ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
27 กันยายน 2559 เวลา 11:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/456836

โดย…โยธิน อยู่จงดี
ครั้งหนึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วเราทุกคนต้องเผชิญหน้ากับราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจนแตะถึงระดับ 40 บาท/ลิตร เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนใช้รถ แต่ก็ต้องขอบคุณวันนั้นที่ทำให้ นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ ค่ายรถยนต์ และองค์กรรัฐทั่วโลกต้องเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่มาพร้อมกับวิกฤตภาวะโลกร้อน และหนึ่งในไอเดียที่เห็นพ้องต้องกันมากที่สุดก็คือการสร้างรถพลังงานไฟฟ้าขึ้นมาแทนที่รถพลังงานน้ำมันอย่างเร่งด่วน
แบตเตอรี่หัวใจแห่งการปฏิวัติรถพลังงานไฟฟ้า
ย้อนกลับไปในปี 1980 เป็นช่วงยุคเริ่มต้นของการพัฒนารถพลังงานไฟฟ้า ในช่วงแรกของการพัฒนาเป็นการนำเอาโครงสร้างรถยนต์เดิมมาใช้และแทนที่เครื่องยนต์สันดาปกับถังน้ำมัน ด้วยมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ก็ไม่ได้ประสบผลเป็นที่น่าพอใจนัก
กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เล่าถึงการพัฒนารถไฟฟ้าจากอดีตจนถึงปัจจุบันว่า
“ในช่วงแรกของการพัฒนารถพลังงานไฟฟ้านั้นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาคือเรื่องของแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถให้พลังงานมากเพียงพอกับการวิ่งในระยะทางไกลสามารถวิ่งได้เพียง 100-150 กม.เท่านั้น จึงไม่สามารถผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งแบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนารถไฟฟ้า เพราะจะวิ่งได้ไกลหรือใช้งานดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ที่ใช้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งต้องคอยระวังเรื่องพลังงานต้องคอยหาที่ชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ใกล้จะหมด รถพลังงานไฟฟ้าก็เช่นกันหากแบตเตอรี่ไม่สามารถทำให้รถวิ่งได้ระยะทางที่ไกลมากพอคนขับก็จะมีอาการพะวงเรื่องพลังงานที่เหลืออยู่ตลอดเวลาว่าจะพอถึงที่หมายหรือไม่
“จนกระทั่งมีการคิดค้นแบตเตอรี่ลิเธียมที่มีน้ำหนักเบาและเก็บพลังงานได้มากเพียงพอในการวิ่งระยะทางไกลที่ระยะทางประมาณ 250 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความฝันที่จะใช้รถพลังงานไฟฟ้าจึงเริ่มใกล้เป็นความจริง

“ยกตัวอย่างในส่วนของทางบีเอ็มดับเบิลยู ได้เริ่มโปรเจกต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ไอ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ในการพัฒนารถพลังงานไฟฟ้าขึ้นมาโดยเฉพาะ วิศวกรของเราได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของการพัฒนารถที่สร้างขึ้น เพื่อใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานขับเคลื่อนโดยเฉพาะในทุกๆ ส่วน ซึ่งส่วนประกอบหลักของรถไฟฟ้าเป็น 2 ส่วนหลักก็คือมอเตอร์และแบตเตอรี่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่หนักที่สุดของรถจะต้องเลือกแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักเบา แต่เก็บพลังงานได้มากอย่างแบตเตอรี่ลิเทียม
“ในส่วนของตัวถังรถได้พัฒนาตัวถังเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็กถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากัน เพื่อช่วยลดภาระการโหลดน้ำหนักและทำให้รถวิ่งไปได้ไกลมากขึ้น จนตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่ารถไฟฟ้านั้นสามารถวิ่งได้ระยะทางใกล้เคียงกับน้ำมันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเกณฑ์ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 180-250 กม.
