ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
28 กันยายน 2559 เวลา 10:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/457078

โดย…จิรวรา วีรยวรรธน ภาพ เอพี
อาทิตย์ก่อนไปงานวันเกิดรุ่นน้องที่เพิ่งก้าวเข้าหลักสี่ (สิบ) หลังงานนั่งคุยกันนานเพราะไม่ได้เจอกันเกือบสิบปี ยังขำกันว่าตอนน้องจะเข้าเลขสามตอนนั้นน้องวิตกจริตจิตตกมากๆ จนดิฉันต้องไปนั่งปลอบใจในฐานะรุ่นพี่ที่เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน ผู้หญิงมั้งคะ… ก็จะกังวลโน่นนี่นั่น ไหนจะกลัวแก่ กลัวขึ้นคาน กลัวไม่มีใครมาจีบ กลัวมีลูกตอนแก่ไม่ได้ กลัวไม่ได้ปรับตำแหน่ง กลัวไปสารพัด
แต่มาถึงวันนี้น้องไม่มีร่องรอยของความกังวลเลย เพราะสุดท้ายน้องมีวัยเลขสามอย่างที่ดิฉันเคยบอกเป๊ะว่าเลขสามเป็นวัยที่ดีมากๆ ของผู้หญิง เป็นวัยที่รู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและไม่อยากเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่อีกต่อไป เป็นวัยที่มีกำลังและความมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นวัยที่สวยสะพรั่งเต็มที่และมีความมั่นใจ ก่อนลากันน้องถามว่าแล้วหลักสี่ที่น้องกำลังจะเจอจะเป็นอย่างไร เพราะจนถึงตอนนี้น้องก็ตัดสินใจไม่แต่งงาน อยู่เป็นโสดแบบเก๋ๆ ไม่แคร์สื่อ ดิฉันตอบไปด้วยใจจริงว่าเป็นช่วงวัยที่ดีที่สุดเลย เพราะเป็นช่วงที่การงานจะมีความท้าทายมากขึ้น เป็นวัยที่มีความพร้อมและความมั่นคงด้านการเงิน และเป็นช่วงวัยที่เราจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วที่สุด
คนไทยรุ่นนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสถิติที่บอกว่าอีกไม่นานมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรไทยจะเป็นผู้สูงอายุ ประเทศเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย แต่คำถามคือเราพร้อมไหม ตัวเราเองพร้อมไหม สังคมพร้อมไหม และประเทศพร้อมไหม
พอผ่านหลักสี่เข้าเลขห้า ในกรณีที่เป็นลูกจ้างแปลว่าเราเหลือเวลาทำงานหาเงินอีกแค่สิบปี ถึงตอนนั้นเราจะมีเงินสะสมเพียงพอที่จะใช้ชีวิตอยู่แบบมีคุณภาพไปได้นานแค่ไหน ค่าใช้จ่ายของการใช้ชีวิตก็ไม่เหมือนสมัยก่อน ถ้าอยากจะใช้ชีวิตแบบเดิมเดี๋ยวนี้ต้องมีค่าวิตามินอาหารเสริม ค่าฟิตเนส ค่าเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ถ้าคุณเลี้ยงน้องหมาน้องแมว ก็อย่าลืมบวกค่าตัดขนและค่าขนมน้องๆ ของคุณด้วย ไหนจะค่าทำหน้าทำทรีตเมนต์ไม่ให้เหี่ยวแก่เกินไปและอื่นๆ อีกสารพัด
คนวัยนี้…หมายถึงรุ่น GenX ขึ้นไปตระหนักดีและมีความกังวล เพราะเราเป็น Gen ที่แต่งงานช้าที่สุด มีลูกช้าที่สุด มีลูกน้อยหรือไม่มีเลย และมีอีกเยอะมากที่ครองตัวเป็นโสด คำถามของคน Gen นี้คือเราจะเข้าสู่ชีวิตหลังเกษียณอย่างไรให้ดีที่สุด ดิฉันมีเพื่อนหลายคนที่เตรียมตัวและมีแผนสร้างความพร้อมด้านการเงินให้ตัวเองแล้วตั้งแต่ตอนนี้
ทั้งหมดนี้คือโอกาสมหาศาลทางธุรกิจนะคะ หลายคนอาจจะบอกว่านักการตลาดเตรียมรับมือกับกลุ่มเป้าหมายนี้อยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่เป็นสินค้าและบริการประเภท Health and Wellness เท่านั้น ยังมีโอกาสทางการตลาดอีกมากที่เป็น Untapped need ที่ยังมองไม่เห็น ที่ต้องระวังคืออย่ามองคนกลุ่มนี้ตามตัวเลขของอายุ เพราะคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการปรับตัวสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นอื่นๆ ถ้าคุณเอาแบบแผนการตลาดเดิมๆ มาใช้รับรองว่าเกิดยาก เพราะคนกลุ่มนี้แม้จะมีอายุเยอะแต่มี Millennial Mindset อยู่ไม่น้อย คุณจึงเห็นคนวัยนี้ไปปีนเขา ดำน้ำ ต่อยมวย ใช้ Social Media พอๆ กับเด็กวัยรุ่น หรือลุกขึ้นมาเรียนโพลแดนซ์
ต้องหาและคุ้ยไปให้ลึกกว่าที่เคยเพื่อฉกฉวยโอกาสทองให้ได้ค่ะ เพราะในอีกไม่กี่ปีเรากำลังจะมีกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่มีเงิน มีกำลังและอำนาจจับจ่ายใช้สอย พร้อมจะฟุ่มเฟือยได้เพื่อสิ่งที่ดีกว่าให้กับตัวเอง เป็นกลุ่มที่มีภาระทางครอบครัวน้อย จำนวนมากเป็นโสด มีลูกน้อย หรือไม่มีลูก คนกลุ่มนี้ต้องการอะไรในชีวิตนอกเหนือไปจาก Health and Wellness แน่นอน ยิ่งภาครัฐยังไม่มีอะไรรองรับยิ่งเป็นโอกาสก้อนใหญ่ที่จะเติมเต็มสิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการ
ไม่กลัวแก่ค่ะ เพราะกลุ่มแก่รุ่นใหม่นี่แหละคือโอกาส
เกี่ยวกับผู้เขียน
จิรวรา วีรยวรรธน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์, แอดเวอร์ไทซิ่ง, ประเทศไทย ทำงานกับกลุ่มบริษัทโอกิลวี่ในประเทศไทยมานานถึง 20 ปี จึงมีประสบการณ์มากในด้านการสื่อสารแบบครบวงจร 360 องศา รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานในองค์กร ดูแลลูกค้าที่เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทั้งในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ค้าปลีก สุขภาพ สินค้าแฟชั่น โภชนาการเด็ก ไอทีและการสื่อสาร ตลอดจนองค์กร NGO และหน่วยงานภาครัฐ