รถติดแก้ไม่ขาดแต่บรรเทาได้ งานหนักวัดฝีมือ “ผู้การฯ จราจร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 ตุลาคม 2559 เวลา 08:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/interview/458415

รถติดแก้ไม่ขาดแต่บรรเทาได้ งานหนักวัดฝีมือ "ผู้การฯ จราจร"

โดย…กันติพิชญ์ ใจบุญ

เป็นงานร้อน และเป็นที่คาดหวังของคนกรุงเทพมหานคร สำหรับการแก้ไขปัญหาจราจรที่สร้างความสาหัสสากรรจ์มานาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความคาดหวังดังกล่าวถูกโยนเข้ามาหาตำรวจในลำดับแรกของความคิดผู้ใช้รถใช้ถนน งานสำคัญในการแก้ไขปัญหาจึงถูกนำมา ให้กับ

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ที่กลับตำแหน่งเดิมมาคุมตำรวจจราจรเมืองกรุงเพื่อแก้ไขปัญหารถติด หลังเคยถูกมอบหมายให้ทำงานในตำแหน่งนี้แล้วเมื่อปี 2556 ก่อนจะโยกย้ายไปเป็นผู้บังคับการตำรวจรถไฟ และกลับมา กองบังคับการตำรวจจราจรอีกครั้งตามคำสั่งโยกย้ายล่าสุด

ถือเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่สุด

พล.ต.ต.จิรสันต์ วางนโยบายในการแก้ไขปัญหาจราจรว่า สิ่งที่จะแก้ไขปัญหารถติดในเมืองกรุง คือการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดอย่างมากที่สุด โดยเฉพาะการจอดกีดขวางการจราจร ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของปัญหาการจราจร เพราะกระแสรถยนต์ในชั่วโมงเร่งด่วน ก็เหมือนกับกระแสน้ำ หากมีอะไรไปติดขัดน้ำก็ไม่ไหลลื่น การจราจรเองก็เช่นกัน หากตำรวจสามารถเคลียร์รถยนต์ที่จอดขวางริมถนน ในตรอกซอกซอยออกไปได้ การจราจรก็จะไหลลื่น และล่าสุดได้เสนอไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แล้วว่า บก.จร.ต้องการจะบังคับใช้กฎหมายใดบ้างที่เข้มงวด เพื่อกำกับวินัยของผู้ใช้รถใช้ถนนเมืองกรุง

“ขณะเดียวกัน หากรถจอดขวางอยู่ ต่อให้ตำรวจจราจรไปเร่งไฟเขียวให้ถี่มากแค่ไหน ก็ไม่เกิดประโยชน์ตามมา ผมเน้นย้ำว่าการเคลียร์ถนนเป็นเรื่องสำคัญอย่างที่สุด การปาด การเบียด การเอาเปรียบบนท้องถนนจะต้องไม่ให้มี หรือมีก็ต้องน้อยที่สุด หากตำรวจจราจรเห็นจะต้องเข้าไปจัดการทันที เพราะมันส่งผลถึงการไหลลื่น และการปรับเปลี่ยนเส้นทางต่างๆ กรณีที่ระบายรถติด” พล.ต.ต.จิรสันต์ วางงานแรกในตำแหน่ง ผบก.จร. คือการเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย

แต่ในด้านนโยบายเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวแล้ว ผบก.จร.บอกว่ายังต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำกับดูแลการแก้ปัญหานี้ และ บก.จร.ในฐานะหน่วยปฏิบัติ จะได้ยึดกรอบตามนโยบาย เพื่อให้การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน

กระนั้น สิ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง คือ บก.จร.จะรุกคืบมากขึ้นในการบังคับใช้กฎหมาย และการประสานไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทั้งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร (กทม.)

พล.ต.ต.จิรสันต์ บอกอีกว่า การดำเนินการจำเป็นต้องประสานทุกหน่วยที่ควบคุมดูแลทางกายภาพของพื้นผิวถนน และต้องประสานงานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการดำเนินการ เพื่อจะได้เห็นภาพร่วมกันว่า การระบายรถด้วยการปรับเปลี่ยนเส้นทางไปยังจุดใดได้บ้างเพื่อให้การจราจรไหลลื่น และในช่วงฤดูฝนที่น้ำท่วมขังถนนหลายพื้นที่ จุดนี้ บก.จร.จะเข้าไปประสาน กทม.เองเพื่อให้ช่วยระบายน้ำออกจากพื้นผิว

“บก.จร.เป็นฟันเฟืองหนึ่งที่จะใช้แก้ไขปัญหาจราจร ตำรวจเข้าใจดีว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งตามหน้าที่ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าวินัยจราจรบนท้องถนนคือส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา ยังมีอีกหลายสาเหตุประกอบเข้าด้วยกัน ทั้งเรื่องการเข้าเมืองของผู้คน เมื่อคนมากการจราจรก็ต้องมากขึ้น ขณะเดียวกันในถนนกรุงเทพฯ มีรถยนต์กว่า 9 ล้านคัน ถนนก็มีอย่างที่เห็นกัน ซึ่งมันไม่สามารถขยายออกไปได้มากกว่านี้ และเราก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้นสิ่งใดที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ตำรวจจราจรจะทำ แต่ต้องเข้าใจว่าปัญหาจราจรมันแก้ให้ขาดไม่ได้ แต่มันบรรเทาได้”ผบก.จร. เน้นย้า

พล.ต.ต.จิรสันต์ เน้นว่า เหนืออื่นใดของภาระหน้าที่ ไม่ใช่แค่เพียงตำรวจเท่านั้น หากแต่คนในสังคมทุกคนจะต้องช่วยกันรับผิดชอบ ช่วยกันแก้ไขปัญหา ไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนกันได้

“ขณะที่ความเป็นอยู่ของตำรวจจราจร บก.จร.ก็ต้องได้รับการใส่ใจควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าตำรวจจราจรเป็นผู้ปฏิบัติที่ต้องอยู่กับถนนเกือบตลอดเวลา ภาวะความเครียด ปัญหาสุขภาพ จึงเกิดได้ง่ายกว่าทุกคน แต่เพราะหน้าที่จะปฏิเสธการปฏิบัติคงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันว่าจะจัดหาและดูแล ทั้งวัสดุอุปกรณ์ ความเป็นอยู่ สวัสดิการที่พึงได้ อย่างเต็มความสามารถที่สุด” พล.ต.ต.จิรสันต์ ทิ้งท้าย

 

Leave a comment