ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
15 ตุลาคม 2559 เวลา 11:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/460427

โดย…จะเรียม สำรวจ
คมศานต์ จิวากานนท์ ถือเป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ก่อนจะประสบกับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจขายหมอน จนก่อตั้งเป็นบริษัทภายใต้ชื่อบริษัท ดีลักซ์ โฮเทล ซัพพลาย เพื่อผลิตและจำหน่ายหมอนโรงแรม 6 ดาว แบรนด์ลักษ์ชัวร์รี่
คมศานต์ เคยประสบปัญหาต่างๆ ในชีวิตมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการทำงาน หรือปัญหาหนี้สิน ถึงขนาดเคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่เนื่องจากชีวิตต้องสู้และต้องเดินต่อไปข้างหน้า คมศานต์ จึงตัดสินใจไปรับหมอนมาขาย แต่เนื่องจากคุณภาพหมอนที่รับมาเหมือนกับสินค้าทั่วๆไปในท้องตลาด จึงทำให้ คมศานต์ ตัดสินใจที่จะทำธุรกิจหมอนเป็นของตัวเอง ด้วยการใช้งบ 13 ล้านบาท ในการสร้างโรงงานผลิตหมอนเป็นของตัวเองในปี 2557
ช่วงแรกของการเริ่มต้นผลิตสินค้า คมศานต์ บอกว่ามีเครื่องจักรเพียง 1 ตัว ผลิตหมอนได้เพียง 3,000 ใบ/เดือนเท่านั้น แต่หลังจากได้ผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี แม้ว่าจะเน้นการขายเพียงการขายผ่านบูธตามห้างค้าปลีก และงานแสดงสินค้าต่างๆ เท่านั้น คมศานต์ จึงต้องซื้อเครื่องจักรเพิ่มอีก 1 เครื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 6,000 ใบ/เดือนในปัจจุบัน
“ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจหมอนจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก เนื่องจากจ้างโรงงานผลิตสินค้าเหมือนๆ กัน แต่ของเรามีความแตกต่าง เพราะเรามีโรงงานเป็นของตัวเอง และใช้เส้นใยธรรมชาตินำมาใช้ในการผลิตหมอน จึงทำให้หมอนภายใต้แบรนด์ลักษ์ชัวร์รี่ ได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการมียอดขายในปีแรกอยู่ที่ 130 ล้านบาท แม้ว่าจะใช้ช่องทางการขายเพียงการจัดบูธในคอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์การค้า และงานแสดงสินค้าเท่านั้น”
คมศานต์ เล่าต่อว่า ทุกครั้งที่ต้องคิดงาน ชอบใช้เวลาระหว่างขับรถ เพราะถือเป็นช่วงเวลาส่วนตัว ซึ่งช่วงที่คิดทบทวนงานต่างๆ คันเร่งที่เหยียบก็จะค่อยๆ ช้าลงเรื่อยๆ เพราะได้ใช้เวลาทบทวนสิ่งต่างๆ ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สมองแล่นพอสมควร เช่นเดียวกับการใช้เวลาคิดงานในห้องน้ำ เพราะถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีเวลาเป็นส่วนตัว เนื่องจากห้องน้ำมีความเงียบ เหมาะที่จะอ่านหนังสือ หรือคิดงานต่างๆ ซึ่งถ้าคิดงานอะไรออกก็จะเขียนไว้ที่ข้างฝา แต่ถ้าขับรถอยู่ก็จะใช้อัดเสียง
อีกหนึ่งสถานที่ที่ คมศานต์ ชอบเข้าไปใช้บริการ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงาน คือ ห้องนอนของลูก เพราะห้องลูกมีสีสันสดใส และมีของเล่นต่างๆ มากมาย มองไปข้างนอกก็จะเห็นบ่อปลาคาร์ป จึงทำให้รู้สึกรีแลกซ์ทุกครั้งที่เข้ามาในห้องลูก
แม้ว่าจะเพิ่งเข้ามาทำธุรกิจหมอนได้เพียงแค่ 2 ปี แต่หมอนลักษ์ชัวร์รี่ของ คมศานต์ ก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดได้มีการซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากในปี 2560 คมศานต์ มีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าโรงแรมทุกระดับ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ Home Service ให้บริการเรื่องหมอนกับผู้บริโภคถึงบ้าน เช่น ผู้สูงอายุ แม่บ้าน ผู้ทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาและมีปัญหาเรื่องการนอน ด้วยการนำสินค้าเข้าไปให้บริการถึงบ้าน เพียงโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์
สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาด คมศานต์ ยังคงเน้นกลยุทธ์แบบดาวกระจาย ด้วยการออกบูธตามออฟฟิศบิลดิ้ง คอมมูนิตี้มอลล์ทั่วประเทศ และออกขายตามงานแฟร์ต่างๆ พร้อมให้บริการส่งถึงบ้าน รวมไปถึงการรับผลิตสินค้าให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ และขายสินค้าผ่านช่องทางออน ไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากใช้กลยุทธ์ดังกล่าว คมศานต์ มั่นใจว่า ธุรกิจหมอนลักษ์ชัวร์รี่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านโฮเทล ซัพพลาย ให้กับผู้ประกอบการโรงแรมทั้งในและต่างประเทศที่ซื้อที่เดียวจบได้อย่างแน่นอน
จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว คมศานต์ คาดว่าจะนำพาธุรกิจหมอนลักษ์ชัวร์รี่มีรายได้อยู่ที่ 230 ล้านบาท ในสิ้นปี 2559 และเพิ่มเป็น 300 ล้านบาท ในปี 2560 หลังจากนั้นจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีนับจากนี้