ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
11 กันยายน 2559 เวลา 09:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/interview/453802

โดย…เอกชัย จั่นทอง
ต้องยอมรับว่ากลุ่มก่อการร้ายมีแนวโน้มขยายตัวเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศเป้าหมายและคู่กรณีของกลุ่มก่อการร้ายก็ตาม แต่ประเทศไทยก็เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน จึงต้องมีมาตรการควบคุมการเข้า-ออกของชาวต่างชาติที่อาจแฝงตัวเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งพักพิง เพื่อเตรียมก่อเหตุความรุนแรง
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เป็นประตูบานแรกและด่านหน้าความมั่นคงของประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้า-ออกนอกประเทศได้ อีกทั้งยังถือเป็นรั้วบ้านที่ต้องเข้มแข็ง เพราะถ้าไม่แข็งแรงพอการปรับปรุงย่อมไร้ประโยชน์ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ เกี่ยวกับทิศทางปัญหาและสถานการณ์อาชญากรรมในห้วงเวลาที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวยอมรับว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเปิดและต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าสู่ประเทศไทย ภาระหนักจึงตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในการตรวจสอบคัดกรองบุคคล ที่สำคัญประเทศไทยเป็นแห่งเดียวในอาเซียนที่มีเขตพรมแดนระยะทางยาวกว่า 5,656 กิโลเมตร และติดกับประเทศเพื่อนบ้านอีก 4 ประเทศ รวมถึงมีช่องออกทางทะเลอีกด้วย
“จึงทำให้เห็นว่าเราไม่อาจสามารถดูแลพื้นที่ทั้งหมดได้ อย่างพื้นที่ฝั่งไทยกับกัมพูชามีพื้นที่ติดกันยาว 798 กิโลเมตร ไม่มีแนวรั้วกั้นจึงมีช่องทางธรรมชาติที่สามารถเดินทางเข้าออกได้ หรือแม่น้ำโขงระยะทางกว่า 1,800 กิโลเมตร ถ้าช่วงเวลาน้ำแห้งสามารถเดินข้ามฝั่งไปมา พายเรือได้เลย ทำให้เกิดการเล็ดลอดเข้ามาได้ ถือเป็นภาระหนักอีกทางหนึ่ง”
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศในภาคพื้นเอเชีย ยังเป็นทางผ่านในการเดินทางกับอีกหลายประเทศ
ทั่วโลก นักท่องเที่ยวหลายประเทศจึงต้องบินมาประเทศไทยเพื่อต่อเครื่องไปยังประเทศปลายทาง แล้วทำไมนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติถึงเดินทางมาประเทศไทยเป็นจำนวนมากนั้น เรื่องนี้ พล.ต.ท.ณัฐธร ให้ความคิดเห็นอย่างน่าสนใจว่า 1.ประเทศไทยเป็น “ฮับ” ทางการเดินทาง หลายต่อหลายประเทศต้องเดินมาขึ้นเครื่องบินที่ไทย 2.ค่าครองชีพไม่สูง และ 3.มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ใครเข้ามาในประเทศไทยสามารถอยู่กลมกลืนได้ไม่มีปัญหาและมักอยู่กันแบบชุมชนของแต่ละประเทศ
เข้ม! ขึ้น “บัญชีดำ” นักท่องเที่ยวผิด กม.
