‘น้ำ’พระราชทาน ความชุ่มฉ่ำประโลมชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/463379

‘น้ำ’พระราชทาน ความชุ่มฉ่ำประโลมชีวิต

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ในการทรงงานพัฒนาชนบท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงให้พระราชดำริไว้ว่า “จะพัฒนาอะไรก็ตาม ต้องหาน้ำมาให้ได้ก่อน แม้ในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ จะช่วยให้เกษตรกรทำนาปลูกพืชเลี้ยงตัวได้อย่างพออยู่พอกิน” ทรงให้กันที่ดินร้อยละ 30 ไว้เพื่อกักเก็บน้ำในรูปของสระน้ำในไร่นา เพราะน้ำคือหัวใจสำคัญของการเพาะปลูก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไม่ได้ทรงงานด้านวางแผนบริหารจัดการน้ำเท่านั้น ยังทรงคิดค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการสร้างน้ำอีกด้วย ในปี 2498 ครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งทรงเยี่ยมราษฎรในภาคอีสาน ทรงสังเกตเห็นกลุ่มเมฆปริมาณมาก แต่ไม่สามารถก่อตัวจนเกิดฝนได้ จึงมีพระราชดำริที่จะหาวิธีการด้านวิทยาศาสตร์ทำให้เมฆก่อตัว รวมตัว และกลั่นตัวลงมาเป็นฝน ตอนนั้นพระองค์ได้พระราชทานแนวคิดการสร้าง ฝนเทียมหรือฝนหลวง แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม จนกระทั่งปี 2512 จึงสามารถเริ่มการทดลองฝนหลวงขึ้นครั้งแรกที่บริเวณเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

นอกจากนี้ ภัยพิบัติของชาวเมืองนั้นเกิดจากปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องที่พระองค์ให้ความสำคัญยิ่ง เพราะน้ำท่วมไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และยังสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจโดยรวม จึงมีพระราชดำริเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งเฉพาะหน้าและแก้ปัญหาในระดับลุ่มน้ำ โดยการก่อสร้าง เขื่อนอเนกประสงค์ เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนขุนด่านปราการชล

รวมถึง โครงการแก้มลิง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่นอกจากจะใช้เป็นที่พักน้ำในยามน้ำหลาก ยังใช้เป็นแหล่งน้ำชลประทานในพื้นที่เกษตรในหน้าแล้ง และพระองค์ยังโปรดให้ดำเนินการ บำบัดน้ำเน่าเสียให้กลายเป็นน้ำดี ด้วยวิธีธรรมชาติที่ แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี โดยใช้พืชน้ำหลายชนิดช่วยกรองของเสีย และบำบัดด้วยการใช้เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำแบบทุ่นลอยด้วย กังหันน้ำชัยพัฒนา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชดำรัสถึงหลักคิดในการพัฒนาแหล่งน้ำว่า การพัฒนาแหล่งน้ำนั้น ในหลักใหญ่ คือ การควบคุมน้ำให้ได้ตามประสงค์ทั้งปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ เมื่อมีปริมาณน้ำมากเกินไปก็ต้องหาทางระบายออกให้ทันการณ์ ไม่ปล่อยให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายได้ และในขณะที่เกิดภาวะขาดแคลนก็จะต้องมีน้ำกักเก็บไว้ใช้อย่างเพียงพอ ทั้งมีคุณภาพเหมาะสมแก่การเกษตร การอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค

ฝนหลวงฝนตกบนแผ่นดินอีสาน

การบังคับเมฆให้เกิดฝนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมเนื่องจากภาวะแห้งแล้ง ซึ่งเป็นผลมาจากความผันแปรและคลาดเคลื่อนของฤดูกาลตามธรรมชาติ กล่าวคือ ฤดูฝนเริ่มต้นล่าเกินไป หรือหมดเร็วกว่าปกติ หรือฝนทิ้งช่วงยาวในช่วง
ฤดูฝน