“นอกเหนือจากนั้นสิ่งสำคัญของรถพลังงานไฟฟ้าก็คือ เรื่องของระบบการชาร์จไฟและมอนิเตอร์แบตเตอรี่ควบคุมการชาร์จและตรวจสอบให้พร้อมสำหรับการใช้งานเสมอ สำหรับคนที่ห่วงเรื่องฝนตกน้ำท่วมตรงนี้บอกได้เลยว่าไม่ใช่ปัญหาสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า เพราะแบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมีการซีลกันน้ำเป็นอย่างดี เพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนได้ในพื้นที่น้ำท่วมขัง เช่น ในกรุงเทพฯ รวมทั้งการทดสอบด้านความปลอดภัยการชนก็เช่นกัน”
ชาร์จที่ไหนก็ได้ที่มีปลั๊ก
กฤษฎา นำเสนอมุมมองการใช้รถพลังงานไฟฟ้าในอนาคตไว้ได้อย่างน่าสนใจต่อว่า
“สิ่งสำคัญอีกอย่างในการใช้รถไฟฟ้าก็คือเรื่องของการชาร์จไฟ ซึ่งคนทั่วไปมองว่าจะต้องมีสถานีบริการชาร์จไฟเหมือนกับปั๊มน้ำมันที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน แต่ทางบีเอ็มดับเบิลยูมองว่าในอนาคตการชาร์จไฟจะไม่ใช่รูปแบบที่เราคุุ้นเคยเหมือนกับการเข้าปั๊มน้ำมัน ลองนึกภาพเวลาใช้รถพลังงานไฟฟ้าของจริง รถจะมีการแจ้งเตือนถึงระดับแบตเตอรี่ให้ผู้ใช้หาสถานีชาร์จไฟที่ใกล้ที่สุด เพียงแต่ปัญหาในการชาร์จไฟของรถพลังงานไฟฟ้านั้น หากต้องการชาร์จอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องใช้เวลาในการชาร์จราวๆ 2-3 ชั่วโมง หรือขึ้นอยู่กับประจุไฟฟ้าที่เหลือในแบตเตอรี่ ทีนี้จะให้รถไฟฟ้าไปต่อคิวชาร์จไฟเหมือนปั๊มน้ำมันคงไม่ได้แน่นอน เพราะใช้ระยะเวลายาวนานเกินไป สถานีชาร์จไฟสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า จึงน่าจะเป็นจุดจอดรถตามสถานที่ต่างๆ ที่ให้ผู้ใช้เข้าจอดชาร์จไฟแล้วออกมาเดินเล่น รับประทานอาหาร ช็อปปิ้งซื้อของในเวลา 2-3 ชั่วโมงแล้ว จึงออกเดินทางต่อ ดังนั้นการชาร์จไฟจึงไม่จำเป็นต้องชาร์จตามปั๊มหรือสถานีชาร์จตามจุดจอดรถต่างๆ และต่อไปแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนจะช่วยทำการหาจุดชาร์จที่ว่างอยู่และทำการจองที่ชาร์จให้เรา ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในการใช้งานรถไฟฟ้ามากกว่า”

รศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองอธิการบดีฝ่ายแผนงาน และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และที่ปรึกษาวิจัยแผนงานสถานีชาร์จไฟสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้ความรู้เสริมในเรื่องระบบการชาร์จไฟให้กับรถไฟฟ้าว่า ในเรื่องของการชาร์จไฟให้กับรถไฟฟ้า ในจุดนี้ต้องมาดูเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าในบ้านเราก่อนว่ารองรับมากน้อยแล้วแค่ไหน ตอนนี้มิเตอร์ไฟฟ้าตามบ้านเรือนรองรับสูงสุดอยู่ที่ 15 แอมป์ แต่ในขณะที่การชาร์จรถไฟฟ้านั้นก็ต้องใช้กระแสไฟราวๆ 15 แอมป์ขึ้นไปถึงจะเพียงพอต่อการใช้งาน ดังนั้นการไฟฟ้าจะต้องทำการเปลี่ยนมิเตอร์ให้กับผู้ใช้งานตามบ้านที่มีการใช้งานรถไฟฟ้า ซึ่งเวลานี้ก็อยู่ในแผนการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยู่แล้วว่าอนาคตหากมีการชาร์จไฟฟ้าตามบ้านจะต้องทำการเปลี่ยนมิเตอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