เมื่อเราปฏิเสธนักท่องเที่ยวไม่ได้ การบังคับจัดการป้องกันให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่กระทำผิดในประเทศไทย เช่น อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) อาชญากรบินมาหลบซ่อนตัว ฯลฯ จนสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวประเทศไทยคือแหล่งกบดานของเหล่าอาชญากร
พล.ต.ท.ณัฐธร บอกย้ำทิศทางการทำงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่า กรณีที่ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยเกินระยะที่กฎหมายกำหนดนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบออกมาตรการปรับปรุงกฎหมายใหม่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และอยู่เกินกำหนดระยะจะถูกขึ้น “บัญชีดำ”
แบ่งเป็นกรณีคนต่างด้าวเข้ามอบตัว 1.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 90 วัน ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 1 ปี 2.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 1 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 3 ปี
3.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 3 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 5 ปี และ 4.คนต่างด้าวซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรนับตั้งแต่วันสิ้นสุดการอนุญาตเกินกว่า 5 ปี ห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 10 ปี มาตรการดังกล่าวเป็นการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาของอาชญากรต่างชาติ ที่ส่วนใหญ่มีต้นเหตุมาจากกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่เกินในไทย และเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาชญากรข้ามชาติที่หลบซ่อนในไทย หากตำรวจสามารถเคลียร์ปัญหาเหล่านี้ได้องค์ประกอบจะถูกตัดไปโดยไปปริยาย
“ต้องยอมรับว่ากฎหมายฉบับเก่าล้าหลัง เพราะจากเดิมหากนักท่องเที่ยวอยู่เกินก็ปรับสูงสุดเพียง 2 หมื่นบาท แล้วผลักดันออกประเทศ แต่ก็กลับเข้ามาใหม่เลยดูเหมือนกลายเป็นบัตรเชิญ ดังนั้นมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดกลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่อย่างผิดกฎหมาย” ผบช.สตม. ระบุ

ตม.เฝ้าจับตาต่างชาติ 3 กลุ่มใหญ่
พล.ต.ท.ณัฐธร แจงมาตรการปราบปรามว่า ในห้วงเวลาทุกเดือนจะระดมตำรวจกวาดล้างปราบปรามจับกุมอย่างจริงจังกับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มักหลบหนีมาทางภาคพื้นดิน รวมถึงอาชญากรที่มีเงิน เจ้าหน้าที่จะพยายามโยงข้อมูลกับธนาคาร โรงพยาบาล ซึ่งจะทำให้ตำรวจรู้ความเคลื่อนไหว เวลาเจ็บป่วยคนเหล่านี้ก็ต้องถอนเงิน หากคนที่เข้ามาไม่ได้ทำผิดก็ไม่มีปัญหา แต่คนที่เข้ามาทำผิดกฎหมายจะหลบซ่อนตัว
นอกจากนี้ สตม.ยังผลักดันยกมาตรฐานแต่ละด่านตรวจทั่วประเทศให้เทียบเท่าสนามบิน ซึ่งเราอาจเสียเปรียบเรื่องทางกายภาพ ไม่เหมือนประเทศสิงคโปร์ มีจุดเชื่อมกับประเทศมาเลเซียเพียงจุดเดียวเท่านั้น แต่ทางกายภาพเรามีเขตพรมแดนยาว หากปล่อยปละละเลยจะยิ่งเกิดปัญหาใหญ่ ถือเป็นงานหนักสำหรับงานตรวจคนเข้าเมืองเช่นกัน
ขณะที่ประเด็นข้อครหาประเทศไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งกบดานซ่อนตัวของอาชญากรข้ามชาติชั้นดีนั้น พล.ต.ท.ณัฐธร บอกว่า นั่นจึงทำให้เราต้องลดข้อครหาจุดนี้ให้ได้ ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง จนปัญหาเบาบางลงไปได้มาก ปัจจุบันได้ขยาย ตม.ไปทุกจังหวัด และเชื่อว่ากลุ่มคนทำผิดกฎหมายอยู่ไม่ได้ สุดท้ายก็กระเจิงออกไปเอง โดยเป็นตามนโยบาย ต้องทำให้ “คนดีอยู่ง่าย คนร้ายอยู่ยาก” หรือ Good guys in : Bad guys out เพราะรายได้ทุกอย่างต้องเข้ารัฐจริงๆ เราต้องดูในมุมเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศด้วย
