ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
30 ตุลาคม 2559 เวลา 11:27 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/462716

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
บางครั้งฝันสลายอาจกลายเป็นเรื่องดี เพราะบางทีมันจะทำให้แข็งแรง โต้ง-ไตรรงค์ ประสิทธิผล หรือที่หลายคนรู้จักในนาม หัวแจกัน (หจก.) เขาได้รวบรวมการ์ตูนจากคอลัมน์ a spiritual day ในนิตยสารอะเดย์ จำนวน 55 เรื่อง ไว้ในหนังสือเรื่อง ฝันสลายรายวัน กับสำนักพิมพ์บัน ในเครือบริษัท บันลือ พับลิเคชั่นส์ ในรูปแบบการ์ตูนจบในตอน เฉลี่ยตอนละ 24-30 ช่องจบ ว่าด้วยเรื่องความรู้สึกนึกคิดของ “คน” และแอบวิพากษ์ “สังคม” ด้วยในที
โต้งเป็นนักวาด นักเขียน กราฟฟิกดีไซเนอร์ และคุณพ่อลูกสองในวัยกำลังซน หากให้ไล่ไทม์ไลน์การทำงาน เขาเริ่มทำงานที่ฝ่ายศิลป์ของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งเมื่อปี 2545 ทำหน้าที่ทำกราฟฟิกตามสั่ง เช่น ออกแบบปก จัดรูปเล่ม ทำโฆษณา และวาดภาพประกอบบ้าง จนกระทั่งได้รับโอกาสให้วาดการ์ตูนลงคอลัมน์ทั้งแนวเสียดสีการเมืองและสังคมปัจจุบัน ซึ่งเขาวาดตัวละครเป็นหัวแจกัน ผ่านไปสักระยะเขาก็ได้รับโอกาสอีกครั้งจากบรรณาธิการให้ทำหนังสือรวมเล่มการ์ตูน เขาจึงตั้งชื่อหนังสือเล่มแรกในชีวิตว่า หจก.
“คนมักคิดว่า หจก.เป็นนามปากกา แต่จริงๆ แล้วมันคือชื่อการ์ตูน”
เขาทำงานที่แรกได้ 5 ปี ด้วยความสนุกสนานทั้งสะสมวิชาจนเก่งกล้าสามารถก็ได้ลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ “สมัยนั้นฟรีแลนซ์อยู่ได้จริงๆ มีงานเยอะมาก ได้ทำปกให้ทุกสำนักพิมพ์ ได้จัดรูปเล่ม เรียกได้ว่าทำไม่ทันเลย ทำมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงตอนนี้ ควบคู่กับเป็นคอลัมนิสต์ เขียนหนังสือ เป็น บก.บ้างบางครั้ง จนมีหนังสือของตัวเอง 8 เล่มแล้ว” เขากล่าว
ผลงานทั้ง 8 เล่ม ได้แก่ หจก. (รวมเล่มการ์ตูน) สมุดวาดเขียน (รวมเล่มการ์ตูน) อุปมาการ์ตูน (เขียนใหม่ เรื่องเกี่ยวกับข้าว) best of หัวแจกัน (รวมเล่มการ์ตูน) มรดกแห่งความประสาท (เรื่องใหม่ เป็นบทความล้วน) เรื่องอะไร? (รวมเล่มการ์ตูน) It was a good year นามธรรมประจำวัน (เขียนใหม่) และ ฝันสลายรายวัน (รวมเล่มการ์ตูน)
ผลงานชิ้นล่าสุด ฝันสลายรายวัน โดยรวมเป็นเรื่องของสังคมและชีวิตคนทั่วๆ ไป เขาเล่าว่า ปกติจะมีสมุดวาดและปากกาดำติดตัวเสมอ เวลามีเรื่องอะไรที่ประทับใจ ไม่ประทับใจ หรือเรื่องปกติ ก็จะจดเอาไว้ในสมุดเล่มนั้น
