ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
08 ตุลาคม 2559 เวลา 09:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/459095

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่นแห่งประเทศไทย จัดโครงการสัมมนาเชิงวิชาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติในหัวข้อ “คอร์รัปชั่น…หายนะประเทศไทย” ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวเปิดสัมมนา
พล.อ.เปรม กล่าวว่า การคอร์รัปชั่นนิยมแปลความหมายว่าการโกงชาติ แต่ส่วนตัวยืนยันจะแปลความหมายว่าเป็นการปล้นชาติ ทั้งนี้ มีความพยายามคิดค้นวิธีการปราบการปล้นชาติ ที่ผ่านมาตัวเองเคยเสนอว่าเราต้องเริ่มต้นจากเด็ก และเราต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างโดยเริ่มจากคนในชาติของเรา
“เราไม่มีมาตรวัดความขี้โกง ไม่มีมาตรวัดความร่วมมือ แต่ทางสมาคมอาจมีข้อมูลตัวเลขว่าความรู้จักละอายของคนในชาติเราลดลงหรือมากขึ้น ที่ผ่านมามีความร่วมมือดีขึ้น เหมือนเดิม หรือลดลง เรื่องนี้คือปัญหาที่ยากมาก เราต้องช่วยกันคิดวิธีแก้ปัญหาว่ามีวิธีใดบ้างที่สร้างแรงจูงใจให้คนเลิกคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ ไม่ได้มาปล้นตนเอง เพราะอยู่แบบนี้ก็สบายดี จะไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนทำไม นั่นคือปัญหาที่ยิ่งใหญ่ ผมก็ได้แต่บอกว่าคนเราเกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน” พล.อ.เปรม กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประเทศเรามีความรักชาติพอสมควร ถ้าเรานำเรื่องคอร์รัปชั่นไปพูดให้ทุกคนเกิดความเข้าใจว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีงบประมาณไม่เพียงพอ การสร้างโบสถ์สร้างวัดยังบริจาคกันได้ ดังนั้น การบริจาคเงินมาสร้างเครื่องมือปราบทุจริตก็น่าเป็นไปได้ ส่วนตัวคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามคอร์รัปชั่นนั้นยังไม่เพียงพอ
“ทุกคนต้องมาช่วยกัน เช่น บ้านเกิดของผมอยู่ที่ จ.สงขลา มีเกาะยอ มีคลองกั้น เมื่อรัฐบาลทำสะพานผมก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนๆ และมีผู้หญิงคนหนึ่งนำเงินมาให้ผม 1,000 กว่าบาท ผมก็ถามว่านำมาให้ทำไม หญิงคนนั้นก็บอกว่าเมื่อก่อนจะเขาข้ามไปตัวอำเภอเมืองแต่เขาไม่กล้าข้ามคลอง กลัวเรือจะล่มเนื่องจากว่ายน้ำไม่เป็น แต่ตอนนี้มีสะพานแล้วเขาก็สามารถข้ามไปฝั่งตัวเมืองได้ ซึ่งเงิน 1,000 บาทนั้นคือค่าเรือจ้างที่เขาเก็บออมไว้ได้จึงนำมาให้”
ประธานองคมนตรี กล่าวว่า คนไทยมีจิตใจที่ปรารถนาดีต่อชาติถ้าไม่มีสตางค์เราก็ทอดกฐินคอร์รัปชั่นของเราไป การปราบปรามการปล้นชาตินับเป็นประโยชน์อย่างมาก หากมีเอกสารให้เด็กๆ ได้รับรู้ว่าการโกงเป็นเรื่องที่ไม่ดี อยากให้ทุกคนไปทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการริเริ่มเพราะทุกคนต่างมีข้อมูลกันอยู่แล้ว
“แต่สิ่งที่ยากมากคือระบบอุปถัมภ์ ผมคิดไม่ออกว่าจะแก้อย่างไร หากบอกว่าคนไทยช่วยเหลือคนผิด มันก็จริง แต่เขาก็ต้องตอบแทนบุญคุณซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูก มันจึงเป็นเรื่องยาก แต่ผมคิดว่านี่คือปัญหาใหญ่ที่เราต้องมานั่งช่วยกันคิดว่าเขาต้องแยกให้ออกว่าอะไรควรจะอุปถัมภ์ได้หรือไม่ได้” พล.อ.เปรม กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า การทำงานของ ป.ป.ช. เมื่อพบมูลความผิดก็จะรับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี และเมื่อเข้าสู่กระบวนการทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ การทำคดีต้องแล้วเสร็จภายใน 2 ปี ดังนั้นเมื่อครบ 3 ปีต้องมีบุคคลที่รับผิดชอบต่อการทุจริตที่เกิดขึ้นส่วนการทำคดีที่ค้างอยู่ในระบบประมาณ 500 เรื่องให้แล้วเสร็จ ภายใน 3 ปี
การแก้ไขปัญหาทุจริตที่จะเอาชนะได้จริงต้องอยู่ที่การป้องกันและปลูกฝัง ซึ่งเป็นเหมือนงานปิดทองหลังพระ ป.ป.ช. จึงมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ระยะที่ 3 (2560-2564) โดยกำหนดเป้าประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต ด้วยการปลูกฝังให้คนในชาติทุกช่วงวัยไม่ยอมรับและไม่ทนต่อการทำทุจริต และมีบทบาทร่วมกันทำทุจริตในชาติให้กลายเป็นศูนย์ภายใน 5 ปี