ซึ่งการชาร์จไฟจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ก็คือในระดับแรก ชาร์จไฟปกติโดยใช้ปลั๊กไฟบ้านทั่วไปจะใช้เวลาชาร์จอยู่ที่ประมาณ 8 ชั่วโมง หรือขึ้นอยู่กับขนาดความจุของแบตเตอรี่ แต่ระดับต่อมา จะกินกระแสไฟสูงขึ้นจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนมิเตอร์ของการไฟฟ้าและสายไฟขนาดใหญ่ขึ้นและแนะนำให้มีสายไฟตรงของการไฟฟ้าเข้าเบรกเกอร์สำหรับชาร์จไฟรถไฟฟ้า โดยเฉพาะการชาร์จแบบนี้จะใช้เวลาในการชาร์จน้อยลง ซึ่งทั้งสองระดับเป็นการชาร์จไฟด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ
ในส่วนของการชาร์จตามสถานีชาร์จไฟจะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งตอนนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ใช้ผลงานวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พัฒนาสถานีควิกชาร์จที่สามารถชาร์จไฟได้เร็วถึง 15 นาที ในการทดลองชาร์จกับรถนิสสันลีฟ และใช้เวลาชาร์จประมาณ 10 นาที สำหรับรถมิตซูบิชิ ไอมีฟ ด้วยการติดตั้งสถานีชาร์จไฟเส้นทางกรุงเทพฯ ถึงพัทยาทั้งหมด 10 สถานี สถานีละ 2 หัว โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการในปลายปีนี้ และปีหน้าจะเริ่มสร้างสถานีชาร์จไฟในเส้นกรุงเทพฯ ถึงชลบุรี

“ส่วนตัวมองว่าโครงสร้างพื้นฐานการไฟฟ้าบ้านเรานั้นมีความพร้อมอยู่แล้วอยู่ที่ว่าเราจะเริ่มพัฒนาอย่างไร อีกอย่างหนึ่งก็คือการใช้รถพลังงานไฟฟ้าถือว่าเป็นการช่วยเหลือประเทศในการใช้พลังงานไฟฟ้าให้คุ้มค่าอีกทางหนึ่ง คนทั่วไปมักจะคิดว่าหากมีรถไฟฟ้าจะทำให้ประเทศมีการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น แต่เมื่อดูในเรื่องการใช้งานจริงๆ เราจะพบว่าผู้ใช้รถไฟฟ้าจะมีการชาร์จไฟที่บ้านในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงออฟพีกของการไฟฟ้า ออฟพีกหมายความถึงช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อยลง แต่โรงงานไฟฟ้ายังต้องผลิตไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการสูญพลังงานไฟฟ้าไปอย่างสูญเปล่าถึง 25 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละคืน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก
“แต่หากมีการชาร์จพลังงานไฟฟ้าให้กับรถในเวลากลางคืนก็จะช่วยลดความสูญเปล่าในจุดนี้ลงไป และเมื่อมองภาพรวมทั้งประเทศหากมีสถานีชาร์จไฟ หรือมีการชาร์จไฟตามบ้านเรือนกระจายอยู่ทั่วประเทศก็จะทำให้สัดส่วนการใช้พลังงานของทั้งประเทศคุ้มค่ามากขึ้น มีงานวิจัยหนึ่งที่ผมเคยให้นักศึกษานำตัวแปรต่างๆ มาคำนวณว่าเราจะต้องมีรถไฟฟ้าจำนวนเท่าไหร่ การใช้ไฟฟ้าในประเทศจึงจะถึงจุดวิกฤต คำตอบที่ได้ก็คือต้องไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคัน ถึงจะเกิดภาวการณ์ขาดแคลนไฟฟ้าเพราะเรามีการชาร์จไฟมากที่สุดในช่วงออฟพีกนั่นเอง”
จักรยานไฟฟ้า ผลพลอยได้จากการพัฒนาที่จับต้องได้
อย่างไรก็ดี ในขณะที่ผู้คนทั่วโลกต่างรอให้บริษัทผู้ผลิตรถวางจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้าเป็นทางเลือกประหยัดค่าใช้จ่าย ก็มีสตาร์ทอัพธุรกิจใหม่วางจำหน่ายสกูตเตอร์ไฟฟ้า สเกตบอร์ดไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้าวางจำหน่ายเป็นทางเลือกเสริมสำหรับคนที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางระยะสั้นๆ เช่น จากบ้านไปสถานีรถไฟฟ้าและต่อไปยังออฟฟิศ หรือการเดินทางไปกลับในระยะไม่เกิน 10 กม.
