เปิดภารกิจปั๊มกฎหมาย เร่งรัดปฏิรูป-กรุยทางเลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2559 เวลา 11:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/459540

เปิดภารกิจปั๊มกฎหมาย เร่งรัดปฏิรูป-กรุยทางเลือกตั้ง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

อีกไม่กี่อึดใจประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ ภายหลังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตรียมส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการแก้ไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันนี้

ทันทีที่ร่างรัฐธรรมนูญถึงมือ พล.อ. ประยุทธ์ ก็จะเข้าสู่กระบวนการทำให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งหลังจากที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว เท่ากับว่าในปี 2560 จะมีการเลือกตั้ง สส.อย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นมีภารกิจที่ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทำมากมายเพื่อการเปลี่ยนผ่านประเทศ หนึ่งในนั้น คือ การจัดทำกฎหมาย

ทั้งนี้ การจัดทำกฎหมายดังกล่าวแบ่งได้เป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 10 ฉบับ ประกอบด้วย 1.การเลือกตั้ง สส. 2.การได้มาซึ่ง สว. 3.คณะกรรมการการเลือกตั้ง 4.พรรคการเมือง 5.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 6.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 7.ผู้ตรวจการแผ่นดิน 8.การป้องกันและปราบปรามการทุจริต 9.การตรวจเงินแผ่นดิน และ 10.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ กรธ.ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จ และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใน 240 วัน นับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ โดย สนช.มีเวลาพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจาก กรธ.

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับแรก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ถ้า สนช.ให้ความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน

ส่วนที่ 2 การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ทั่วไป โดยมาตรา 278 อาจเรียกได้ว่าเป็นบทบังคับที่จะมีผลให้ฝ่ายข้าราชการเกิดการตื่นตัวครั้งใหญ่ เพราะมีการกำหนดว่าถ้าไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามที่กฎหมายกำหนด คณะรัฐมนตรีต้องสั่งให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพ้นตำแหน่ง

มาตรา 278 บัญญัติว่า “ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการให้หน่วยงานของรัฐที่คณะรัฐมนตรีกำหนดดำเนินการให้จัดทำร่างกฎหมายที่จำเป็นตามมาตรา 58 มาตรา 62 และมาตรา 63 ให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายใน 240 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัตินั้น

ในกรณีที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ให้คณะรัฐมนตรีกำหนดระยะเวลาที่แต่ละหน่วยงานต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามความจำเป็นของแต่ละหน่วยงาน แต่ทั้งนี้เมื่อรวมแล้วต้องไม่เกิน 240 วันตามวรรคหนึ่ง

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่งไม่อาจดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้คณะรัฐมนตรีสั่งให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้นพ้นจากตำแหน่ง”

สำหรับกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานภาครัฐต้องดำเนินการจัดทำตามมาตรา 58 มาตรา 62 และมาตรา 63 มีสาระสำคัญ ดังนี้

1.ร่างกฎหมายควบคุมการดำเนินการของรัฐหรือกรณีที่รัฐอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ หรือชุมชน หรือ
สิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

2.ร่างกฎหมายเกี่ยวกับรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม

3.ร่างกฎหมายที่กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตอย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกัน การจัดทำร่างกฎหมายในส่วนที่ 2 นี้ จะรวมไปถึงร่างกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศด้วย

กล่าวคือ รัฐธรรมนูญมาตรา 259 กำหนดให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ และประกาศใช้ภายใน 240 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีวิธีการจัดทำแผน การมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนในการดำเนินการปฏิรูปประเทศ การวัดผลการดำเนินการ และระยะเวลาดำเนินการปฏิรูปประเทศทุกด้าน โดยให้เริ่มดำเนินการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้านภายใน 1 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ในเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการศึกษา ร่างรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้มีกฎหมายเพื่อการปฏิรูปเป็นการเฉพาะด้วย

กรณีของการปฏิรูปตำรวจ กำหนดให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด โดยให้ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมและไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อนเป็นประธาน มีหน้าที่ในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อการปฏิรูปดังกล่าว และตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายฉบับใหม่ ให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจดำเนินการตามหลักอาวุโส

ขณะที่การปฏิรูปการศึกษากำหนดให้มีคณะกรรมการอิสระหนึ่งคณะ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี มีกำหนดต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

นับจากนี้ไปภารกิจในระยะเปลี่ยนผ่านกำลังจะเริ่มอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ต้องรอดูว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศได้อย่างที่ คสช.หวังหรือไม่

 

Leave a comment