พระองค์ทรงเชื่อมั่นว่า ลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศของประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคเขตร้อนและอยู่ในอิทธิพลของฤดูมรสุมของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นฤดูฝนและเป็นฤดูเพาะปลูกประจำปีของประเทศไทย จะสามารถแปรสภาพอากาศให้เกิดเป็นฝนตกได้อย่างแน่นอน ซึ่งการทดลองปฏิบัติการจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1-2 ก.ค. 2512 ได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจากราษฎรว่าเกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองวนอุทยานเขาใหญ่

ต่อมาในปี 2518 มีการก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นหน่วยงานรองรับโครงการพระราชดำริฝนหลวงต่อไป โดยตั้งโครงการอยู่ที่กองการบินทหารเรือ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

 

เขื่อนอเนกประสงค์เก็บน้ำเลี้ยงภาคกลาง

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ครอบคลุมพื้นที่ จ.ลพบุรี และสระบุรี รวมทั้งสิ้น 105,300 ไร่ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขื่อนขุนด่านปราการชล มีขนาด 185,000 ไร่ ทั้งสองเขื่อนเกิดขึ้นตามพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2536 ว่า

“ทำอย่างไรดีประมาณ 5 หรือ 6 ปี ปัญหาน้ำขาดแคลนในกรุงเทพฯ จะหมดไปโดยสิ้นเชิง อาจจะนึกว่า 5-6 ปีนั้นนาน ความจริงไม่นาน และระหว่างนี้เราก็พยายามแก้ไขเฉพาะหน้าไปเรื่อย

…ที่ว่า 5-6 ปีนี้ ความจริงได้เริ่มโครงการนี้มากกว่า 5-6 ปี โครงการที่คิดจะทำนี้บอกได้ ไม่กล้าพูดมาหลายปีแล้ว เพราะเดี๋ยวจะมีการคัดค้านจากผู้เชี่ยวชาญจากผู้ที่ต่อต้านการทำโครงการ แต่โครงการนี้เป็นโครงการที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย แต่ถ้าดำเนินการไปเดี๋ยวนี้อีก 5-6 ปีข้างหน้าเราก็สบาย

…โครงการนี้คือสร้างอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือ แม่น้ำป่าสัก อีกแห่งคือ แม่น้ำนครนายก สองแห่งรวมกันจะเก็บกักน้ำเหมาะสมพอเพียงสำหรับการบริโภค การใช้ในเขตกรุงเทพฯ และเขตใกล้เคียงที่ราบลุ่มของประเทศไทยนี้”

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนขุนด่านปราการชล จะเก็บกักน้ำสำหรับการบริโภคการใช้ในเขตกรุงเทพฯ และเขตที่ราบลุ่มใกล้เคียง ทำให้คนในภาคกลางใกล้กรุงเทพฯ จะไม่ขาดแคลนน้ำอีกต่อไป

 

โครงการแก้มลิงพักน้ำแก้อุทกภัย

กรุงเทพฯ ประสบปัญหาน้ำท่วมขังทุกปี อย่างในปี 2538 เมืองหลวงประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงมีพระราชดำริโครงการแก้มลิงขึ้นเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2538 โดยให้จัดหาสถานที่เก็บกักน้ำตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับน้ำฝนไว้ชั่วคราว เมื่อถึงเวลาที่คลองพอจะระบายน้ำได้จึงค่อยระบายน้ำจากส่วนที่กักเก็บไว้ออกไป

ตามพระราชกระแสอธิบายว่า “ลิงโดยทั่วไปถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยว แล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อยๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง”

ปัจจุบันมีแก้มลิงทั้งขนาดเล็กและใหญ่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ประมาณ 20 จุด แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โครงการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยใช้คลองด้านสมุทรปราการทำหน้าที่เป็นทางเดินของน้ำ ตั้งแต่ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ และส่วนที่สอง คลองในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จะใช้คลองมหาชัย คลองสนามชัย และแม่น้ำท่าจีน ทำหน้าที่เป็นคลองรับน้ำในพื้นที่ ตั้งแต่ อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม และกรุงเทพฯ แล้วระบายลงสู่ทะเลด้านสมุทรสาคร