กัมปนาท สิงห์ขจร กรรมการผู้จัดการบริษัท อูโนะ ผู้นำเข้ารถไฟฟ้าขนาดเล็ก อธิบายว่า

”เหล่านี้มีหลักการทำงานไม่แตกต่างจากรถพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยหัวใจหลักของเครื่องอยู่ที่แบตเตอรี่ มีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กเป็นระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุมการทำงาน ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งข้อดีคือราคาไม่แพง มีความคล่องตัวสูง คืนทุนได้เร็ว เป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางระยะสั้นๆ ไม่เกิน 10 กม. ในแต่ละวัน ซึ่งหลังๆ ก็เริ่มมีผู้ผลิตชุดคิทสำเร็จรูป ในการนำไปติดตั้งกับรถจักรยานที่มีอยู่ให้กลายเป็นรถจักรยานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางที่ไกลขึ้น ซึ่งอาจจะเดินทางได้ไกลถึง 40 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หากใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และยังสามารถถอดแบตเตอรี่ใส่กระเป๋ามาชาร์จไฟในที่ทำงาน โดยไม่ต้องการการบำรุงรักษาเหมือนรถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกปี เมื่อปีที่แล้วราคาสินค้ากลุ่มนี้เฉลี่ยสูงถึง 4 หมื่นบาท/คัน แต่ปีนี้แค่มีเงิน 8,000 บาท ก็เริ่มซื้อมาจับต้องใช้งานกันได้แล้ว เพราะเริ่มมีผู้ผลิตหลายรายเข้ามาทำตลาด ทำให้มีการแข่งขันพัฒนาและราคาถูกลง
“สิ่งเหล่านี้ผมมองว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของโลกอนาคตที่สามารถจับต้องได้แล้วในปัจจุบัน ซึ่งชัดเจนที่สุดแล้วว่าอนาคตโลกจะเป็นไปในทิศทางนี้อย่างแน่นอน ทั้งในแง่ของรถขนาดเล็กและใหญ่”
เมื่อไหร่คนไทยจะได้ใช้รถพลังงานไฟฟ้า
นอกจากนี้ ผู้บริหารบีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทยคาดการณ์ตลาดรถยนต์ว่า ไม่เกิน 2 ปีหลังจากนี้เชื่อว่าจะต้องมีผู้ผลิตรถรายใดรายหนึ่งจะส่งรถพลังงานไฟฟ้าวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพียงแต่กระแสตอบรับจากผู้ใช้รถจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากเทียบดูข้อมูลในแง่ของการจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้ากับรถพลังงานน้ำมันในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่ารถพลังงานไฟฟ้ามียอดจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรถพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ หรือแบบพลังงานผสมปลั๊กอินไฮบริด แต่ว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันแล้วยังถือว่ายังห่างอยู่พอสมควร

“แต่ถ้าหากดูตัวเลขของยอดจำหน่ายรถพลังงานน้ำมันอย่างละเอียดจะพบว่ารถพลังงานน้ำมันมียอดเติบโตที่ไม่สูงเหมือนแต่ก่อน มีการคาดการณ์กันว่าในช่วงปี 2020 เป็นต้นไปยอดจำหน่ายของรถพลังงานน้ำมันจะมีแนวโน้มที่ลดลง และรถพลังงานไฟฟ้าจะมียอดจำหน่ายสูงขึ้น เพียงแต่ช่วงเวลานี้เมื่อดูการใช้งานและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่รถแบบปลั๊กอินไฮบริดจะตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากกว่า ทั้งนี้ก็ต้องดูว่าหากมีเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้รถพลังงานไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลมากกว่า 400 กม.ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ก็อาจจะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อรถพลังงานไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น”
ส่วน รศ.ดร.สุรินทร์ ก็คาดการณ์ไม่แตกต่างกันโดยมองว่า อนาคตรถคันต่อไปควรเลือกรถพลังงานไฟฟ้าไปเลย ซึ่งในอีก 4 ปีข้างหน้าจะได้เห็นการวางจำหน่ายรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ และในอีก 20 ปีข้างหน้า ภาพการใช้งานรถบนท้องถนนจะเปลี่ยนเป็นรถพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรมีมาตรการกระตุ้นการใช้งานรถไฟฟ้า บางประเทศในยุโรปก็มีการกระตุ้นด้วยการให้สิทธิพิเศษทางภาษีแก่ผู้ผลิตและผู้ซื้อ เช่น ในประเทศเยอรมนีก็มีการตั้งเป้าให้ประชาชนหันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าให้ได้ 5 แสนคัน ภายในปี 2020 ดังนั้นภาพรวมอนาคตรถไฟฟ้าคือคำตอบที่ดีที่สุด แต่จะดีกว่านั้นหากเราคนไทยมองเห็นโอกาสในการสร้างรถไฟฟ้าสัญชาติไทย ซึ่งเวลานี้คนไทยก็มีศักยภาพมากพอที่จะผลิตรถไฟฟ้าของตัวเองขึ้นมา ถ้าหากผลิตรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิงเราไม่มีทางสู้แบรนด์เจ้าตลาดได้เลยแต่หากเป็นรถไฟฟ้า เรายังมีโอกาสที่จะพัฒนาให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกได้เฉกเช่นบริษัท เทสล่า ผู้ผลิตรถไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกเวลานี้