“บิ๊กบัง”คมช. มอง 2 ปี คสช. น้องตู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กันยายน 2559 เวลา 07:56 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/interview/455705

"บิ๊กบัง"คมช. มอง 2 ปี คสช. น้องตู่

โดย…วิรวินท์ ศรีโหมด

ต้องยอมรับว่าจากผลโพลที่ออกมาช่วง 2 ปีการบริหารประเทศของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่า โดดเด่นเข้าตาประชาชนมาก จนถูกยกให้เป็นรัฐบาลที่มีผลงานน่าพอใจมากที่สุดกว่ารัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งอื่น อาทิ 2 พี่น้อง ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า เพราะเหตุใดทำไมรัฐบาลที่เข้ามาจากการรัฐประหาร จึงเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากกว่ารัฐบาลการเลือกตั้ง

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และอดีตผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 35 กล่าวถึงการบริหารงาน 2 ปีของรัฐบาล คสช.ว่า มีความตั้งใจสูงในการจัดระเบียบประเทศให้เป็นไปในแนวทางปฏิรูปตามโรดแมป เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลยังทำไม่ได้ ทั้งเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่น ความขัดแย้ง เนื่องจากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดมาจากนักการเมืองเพียงอย่างเดียว ฉะนั้นจึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และขอให้รัฐบาลทำต่อไป

ส่วนปัญหาความขัดแย้งที่เป็นปัญหาประเทศมานาน มองว่ารัฐบาลควรทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เชื่อมให้คู่ขัดแย้งหันกลับมาพูดคุยกัน หล่อหลอมความคิดต่างให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาของประเทศเหมือนเช่น การแก้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องใช้การเจรจาโดยคำนึงถึงชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ

ขณะที่การแก้ปัญหาความยากจน รัฐต้องทำให้คนจนมีฐานะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ หรือทำให้มีคนชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น และแก้ปัญหาระบบการผูกขาดแบบเศรษฐกิจทุนนิยม เพราะเสมือนเป็นระบบเผด็จการเชิงเศรษฐกิจ แต่ถึงอย่างไรการแก้ปัญหาเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลา และเป็นภารกิจที่สำคัญของรัฐบาลที่ต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่ ซึ่งบางครั้งอาจไม่เสร็จเรียบร้อยในเร็ววันนี้ แต่ขอให้เดินต่อไป ซึ่งส่วนตัวมองว่ามีความเป็นไปได้

การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นควรต้องสร้างอุดมการณ์ อุดมคติให้ข้าราชการ ประชาชนในชาติให้เป็นคนดี เพราะการที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาอาจจะแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะแก้ไขให้ได้ทั้งหมดควรต้องแก้ที่พฤติกรรม โดยใช้เครื่องมือกระบวนการยุติธรรมเป็นตัวตัดสิน

ส่วนการแก้ปัญหาค้ายาเสพติดที่ผ่านมาที่มีทั้งการล่อซื้อ ให้รางวัลแต่ทำไมปัญหายาเสพติดไม่หมดนั้น มองว่ารัฐบาลควรใช้กลไกผู้นำท้องถิ่น อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะบุคคลเหล่านี้สามารถเข้าถึงพื้นที่มากกว่าเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหาร

ขณะที่การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ พล.อ.สนธิ กล่าวยอมรับว่า เป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานตั้งแต่อดีต เพราะเกิดจากการลงไปควบคุมวัฒนธรรมคนในพื้น จนทำให้เกิดเงื่อนไขทำให้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ขยายตัว ดังนั้นการแก้ปัญหานี้ต้องทำตามทฤษฎีโดยอ้างอิงกับปัญหาจริง หรือทำตามหลักที่บอกว่า สงครามประชาชนต้องแก้ด้วยประชาชนเอง

การปฏิบัติในเมื่อโครงสร้างการบริหารงานของรัฐ มีลงไปเป็นลำดับชั้นตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มองว่าตรงนี้จะเป็นฟันเฟืองหลักที่จะสามารถแก้ไขได้ เปรียบเสมือนโปรโมเตอร์มวยคือ รัฐไม่ควรทำตัวเองเป็นนักมวย โดยที่สร้างเงื่อนไขนำทหาร ตำรวจไปสู่กับผู้ก่อความไม่สงบ แต่ควรต้องหาวิธีการให้นักมวย สามารถชกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ควบคู่ไปกับทำให้คนในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยพุทธ ไทยคริสต์ ไทยจีน หรือไทยมุสลิม รู้สึกหวงแหนรักแผ่นดิน หมู่บ้าน ตำบล ถิ่นที่อยู่และให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร โดยไม่มีอุปสรรคเรื่องเชื้อชาติ ศาสนาซึ่งถ้าลดความหวาดระแวงตรงนี้ได้ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น

สำหรับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจและรัฐบาลส่วนหน้าที่รัฐบาล คสช.นำลงไปแก้ปัญหาในพื้นที่ คิดว่า นอกจากจะไปทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้นแล้ว ยังคงต้องทำให้เยาวชนคนในพื้นที่มีการศึกษาที่ดีขึ้นด้วย เพราะถ้าไม่มีระบบการศึกษาลงไป คนในพื้นที่จะเรียนแต่เรื่องศาสนาเช่นเดิม ดังนั้นคิดว่าควรทำให้คนในพื้นที่มีความคิดใหม่ หันกลับมามองโลกยุคปัจจุบัน ว่าควรเรียนรู้เรื่องอะไร เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพให้เป็นประโยชน์กับตนเองและพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนการที่รัฐบาลตั้งรัฐบาลส่วนหน้า มองว่าผู้ที่จะลงไปดูแลในพื้นที่ควรเป็นผู้ที่ต้องมีความรู้ ทั้งเรื่องการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม การทหาร และต้องเข้าใจถึงวัฒนธรรม ประเพณี หลักคิดของคนในพื้นที่ด้วย ตามหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เคยตรัสว่า ต้องมีความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาให้เป็นยุทธศาสตร์ ซึ่งการจะส่งคนเพื่อเข้าไปรบอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมในพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ พล.อ.สนธิ กล่าวเห็นด้วยกับการแต่งตั้งให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 40 โดยมองว่า พล.อ.เฉลิมชัย เป็นบุคคลที่เข้าใจการทำงานทุกด้านในกองทัพ รวมถึงรู้ทั้งเรื่องสถานการณ์ในประเทศและพื้นที่ภาคใต้เป็นอย่างดี จึงเชื่อว่า ผบ.ทบ.คนใหม่จะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ และจะเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ในกองทัพต่างๆ ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายให้หมดไป

นอกจากนี้ ในแง่การทำงานของรัฐบาลควรใช้กองทัพเพื่อให้เกิดประโยชน์ ในการเข้าไปแก้ปัญหาของชาติ เช่น ช่วยเหลือภัยพิบัติ การแก้ปัญหาเสพติด ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัย ทำให้คนไทยเรียนรู้มากขึ้น แต่ในแง่ของการบริหารทางการทหารควรแยกออกจากทางการเมือง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นได้ก็จะทำให้เกิดการเป็นประชาธิปไตยได้เร็วยิ่งขึ้น

 

Leave a comment