“เราไม่ปฏิเสธนักท่องเที่ยว แต่ขอให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเป็นคนดี เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่การเข้ามาอย่าง กลุ่มประเทศอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา บังกลาเทศ แห่กันเข้ามาทำงาน มากอบโกยแย่งใช้สาธารณูปโภคด้วย แล้วก็ส่งเงินออกไป ไม่เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ เราก็เสียเปรียบ แต่ส่วนใหญ่ประเทศไทยจะรับ ไม่ค่อยปฏิเสธการเข้าเมืองของคนต่างชาติ เพราะถ้าปฏิเสธก็จะมีปัญหาตามมาทันที” พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าว
ผบช.สตม. บอกด้วยว่า ตำรวจเฝ้าจับตากลุ่มคนทำผิดกฎหมาย 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ฯลฯ 2.กลุ่มแอฟริกา และ 3.กลุ่มตะวันออกกลาง เช่น อิรัก อิหร่าน ซีเรีย อัฟกัน โดยคนทั้ง 3 กลุ่มนี้จะกระจายไปอยู่ทั่วประเทศและหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อหลบหนีซ่อนตัวและก่อเหตุกระทำผิด
ลุยปราบแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยสำหรับปัญหาคนต่างด้าวหรือชาวต่างชาติเข้ามาแย่งประกอบอาชีพในประเทศไทย พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวยอมรับว่า ถือเป็นปัญหาสำคัญ ปัจจุบันมีคนผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 1.6 ล้านคน และมี 1.8 ล้านคน ได้บัตรสีชมพู (บัตรอนุญาตทำงานชั่วคราว) ยังไม่ผ่านการตรวจพิสูจน์สัญชาติรวมแล้วกว่า 3.4 ล้านคน และยังมีแรงงานนอกระบบที่อาจหลบหนีเข้ามา ทั้งหมดถูกพัฒนาไปสู่การมีหาบเร่แผงลอย
เนื่องจากประเทศไทยต้องการแรงงานเข้ามาทำงานประเภท 3 D นั่นคือ งานสกปรก (Dirty job) งานยาก (Difficult job) และงานอันตราย (Dangerous job) ทำให้เกิดการนำเข้าแรงงานต่างด้าวทดแทน เรื่องดังกล่าวจึงต้องมีมาตรการในการปราบปรามกวาดล้างต่างด้าวแย่งอาชีพหาบเร่แผงลอยคนไทย โดยจะมีการประชาสัมพันธ์แล้วค่อยๆ ดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากรโดย “กมลสันดาน” และหากลุยจับกุมทันทีสังคมอาจมองรุนแรงเกินไป
พล.ต.ท.ณัฐธร อธิบายต่อไปว่า การกระทำความผิดออกเป็น 2 กลุ่ม 1.Mala in se คือการกระทำโดยกมลสันดาน เป็นอาชญากรรมที่รุนแรง และ 2.Mala prohibita คือการกระทำละเมิดกฎระเบียบของสังคม โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ที่กระทำความผิดในไทยเป็นกลุ่ม Mala prohibita และไม่ใช่คนร่ำรวย
รวมถึงกลุ่มนายหน้าหรือผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) เป็นคนค่อยจัดเตรียมทุกอย่างเพื่อนำพา กลุ่มนี้ตำรวจต้องทำลายจับกุมให้หมด และยังพบว่ากลุ่มนี้มักเชื่อมโยงไปกับแก๊งพาสปอร์ตปลอม ที่ผ่านมาเราได้ทลายแก๊งเหล่านี้ต่อเนื่อง ตอนนี้กลุ่มนี้หลบหนีออกไปต่างประเทศแทบหมดแล้ว
แตกต่างกับกลุ่มทำผิดกฎหมายในพื้นที่ย่านนานา ย่านรัชดา ห้วยขวาง เป็นแหล่งของคนจีน มีการกระทำผิดลักษณะเป็นนอมินี เป็นกลุ่มที่มีเงิน กระทำความผิดหลายรูปแบบอย่างชาวจีนจะเป็นพวกทัวร์ศูนย์เหรียญ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยกลุ่มเหล่านี้ไม่ใช่พวกหาบเร่แผงลอย ที่ผ่านมาตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปราบปรามจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทาง สตม.จะทำงานควบคู่กันไปแบบบูรณาการ โดย สตม.ทำในรูปแบบ Behind The Scene ช่วยกันเต็มที่ พอจับกุมผู้กระทำผิดแล้วจะเพิกถอนพาสปอร์ตและส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป
“ต้องยอมรับว่าในการจับกุมไม่รู้ว่าคนไทยเป็นเจ้าของแล้วใช้ต่างชาติทำบังหน้า หรือคนต่างชาติเป็นเจ้าของแล้วใช้คนไทยทำบังหน้า ที่สุดแล้วการตรวจสอบกลุ่มเหล่านี้คือการไล่เช็กเส้นทางการเงินย้อนหลังว่าเชื่อมโยงและเงินเหล่านั้นอยู่ที่ใครเรากวาดล้างจริงจัง หากทำผิดกฎหมายจะจับส่งออกทันที ที่ผ่านมาจับได้กว่า 1 หมื่นคน ซึ่งเราจะไม่เก็บไว้ เนื่องจากจะเกิดภาระค่าเลี้ยงดู ค่าใช้จ่าย ถ้าเราไม่จับจะยิ่งมากมาย” ผบช.สตม. กล่าว
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า ยังมีกลุ่มชาวต่างชาติตั้งแก๊งก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทย เช่น ไนจีเรีย กานา โซมาเลีย กลุ่มเหล่านี้จะเข้ามาแล้วจะหาภรรยาคนไทยจดทะเบียนสมรสเพื่ออยู่ไทยได้เป็นเวลานาน โดยมีเป้าหมายให้ภรรยาไทย ลำเลียงยาเสพติดที่ซุกซ่อนในกระเป๋า โดยหญิงไทยไม่รู้ว่าภายในกระเป๋ามีสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ ที่ผ่านมาทำให้หญิงไทยต้องถูกจับกุมดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก และหลายประเทศมีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งมีคนไทยจำนวนไม่น้อยถูกดำเนินคดีจากการถูกหลอก
อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มคนที่เข้ามาก่อปัญหาและไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอีกคือ แก๊งเงินดำ แก๊งโรแมนซ์สแกม ที่เข้ามาก่อเหตุ ส่วนพวกยุโรปตะวันออกจะก่อเหตุเกี่ยวกับทางเทคโนโลยี เช่น แฮ็กธนาคาร แฮ็กเอทีเอ็ม บัตรเครดิตปลอม ทั้งหมดเป็นปัญหาที่ตำรวจพยายามแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในพื้นที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ตำรวจพยายามกวดขันกดดันจับกุมเช่นกันทุกเดือน ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาทำผิดในประเทศไทยสุดท้ายก็อยู่ได้ไม่นาน ซึ่งอาชญากรต่างชาติที่เข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็น “คนร้ายเข้ามาในคราบคนดี”
“ชั่วโมงนี้หลายอย่างอยู่ในกรอบพอสมควรแล้ว หลังมีมาตรการเชิงรุกทุกรูปแบบ เพื่อให้อยู่จุดที่สามารถกำกับดูแลได้ ไม่อย่างนั้นมันเป็นอะไรที่เราเสียเปรียบ ระบบเศรษฐกิจก็จะพัฒนาไม่ได้ มีคนเข้ามาหาเงินส่งออกอย่างเดียว รวมถึงเรื่องพรมแดนก็ปวดหัวพอสมควรแล้ว จึงต้องหามาตรการดูแลอย่างเข้มข้น”
การนำเทคโนโลยีมาใช้ ปราบปรามเชิงรุก พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ สตม.และเชื่อมสัมพันธ์กับมิตรประเทศ เป็นทิศทางการทำงานของ พล.ต.ท.ณัฐธร ที่ต้องการยกระดับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง

นำเทคโนโลยีขั้นสูงสกัดคนร้าย
สำหรับ พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 37 ถือเป็นลูกหม้อเติบโตอยู่ใน สตม. ที่เข้ามาคุมหน่วยงานสำคัญและเป็นหน่วยงานหน้าด่านของประเทศไทยในการคัดกรองดูแลนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ย่อมเป็นสิ่งที่หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นผู้นำหน่วยเข้ามาปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. ให้ก้าวทันกับความเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน
แน่นอนว่าการตั้ง พล.ต.ท.ณัฐธร เข้ามาเป็น ผบช.สตม. ย่อมมีส่วนสำคัญและความหวังในการพลิกฟื้นภาพการทำงาน โดยเฉพาะการตรวจสอบหนังสือเดินทางคัดกรองบุคคล อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ และป้องกันภัยความมั่นคง ด้วยความที่เป็นนักบริหาร มีความคิดแหลมคม และยังเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จนมีการนำเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยมาปรับใช้กับงานตรวจคนเข้าเมืองในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พล.ต.ท.ณัฐธร เล่าว่า ปัจจุบันสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทย มีระบบการทำงานทันสมัยทัดเทียมนานาประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำหน่วย สตม.ได้พยายามผลักดันการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อรองรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย
ดังนั้น สตม.จึงนำเทคโนโลยีมาปรับใช้การทำงาน เช่น การจัดตั้งศูนย์ควบคุมสั่งการงานตรวจคนเข้าเมือง หลังจากที่หลายประเทศเกิดเหตุก่อการร้ายขึ้น ประเทศไทยได้เพิ่มมาตรการและความเข้มข้นการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ปรับระบบและพัฒนาในหลายเรื่อง
“เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของความมั่นคง และสอดคล้องกับโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือ ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานตรวจคนเข้าเมือง”
พล.ต.ท.ณัฐธร ระบุอีกว่า สำหรับการจัดตั้งศูนย์ควบคุมสั่งการงานตรวจคนเข้าเมือง ที่รวบรวมเอาเทคโนโลยีระดับปฏิบัติการฯ ทั้งหมดมาไว้ที่นี้ ประกอบด้วย ระบบตรวจสอบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า จะสามารถตรวจสอบเครื่องบินที่บินอยู่บนน่านฟ้าได้ และยังสามารถตรวจดูภายในเครื่องบินว่านักท่องเที่ยวเป็นใคร ชื่ออะไร นั่งตรงจุดไหน
ถัดมาเป็น ระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Channel) ซึ่งนำมาติดตั้งใช้ภายในท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิเป็นแห่งแรก และขยายต่อไปยังท่าอากาศยานอื่นๆ ทั่วประเทศ เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจหนังสือเดินทางและลดการใช้กำลังพลด้วย และในอนาคตได้เตรียม ทำเอ็มโอยูกับประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง ถึงขั้นตอนการใช้ช่องทางตรวจหนังสืออัตโนมัติ หลังพบนักท่องเที่ยว 2 ประเทศ นิยมเดินทางมาประเทศไทยจำนวนมาก จึงอำนวยความสะดวกให้เกิดความรวดเร็ว การลงบันทึกข้อตกลงกันจะทำเฉพาะประเทศที่มีความมั่นคงสูงอยู่แล้ว่า อย่างกลุ่มตะวันออกกลาง เอเชียใต้ ใช้เจ้าหน้าที่ สตม. ตรวจคัดกรอง
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวถึงเรื่องเทคโนโลยีต่อไปว่า ส่วนเทคโนโลยีสำคัญอย่าง ระบบตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เป็นระบบที่มีความสำคัญสูง หรือระบบ “ไบโอเมตริกซ์” (Biometrics) ที่สามารถตรวจสอบฐานข้อมูลจากใบหน้า ลายนิ้วมือ ใบหู และตรวจสอบพาสปอร์ตปลอมได้ทั้งหมด แม้จะปลอมแปลงให้เหมือนจริงแค่ไหนก็ตามก็ไม่หลุดรอดระบบตรวจนี้ ยังอยู่ระหว่างการจัดหาเครื่องมือ และย้ำว่าหากนำระบบเหล่านี้มาใช้ กลุ่มผู้ก่อการร้ายก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน
“การปลอมแปลงพาสปอร์ตเป็นปัญหาของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ถ้าปลอมแบบเนียนมาก การตรวจจะยากลำบาก เพราะท่าอากาศยานไม่สามารถตรวจได้นาน เฉลี่ยแล้วตรวจได้ 40-45 วินาที/คน เท่านั้น และนักท่องเที่ยวจะต่อคิวยาว จึงเกิดปัญหาพาสปอร์ตปลอมหลุดรอดเข้ามาได้ และอีกปัญหาคือใบหน้าคน การตรวจหน้าจะยากลำบาก เพราะคนศัลยกรรมกันจำนวนมาก แต่ทางตำรวจมีเทคนิคการตรวจสอบ ถ้าหากตำรวจได้นำระบบไบโอเมตริกซ์ มาใช้จะสามารถช่วยในการตรวจสอบได้อย่างดี”
อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นในการทำงาน และผลักดันสารพัดเรื่องเพื่อพลิกภาพลักษณ์ตำรวจคนเข้าเมือง ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล สิ่งหนึ่งที่ พล.ต.ท.ณัฐธร เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งมอบนโยบายให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาวันที่ 5 ต.ค. 2558 ว่า
“ผมสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเชื่อมั่นว่าเราจะเดินต่อไปด้วยกันในการให้บริการคนเข้าเมืองอย่างมืออาชีพ และดูแลงานด้านความมั่นคงให้ประเทศไทยเป็นมาตุภูมิที่มั่นคงปลอดภัย”
จากวันนั้นถึงวันนี้ ผลงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นเครื่องหมายการันตีความมุ่งมั่น ศักยภาพของผู้นำหน่วยและผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างแท้จริง และเมื่อจัดระเบียบในบ้าน (สตม.) เรียบร้อยเข้าที่เข้าทางแล้ว การสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศย่อมเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดในการขับเคลื่อนงานตรวจคนเข้าเมืองด้วย
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า ทุกวันพุธต้นเดือน จะเชิญตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทยและต่างประเทศ เข้ามาพบปะพูดคุยกันทุกเช้า หรือ คอฟฟี่ ทอล์ก (Coffee talk) เพื่อเปิดช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารข้อมูลร่วมกัน ผลลัพธ์คือสร้างสัมพันธ์ระหว่างไทยและนานาประเทศ นั่นจึงทำให้หลายๆ คดีสำคัญสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
“เราเปิดเป็นประชาคมอาเซียนต้องเปิดกว้าง และจะมีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามา การดำเนินการต่างๆ ต้องรวดเร็วเพราะอาชญากรมักไหวตัวหลบหนีทัน”
นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐธร ได้เชื่อมสัมพันธ์กับมิตรประเทศต่างๆ จัดคอร์สอบรม โดยเชิญผู้นำของแต่ละด่านตรวจคนเข้าเมืองมาพบปะพูดคุยกัน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานสะดวกและง่ายขึ้นกว่าเดิม อย่างการฝึกปฏิบัติการร่วมต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติระหว่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทย-กัมพูชา ก็เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบังคับใช้กฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ ได้บูรณาการความร่วมมือของเจ้าหน้าที่
ในการฝึกดังกล่าวเป็นการฝึกปฏิบัติการด้านสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน เช่น การลักลอบคนเข้าเมืองการค้ามนุษย์ และอาชญากรรมอื่นๆ ในการฝึกจะมีการจำลองสถานการณ์จริง ทำให้ผู้เข้ารับการฝึกจากทั้งสองประเทศได้ทำกิจกรรมการวางแผนการสืบสวนสอบสวนร่วมกัน โดยมีวิทยากรที่มีประสบการณ์การสืบสวนต่างประเทศ เช่น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และกรมกิจการพรมแดนแคนาดา เป็นต้น ให้คำแนะนำ
ในการฝึกครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างสำนักตรวจคนเข้าเมืองของไทย และองค์การระหว่างประเทศ เพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน IOM สถานทูตแคนาดา หลังจากนี้ จะมีการจัดฝึกปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันตามด่านชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากภายหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน AEC การบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวเนื่องระหว่างประเทศจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบูรณาการความร่วมมือกันกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสอดคล้องต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน
ทั้งหมดเป็นเครื่องชี้วัดว่า พล.ต.ท.ณัฐธร เข้ามาบริหารหน่วยงาน สตม. ในห้วงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาอย่างหลากหลาย และในฐานะผู้หน่วยสูงสุด ทำให้เห็นว่าแล้วว่า สตม.เดินไปในทิศทางเดียวกัน