ก่อการร้ายคลุมเครือ ซ้ำเติมความเชื่อมั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2559 เวลา 09:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/460182

ก่อการร้ายคลุมเครือ ซ้ำเติมความเชื่อมั่น

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การประกาศแจ้งเตือนเหตุก่อการร้ายในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 25-30 ต.ค.นี้ พร้อมกำชับไปยังแต่ละพื้นที่ให้เฝ้าระวัง กวดขัน ติดตามรถต้องสงสัย ถือเป็นสัญญาณอันตรายและส่งผลสั่นคลอนความมั่นคงภายในอย่างรุนแรง

ในมุมหนึ่งการออกมาเตือนล่วงหน้าย่อมถูกมองว่าเพื่อให้ประชาชนได้ระมัดระวังตัวที่จะเดินทางไปไหนมาไหน ตลอดจนหวังสร้างความร่วมมือดึงประชาชนให้ช่วยมาเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุ หรือความผิดปกติให้เจ้าหน้าที่รัฐได้รับทราบอีกทางหนึ่ง

แม้วิธีการลักษณะนี้จะนำไปสู่ความ “แตกตื่น” และสุ่มเสี่ยงที่จะบานปลายกระทบต่อไปถึง “ความเชื่อมั่น” ในสายตาต่างชาติที่มองเข้ามายังประเทศไทย

ทั้งหลายเหล่านี้ย่อมยิ่งฉุดให้สถานการณ์ภายในประเทศย่ำแย่หนักกว่าเดิม ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ซึ่งสุดท้ายย่อมย้อนกลับมาซ้ำเติมความเชื่อมั่นของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ที่สำคัญการออกมาแจ้งเตือนครั้งนี้ ซึ่งมีการระบุช่วงเวลาชัดเจนวันที่ 25-30 ต.ค. ไปจนถึงทะเบียนรถต้องสงสัย แต่ทว่ายังขาดรายละเอียดอื่นๆ ทั้งเรื่องว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไหน แรงจูงใจในการก่อเหตุ หวังผลอะไร ที่จะทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

บางกระแสมองว่านี่อาจเป็นเพียงแค่การ “ดักคอ” แบบหว่านแหโดยไม่มีน้ำหนัก เพียงแต่เฝ้าระวังในช่วงที่สุ่มเสี่ยงธรรมดาเนื่องจากเดือน ต.ค. มีวันที่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนหลายวัน และยังมีวันครบรอบเหตุรุนแรงในอดีต เช่น วันที่ 10 ต.ค. เป็นวันสถาปนาฝ่ายกองกำลังของบีอาร์เอ็น วันที่ 12 ต.ค. เป็นวันประกาศธรรมนูญของขบวนการพูโลใหม่ วันที่ 25 ต.ค. ตรงกับเหตุการณ์ตากใบ

การออกมาประกาศให้เฝ้าระวังช่วงนี้ จึงอาจเป็นการสุ่มเฝ้าระวังแบบยังไม่มีข้อมูลที่มีน้ำหนักก็ได้

เนื่องจากก่อนหน้านี้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงไล่มาตั้งแต่ระเบิดกลางกรุงครั้งแรกที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม เรื่อยมาอีกหลายครั้งจนถึงระเบิดที่ศาลพระพรหม ล้วนแต่เกิดเหตุขึ้นมาโดยไม่มีการข่าวระแคะระคายแจ้งเตือนล่วงหน้า

การแจ้งเตือนล่วงหน้าครั้งนี้ จึงอาจเป็นการ “แก้ลำ” พยายามลบล้าง “แผลเก่า” แสดงให้เห็นว่าการข่าวของคสช.ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีปัญหาอย่างหนักในอดีตนั้น เวลานี้ไม่มีปัญหาแล้วเนื่องจากสามารถออกมาแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อให้มีการเฝ้าระวังได้ก่อนจะเกิดเหตุ

บางกระแสมองว่านี่อาจเป็นเพียงแค่การจุดประเด็นร้อนเพื่อกลบกระแสข่าวฉาวเรื่องทัวร์ฮาวาย ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก ด้วยการเปิดประเด็นร้อนใหม่ขึ้นมากลบกระแสหรือไม่

เมื่อมีเสียงวิจารณ์ว่าเรื่องการก่อการร้ายนี้ส่วนมากจะไม่มีการออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะให้เกิดความ “แตกตื่น” ในสังคม

เพราะด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในมือของรัฐบาล คสช.เวลานี้ มีกลไกอำนวยความสะดวกในการติดตาม สืบสวน สอบสวน ตรวจค้นได้อย่างกว้างขวาง บางส่วนจึงเห็นว่าเรื่องนี้ควรดำเนินการอย่างเงียบๆ ทั้งการติดตามเฝ้าระวังและการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยมากกว่าจะออกมาเปิดประเด็นใหญ่สู่สาธารณะที่อาจจะสร้างผลเสียมากกว่าผลดี

ดังจะเห็นว่าที่ผ่านมานอกจากการตรวจค้นในหลายพื้นที่และยังไม่พบความผิดปกติชัดเจนแล้ว การออกมาเปิดประเด็นว่าจะมีคนร้ายประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ แล้วนำมาก่อเหตุในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลในช่วงนี้ ย่อมสั่นคลอนต่อเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย เมื่อมีการระบุพื้นที่เป้าหมายจุดล่อแหลมเป็นห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

ทางด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาชี้แจงว่า การแจ้งเตือนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล นั้นในฐานะที่เป็นหน่วยปฏิบัติมีการเตรียมการในการตรวจสอบรายละเอียด ทั้งนี้การแจ้งเตือนเป็นเรื่องปกติ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น ทั่วโลกมีการก่อการร้าย ประเทศไทยถือเป็นจุดหนึ่งจะเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาได้

“เมื่อมีการแจ้งเตือนมา หน่วยที่รับผิดชอบในเรื่องความมั่นคงจะเข้มงวดในการตรวจสอบ ระแวดระวัง นอกจากนี้การแจ้งเตือนไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นมีการแจ้งเตือนมาตลอด”

ที่สำคัญ พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนจะเป็นข่าวจริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ แต่เราต้องทำให้ดีที่สุด ซึ่งผลสำเร็จจะได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจและความเข้าใจประชาชน สำหรับบทบาทกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ในปัจจุบันเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการร่วมกันทุกขั้นตอน

ปัญหาความคลุมเครือที่เกิดขึ้นมีแต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว เต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยงและมีแต่ทำให้ทุกอย่างย่ำแย่ลงกว่าที่ควรจะเป็น

 

Leave a comment