทำพื้นที่อันตรายด้วยตัวเองด้วยดินสอถ่าน กระดาษสี ด้วยแรงดึงดูดทางศิลปะที่จูงใจเด็กๆ ด้วยสีสันที่สวยงามในการสร้างความสนใจ ซึ่งโดยพื้นฐานของกิจกรรมเหล่านี้ เด็กๆ จะมีความสามารถและมีส่วนร่วมในการบรรเทาเบาบางความเสี่ยงจากภัยพิบัติในชุมชนของตัวเอง ซึ่งมีแนวโน้มสูงในทุกปีจากพายุไต้ฝุ่น น้ำท่วม และไฟป่า

ราล์ฟ เดเนียล เด็กชายชาวฟิลิปปินส์วัย 10 ขวบ เด็กน้อยรุ่นกระทงที่มีอายุก่อนวัยรุ่นเรียนอยู่เกรด 3 ซึ่งได้เรียนเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดความสนใจในเรื่องนี้แลเข้าประชุมสภาเด็กแห่งชาติเพื่อผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับชาติ ซึ่งจัดโดยองค์กรเวิลด์ วิชั่น ซึ่งมีการแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติในการรักษาโลกใบนี้ และราล์ฟได้เป็นผู้ชนะเลิศในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมมีหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายในการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมของฟิลิปปินส์

ในชุมชนที่เป็นครอบครัวขยายส่วนมากล้วนเป็นเครือญาติกันในซามาร์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของหมู่เกาะวิสายาส์ ในฟิลิปปินส์ โดยรายได้หลักของครอบครัวมาจากการทำฟาร์มเกษตรกรรม อุทกภัยหรือน้ำท่วมที่ทำลายพื้นที่เกษตรกรรมเกิดขึ้นทุกปี หนักบ้างเบาบ้างตามสภาพการณ์และภูมิอากาศในแต่ละปี กว่า 150 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบในทุกๆ ปี นอกจากรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว เวิลด์ วิชั่นได้เข้าไปช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ และได้ดำเนินการโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้เด็กๆ เข้าร่วมการประชุมสภาเด็กแห่งชาติ เพื่อนำเสนอปัญหาที่เรื้อรังยาวนาน ซึ่งเป็นวาระของโลกร้อนและการปกป้องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

สำหรับสภาเด็กแห่งชาติที่มีการประชุมประจำปี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมของเด็กๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทนชุมชนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเด็กในฟิลิปปินส์จะคุ้นชินกับการเห็นภัยพิบัติที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นและดีเปรสชั่น รวมถึงน้ำท่วมที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง ซึ่งเด็กก็ได้เห็นความสำคัญของการปลูกและรักษาต้นไม้เพราะช่วยป้องกันน้ำท่วมโดยตรง ราล์ฟ ซึ่งเป็นตัวแทนเด็กของชุมชนเข้าใจถึงจุดนี้ดี เขาบอกว่า ไฟฟ้าและน้ำที่ใช้ต้องมีการคิดอย่างรอบคอบมากขึ้นในความคุ้มค่า และพยายามลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดเพื่อสุขภาพและความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของคนในชุมชน

หลังจากกลับการประชุม ราล์ฟก็นำสิ่งที่เขาได้องค์ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เขาใช้ศิลปะในการวาดรูปเพื่อแสดงสิ่งเหล่านี้ให้เพื่อนๆ ของเขาเข้าใจได้ง่ายว่า ต้นไม้จะป้องกันน้ำท่วมอย่างไร รวมถึงการรณรงค์ให้ผู้ใหญ่ในชุมชนและเพื่อนๆ ที่โรงเรียนร่วมกันปลูกต้นไม้ทั้งที่โรงเรียนและในหมู่บ้าน พร้อมกันนั้นก็ยังมีการปลูกผักสวนครัวเพื่อใช้บริโภคในหมู่บ้านและแน่นอนย่อมที่จะปลอดสารพิษ รวมถึงทำความสะอาดบ้านให้ดูดี

แน่นอน เด็กๆ ในหมู่บ้านภายใต้การนำของราล์ฟก็ดูแลต้นไม้ที่พวกเขาปลูกอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ปลูกแล้วทิ้ง มีการพรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ และกำจัดวัชพืช เพราะเขาและเพื่อนๆ เชื่อว่าต้นไม้จะป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ในอนาคตได้

กรณีของราล์ฟเป็นแค่ความสำเร็จเล็กๆ ในระดับชุมชนห่างไกลของหมู่เกาะในฟิลิปปินส์ ที่เด็กเล็กๆ สามารถเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในหมู่บ้านอย่างจริงใจ วิถีชุมชนที่งดงามเป็นการปลูกเพาะเมล็ดพืชในคนรุ่นใหม่ที่จะยืนยาวต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น

 

Leave a comment