“จดลงไปเพื่อดูความคิดตัวเอง” เขาเปิดสมุดที่เต็มไปด้วยภาพและตัวอักษร “มันจะมีบางอันที่จะนำมาเล่าเป็นการ์ตูนได้ ผมก็นำมาเรียบเรียงให้เป็นการ์ตูน ปกติเวลาเขียนจะมีทั้งภาพและตัวหนังสือโดยถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ของตัวเองที่เจอ หรือข่าว บางทีมันอาจจะมาเป็นประโยคๆ เดียว แล้วเราก็คิดว่าประโยคนี้เจ๋งดี น่าจะเอามาเป็นช่องสุดท้ายของการ์ตูนได้ จากนั้นค่อยคิดว่า ช่องก่อนหน้านี้มันจะเป็นยังไง เราก็เขียนออกมาเป็นย่อหน้าๆ แล้วค่อยซอยออกมาเป็นการ์ตูน 24 ช่อง หรือ 30 ช่อง ตัวหนังสือจะมาก่อนภาพ คิดให้เสร็จก่อนแล้วค่อยคิดภาพทีหลัง” โต้งอธิบาย

ฝันสลายรายวัน ล้วนถูกต่อยอดมาจากสมุดวาด ทั้งเล่มจึงเล่าถึง “ทุกเรื่องทุกอย่าง” ที่เขามองเห็นและรู้สึก บางบทเกิดขึ้นตอนใจลอย การวาดภาพจึงเหมือนการระบายความรู้สึก ระบายความนึกคิด ระบายออกมาเป็นความเงียบที่กำลังส่งเสียงดังอยู่ในลายเส้น
“อย่างปก เรื่อง ฝันสลายรายวัน ก็เกิดจากการที่นึกภาพปกไม่ออกก็เลยหยิบกระดาษมาใบหนึ่ง แล้ววาดไปเรื่อยๆ บอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งหยุด แต่ให้วาดไป วาดจนเต็มกระดาษอย่างที่เห็น” ตัวการ์ตูนที่เป็นเอกลักษณ์น่าจะเป็น คนจมูกยาว และแมวหูตั้งที่มักซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในภาพ
เบื้องหลังของคำว่า ฝันสลายรายวัน เขาเล่าว่าเกิดจากชีวิตช่วงหนึ่งในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เจอปัญหาหลายอย่างจนต้องบันทึกในสมุดบอกกับตัวเองว่า ช่วงนี้ฝันสลายรายวัน
“เรื่องที่เราเจอในชีวิต อาจเป็นเรื่องที่ไม่ถูกใจเรา แต่เราก็ต้องทำใจยอมรับมัน แล้วคำว่า ฝันสลายรายวัน ฝันที่สลายไปอาจเป็นฝันร้ายก็ได้ เวลาเราเจอความผิดหวัง บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องดี ผมรู้สึกว่าความผิดหวังมันมีเสน่ห์ของมันอยู่ ผมรู้สึกว่าเจ๋งดี ในบางอารมณ์รู้สึกว่า ถ้าผิดหวังบ่อยๆ ฝันสลายบ่อยๆ เราจะเข้มแข็ง” เขาอธิบาย
“ผมไม่รู้ว่าคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะได้อะไรกลับไป ผมไม่รู้ว่าสารที่ส่งไปจะเป็นยังไงบ้าง เพราะการ์ตูนมันทำให้คนอ่านตีความได้กว้างกว่า ถ้าคนอ่านอ่านแล้วไม่เข้าใจ ผมก็เกรงใจนะครับ แต่ผมชอบมันมากเลยการ์ตูนเล่มนี้”
