ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
12 ตุลาคม 2559 เวลา 10:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/459740

โดย…กองทรัพย์
การแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานอาเซียน หรือ ASEAN Skill Competition 2016 ครั้งที่ 11 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีการแข่งขันฝีมือแรงงาน รวม 25 สาขา มีเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียนจำนวน 276 คน เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งมีเยาวชนไทยเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ทั้งหมด 17 สาขา 38 คน สิ่งที่สะท้อนกลับมาของงานนี้ นอกจากเหรียญรางวัลที่ได้รับ แต่เหนือไปกว่านั้นคือทุกครั้งที่มีการแข่งขัน เราจะเห็นแหล่งรวมฝีมือแรงงานระดับคุณภาพของอาเซียน เป็นเสมือนโรงเรียนแรงบันดาลใจสำหรับนักศึกษาอาชีวะทุกชาติในอาเซียนเลยก็ว่าได้
แรงบันดาลใจสร้างได้จากต้นแบบ
มูลนิธิเอสซีจีเป็นหนึ่งองค์กรที่พานักเรียนทุนอาชีวะ ในโครงการฝีมือชน คนสร้างชาติ จากรั้วอาชีวะทั่วประเทศที่ร่วมกิจกรรม “My Idol…ฝีมือชน คนโดนใจ” จำนวนกว่า 40 ชีวิต ร่วมเดินทางเยี่ยมชมการแข่งขัน นำโดย สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้ได้สัมผัสประสบการณ์จากการเห็นตัวอย่าง และเกิดแรงบันดาลใจในการเรียน กลับมาฝึกฝนฝีมือ และสามารถพัฒนาฝีมือจนสามารถเข้าแข่งขันได้ในอนาคต
“โครงการอาชีวะฝีมือชน คนสร้างชาติ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยหันมาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น ในขณะเดียวกันก็พัฒนาน้องๆ อาชีวะสู่การเป็นฝีมือชนคนเก่งและดี ปรับมุมมองและทัศนคติการเรียนอาชีวะให้ไปในทิศทางบวก เพราะข่าวอาชีวะตีกันเราเชื่อว่าเป็นเพียง 1% ของเด็กทั้งหมด แต่เด็กใฝ่ดีและมีฝีมือยังมีอีกมาก เราจึงส่งเสริมเด็กเหล่านี้ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่เข้าเรียน ปวช.สาขาช่างอุตสาหกรรม สาขาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สาขาคหกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ ต่อเนื่องจนจบหลักสูตร ปวส. และคัดเลือกตัวแทนนักเรียนทุนมาทัศนศึกษา มูลนิธิฯ หวังว่าน้องๆ จะเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปช่วยเสริมสร้างพลังใจ เกิดแรงฮึดสู้ในการฝึกฝนทักษะฝีมือของตนเองให้พัฒนายิ่งขึ้นไปอีก”
เราพบว่ามีนักเรียนทุนหลายคนที่มีเรื่องราวน่าสนใจ มีฝีมือและมีแนวคิดที่อยากพัฒนาตนเอง เช่นเดียวกับนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขัน หลายคนมีเงินเก็บหลักแสนบาทตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี มีกิจการเล็กๆ ของตัวเอง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอาชีวะไม่ได้มีแต่มุมความรุนแรง
สุวิมล จิวาลักษณ์
เปลี่ยนพลังลบให้เป็นบวก
“ผมเคยเป็นเด็กเกเรมาก่อน เป็นนักเลงหัวไม้มีเรื่องกับเขาไปทั่ว เคยเสพยาเสพติดเกือบทุกชนิด แต่ผมเลือกที่จะหยุดทุกอย่างเพราะมีคนดูถูกเราไว้ว่าไม่มีทางได้ดี ผมเลยหนีออกจากบ้าน จ.นครนายก ย้ายมากรุงเทพฯ เลือกเรียนต่อในสายอาชีวะ ระหว่างปิดเทอมแรกผมมีโอกาสได้บวชเรียน ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดกลายเป็นคนใหม่ ตั้งใจเรียน เพราะอยากให้พ่อกับแม่ซึ่งท่านเป็นช่างก่อสร้างภูมิใจในตัวผม” ศักดิ์-เฉลิมศักดิ์ ไชยสนาม นักศึกษา ปวส.1 วิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ สาขาเทคนิคยานยนต์ เล่าย้อนถึงวันที่เขาตัดสินใจเดินออกห่างจากอบายมุข และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หวังใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างเนื้อสร้างตัว
ปัจจุบันศักดิ์ทำงานฝ่ายอาคารสถานที่ของวิทยาลัย เพื่อนำเงินเดือนส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ และเขายังมีรายได้พิเศษจากการรับเหมางานก่อสร้างเล็กๆ น้อยๆ เขาบอกว่าตอนนี้มีเงินเก็บไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาทแล้ว “ผมเติบโตมาในครอบครัวที่ทำงานก่อสร้างตั้งแต่เด็ก เรื่องก่อสร้างก่ออิฐ ฉาบปูน ผมทำมาตั้งแต่จำความได้ ดังนั้นผมจึงต้องแสวงหาทักษะที่ผมและครอบครัวผมยังขาด ผมมองว่าในอนาคตช่างยานยนต์จะเป็นที่ต้องการของตลาด ขนาดตอนนี้เวลาเราเข้าไปในศูนย์ซ่อมรถหรือร้านซ่อม เรายังเสียเงินไปไม่น้อย แต่ก็ยอมจ่ายเพราะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ ถ้าหากเรามีความรู้ความชำนาญ อย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องเสียเงินให้กับร้าน แต่ความหวังของผมคือ มีกิจการของตัวเอง อยากให้พ่อกับแม่สบาย และทำให้คนที่เคยดูถูกถากถางผมไว้เห็นว่าผมประสบความสำเร็จในชีวิต”
“การเป็นนักเรียนทุนของมูลนิธิเอสซีจี นอกจากจะทำให้ผมได้รับโอกาสเรื่องการเรียนแล้ว ยังทำให้ได้มาร่วมทัศนศึกษา ซึ่งเปิดโลกให้ผมเยอะมาก หนึ่งคือได้เห็นเทคโนโลยีของต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ หรือเห็นว่าอุปกรณ์บางอย่างในบ้านเราก็ยังไม่มี เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านเขาให้ความสำคัญกับกิจกรรมของเด็กอาชีวะ เพราะเยาวชนเข้ามาร่วมชมงานหนาแน่นทุกวัน ถ้าบ้านเราให้ความสำคัญกับเด็กอาชีวะเหมือนต่างประเทศ ผมว่างานสายวิชาชีพจะมีคนสนใจเรียนมากขึ้น”
เฉลิมศักดิ์ ไชยสนาม
เลี้ยงตัวด้วยงานช่าง
ในขณะที่ศักดิ์เลือกเรียนสาขายานยนต์ เพราะอยากอุดช่องว่างทักษะของตัวเอง แต่สำหรับ แจ็ค-พงศกร พราหมเกษม นักศึกษา ปวส.ปี 1 สาขาก่ออิฐ วิทยาลัยเทคโนโลยีบุญถาวร หนุ่มวัย 18 ปีคนนี้ เป็นหนึ่งในตัวแทนประเทศไทยมาแข่งขันระดับอาเซียนในสาขาก่ออิฐ แม้เขาจะพลาดเหรียญรางวัล แต่สำหรับแจ็คการได้มาร่วมแข่งขันก็ให้ประสบการณ์พิเศษและเป็นโอกาสที่จะได้ฝึกฝนฝีมือ
“คนที่จะมาแข่งช่างก่ออิฐมีน้อยมากเมื่อเทียบกับเวียดนาม และอาจจะเป็นเหตุผลที่เราพลาดเหรียญรางวัลในการแข่งขันนานาชาติ สาขาก่ออิฐ ยังเป็นวิชาชีพที่คนเรียนน้อย เพราะคิดว่านี่คืองานของกรรมกร แต่ผมเลือกเรียนเพราะผมมองว่านี่คือช่องทางการเป็นเจ้าของกิจการในอนาคต เราต้องเรียนเพื่อให้รู้พื้นฐาน รู้ว่าอะไรถูกต้อง สวยงาม เพื่อที่จะเป็นหัวหน้าควบคุมคนงานได้ ปีที่แล้วผมมีโอกาสมาชมการแข่งขัน จึงทำให้ผมมีแรงบันดาลใจเพื่อกลับไปฝึกฝีมือและเป็นตัวแทนประเทศไทยมาแข่งขันครั้งนี้ ดังนั้นคนที่ผ่านการแข่งขันจะมีได้ทักษะการวางแผน การบริหารจัดการเวลาที่มีจำกัดเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพสูงสุด มีระบบความคิดอีกสเต็ปหนึ่ง”
ปัจจุบันแจ็คใช้เวลาช่วงปิดเทอมและวันเสาร์-อาทิตย์ โดยรับเหมางานปูกระเบื้องต่อเติมบ้าน ใช้เวลา 3 ปี เก็บเงินได้ประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งอนาคตเจ้าของผู้รับเหมาก่อสร้างไม่ไกลเกินเอื้อม “ครอบครัวผมค้าขาย แต่ผมไม่ชอบทำงานอยู่กับที่ ก็เลยเรียนก่อสร้าง ผมเริ่มรับงานแรกตอนเรียน ปวช.ปี 1 รับงานปูกระเบื้องในหมู่บ้าน จุดเริ่มต้นเพราะมีคนขับรถผ่านไปมาเห็นงาน แล้วก็มาว่าจ้างต่อเนื่องตอนนั้นรายได้เฉลี่ย 7,000-8,000 บาท ใช้เวลาทำงานประมาณ 3 วัน ตอนนี้ค่าจ้างไม่ได้เพิ่ม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือฝีมือที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้น และมีคนมาจ้างมากขึ้น ผมมองว่าการทำงานช่วยให้เราอดทน เป็นคนตรงต่อเวลา มีความละเอียดฝึกบริหารจัดการ พื้นที่ที่เรารับผิดชอบอย่างละเอียดรอบคอบ ผมไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเด็กช่างจะนิยมแต่ความรุนแรง วันๆ เอาแต่ตีกัน แต่คนที่ขยัน มุ่งมั่นในความฝันของตัวเองยังมีอีกจำนวนมากครับ” ตัวแทนผู้เข้าแข่งขันในสาขาก่ออิฐ กล่าว
พงศกร พราหมเกษม
มุ่งหวังแข่งขันระดับโลก
ใครจะรู้ว่าดอกไม้มุมหนึ่งของงานแต่งงานนางเอกดัง ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เป็นฝีมือของป้อม-ปราโมทย์ การัมย์ นักศึกษาคหกรรมศาสตร์ ปวส. 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา สาขาการจัดการธุรกิจดอกไม้และงานประดิษฐ์ เด็กหนุ่มที่ลาออกจากมัธยมปลายสามัญ โรงเรียน บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 เพื่อมาเรียนในสายอาชีพ และสายที่เขาเลือกเรียนก็คือการจัดดอกไม้ จากค่าแรง 400 บาทในครั้งแรก ปัจจุบันค่าจ้างต่องานของป้อมมากที่สุดที่เคยได้คือ 1.2 แสนบาท
“ตอนเรียนสายสามัญผมไม่มีคำตอบว่าตัวเองอยากเป็นอะไร แต่ผมมองว่าอาชีพนักจัดดอกไม้ยังเติบโตได้ อยากเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ซึ่งค่าแรงครั้งแรกของผมคือหลักร้อย แต่เราก็ดีใจที่หาเงินเองได้ จริงๆ แล้วงานฟรีผมก็ทำ งานจิตอาสาผมก็ทำ ผมมองว่าทุกงานเป็นครู เรามีโอกาสฝึกฝนพัฒนาตัวเองด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด ผมจึงแสวงหาโอกาสด้วยการเข้าแข่งขันการจัดดอกไม้ โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผมหาหนังสือเมืองนอกมาศึกษาสไตล์ แข่งระดับภาค เป็นตัวแทนภาคและชนะเลิศที่หนึ่งระดับประเทศ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับโลกที่อาบูดาบีในปี 2560”
ป้อม บอกว่า การเข้าร่วมกิจกรรม “My Idol…ฝีมือชน คนโดนใจ” ทำให้ได้มาเห็นบรรยากาศสนามแข่งขันระดับอาเซียน เพื่อที่จะได้ไม่ตื่นสนาม ได้เพื่อนใหม่ เจอคนเก่งๆ และมาเพื่อค้นหาว่าจุดอ่อนของเราคืออะไร เพื่อกลับไปฝึกซ้อมเพื่ออุดรอยรั่วของตัวเอง “ผมอยากเป็นครู เพราะเราเรียนอยู่ตรงนี้ทำให้เรารู้ว่า นักจัดดอกไม้ยังมีน้อย ยิ่งคนที่เป็นครูยิ่งขาดแคลน ดังนั้นความฝันของผมจึงชัดเจนว่าเราเรียนจบไปแล้ว จะไปเป็นอะไรและทำงานอะไรในอนาคต ตอนนี้ก็ทำงานเพื่อสร้างเครือข่ายและฝึกฝนฝีมือให้โดดเด่น ซึ่งเป้าหมายอันใกล้ก็คือการแข่งขันระดับโลกที่กำลังจะมาถึง” ป้อม กล่าวทิ้งท้าย
อารยา เอ ฮาร์เก็ต