เขายกตัวอย่างตอน in and out การ์ตูน 24 ช่อง โดย 7 ช่องแรกไม่มีตัวหนังสือ แต่จะเริ่มที่ช่อง 8 ความว่า เพลงบางเพลงฟังแล้วมันเศร้า บางทีก็เพราะเพลงมันเศร้า แต่…บางทีก็ไม่ใช่เพราะเพลงมันเศร้าหรอก ความทรงจำต่างหากที่มันเศร้า และเพลงก็แค่นำพาความทรงจำเหล่านั้น…มากับมัน แต่บางที…ก็ไม่ใช่ความทรงจำที่เศร้า หลายครั้งความทรงจำก็งดงาม แต่ความอาลัยอาวรณ์ในความทรงจำนั่นแหละที่ทำให้เศร้า ตกลง…ความเศร้ามันมีทางเข้ามาหาเราได้หลายทางจังนะ แล้วเรามีทางออกให้กับมัน…สักกี่ทาง? ซึ่งเขาให้สมญาว่าเป็นตอนที่โรแมนติกที่สุด
“ผมเป็นคนชอบวาดรูป ชอบเขียนบันทึก และชอบสังเกตสิ่งต่างๆ” เขานิยามตัวเอง “ผมไม่สามารถเป็นนักครีเอทีฟที่ต้องเค้นไอเดียเจ๋งๆ ออกมาเดี๋ยวนั้นได้ ภาพหรือตัวหนังสือมันต้องออกมาเอง ถ้าคิดไม่ออกก็ไม่ต้องคิด ไปทำอย่างอื่นแทน ไปเลี้ยงลูก ไปอยู่กับลูก อย่างตอน น้ำหนึ่งแก้ว ก็เกิดขึ้นจากบทสนทนาระหว่างผมกับลูกชาย”
โต้งจบจากคณะวิจิตรศิลป์ สาขาศิลปบัณฑิต (จิตรกรรม) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ 41 ปี เป็นนักวาดมาตลอดชีวิต ซึ่งภาพล้วนเกี่ยวโยงกับงานเขียนและหนังสือ เขาเล่าถึงพัฒนาการตั้งแต่เล่มหนึ่งจนถึงเล่ม 8 ว่า “จะเรียกว่ามีการพัฒนาก็คงไม่ผิด สิ่งที่เปลี่ยนไปแน่ๆ คือ ความคิด คนเราอายุ 30 กับ 40 ไม่มีทางคิดเหมือนกันแน่นอน เรามีครอบครัว เรามีลูก เราอยู่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างมหาศาลในช่วง 10 ปี ทั้งความคิดทั้งชีวิตไม่มีอะไรเหมือนเดิมแน่นอน” เขาลงน้ำหนักทุกคำพูด
“สำหรับตอนนี้ไม่เชิงว่าจะตื่นเต้นกับอะไรน้อยลง เรายังรู้สึกดีกับชีวิตมากๆ อยู่ แต่ว่ามันสงบมากขึ้น ไม่ได้รู้สึกหมดหวังหรือท้อแท้กับอะไร ยังรู้สึกดีที่แก่ ชอบวัยนี้ ช่วงอายุ 20 ถึง 30 เราจะเหวี่ยงจะแกว่งกว่านี้มาก แต่ตอนนี้มันแกว่งคนละแบบ สามารถจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ดีขึ้น เราเห็นได้จากตัวหนังสือที่เขียนออกมาตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มนี้ ยกเว้นเล่มอุปมาการ์ตูน ทุกเล่มเป็นการเขียนที่สำรวจตัวเองทั้งนั้น”
ไดอารี่รายวันกลายมาเป็นการ์ตูนรายวัน และจากตัวหนังสือกับการ์ตูนรายวันก็กลายมาเป็น ฝันสลายรายวัน หนังสือการ์ตูน 448 หน้า ที่จะทำให้คุณยิ้มแต่ไม่หัวเราะ ทำให้คุณคิดแต่ไม่กลัดกลุ้ม ทำให้คุณเห็นไม่ใช่แค่มอง และทำให้คุณร่วมวิพากษ์แต่ไม่วิจารณ์ ซึ่งหนังสือเล่มนี้อาจไม่ใช่การ์ตูนในฝัน แต่มันจะเป็นการ์ตูนที่คุณจะเก็บไปฝันและอยากลุกขึ้นมาวาดการ์ตูนช่องต่อไปด้วยตัวเอง