นอกจากนี้ ยังมีโครงการแก้มลิงแม่น้ำท่าจีนตอนล่างเพื่อช่วยระบายน้ำที่ท่วมให้เร็วขึ้น โดยจะระบายน้ำจำนวนมากลงสู่อ่าวไทยเมื่อระดับน้ำทะเลต่ำ ประกอบด้วย 3 โครงการในระบบ คือ แก้มลิงแม่น้ำท่าจีนตอนล่าง แก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย และแก้มลิงคลองสุนัขหอน

คลองลัดโพธิ์ เบี่ยงน้ำลงทะเล

คลองลัดโพธิ์ เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2549 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เดิมคลองลัดโพธิ์มีลักษณะตื้นเขิน แต่ต่อมาได้จัดสร้างเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยยึดหลักการเบี่ยงน้ำ หลักการ คือ จากสภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมที่มีลักษณะไหลวนคดเคี้ยวบริเวณรอบบางกระเจ้ามีความยาว 18 กม. ทำให้การระบายน้ำที่ท่วมพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ เป็นไปได้ช้าและไม่ทันเวลาน้ำทะเลหนุน พระองค์จึงมีพระราชดำริให้พัฒนาคลองลัดโพธิ์ เพื่อใช้ระบายน้ำที่หลากและน้ำที่ท่วมทางสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลทันทีก่อนที่น้ำทะเลหนุน และปิดคลองลัดโพธิ์เมื่อน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำไม่ท่วมตัวเมืองได้ในที่สุด

ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่แนวพระราชดำริในการพัฒนาน้ำได้หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนและพืชผัก บรรเทาความแห้งแล้งและทุกข์ยากในแผ่นดิน ด้วยพระอัจฉริยภาพและความเอาพระทัยใส่ในทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด ในปี 2552 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล โกลบอล รีดเดอร์ อวอร์ด แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงอุทิศพระองค์และใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาในการพัฒนาประเทศ และส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้ดีขึ้นจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านน้ำ ได้แก่

1.โครงการแก้มลิง

2.เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

3.โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน จ.นครนายก

4.โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่อาว จ.ลำพูน

5.โครงการห้วยองคต จ.กาญจนบุรี

6.โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่ปิง เชียงใหม่และลำพูน

7.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขื่อนขุนด่านปราการชล

8.โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย

9.การบำบัดน้ำเสียด้วยผักตบชวา

10.โครงการฝนหลวง

11.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริคลองลัดโพธิ์

12.โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำทอน จ.หนองคาย

13.โครงการขุดสระเก็บกักน้ำตามทฤษฎีใหม่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

14.โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ จ.นครพนม

15.โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.กาฬสินธุ์

16.โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช

17.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี

18.โครงการฝายทดน้ำบ้านฆอรอราแม จ.ยะลา

19.โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.มุกดาหาร

20.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยอนตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

21.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง

22.โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พิษณุโลก

23.โครงการพัฒนาเบ็ดเสร็จลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำ ปิงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ลำพูน

24.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่แคมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.แพร่

25.โครงการฝายแม่งาวพร้อมระบบส่งน้ำบ้านประชาภักดีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เทิง จ.เชียงราย

26.โครงการฝายคลองช่องเรืออันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

27.โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์

28.โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหวด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านห้วยหวด อ.เต่างอย จ.สกลนคร

29.โครงการบำบัดน้ำเสียโดยใช้พืช บึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร

30.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้ว หมู่ที่ 1 บ้านท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

31.โครงการอ่างเก็บน้ำผาน้ำหยดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี

32.โครงการอ่างเก็บน้ำบางกำปรัดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาพนม จ.กระบี่

33.โครงการชลประทานเมืองกาญจนบุรี-พนมทวน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านหนองโรง 2

34.โครงการคลองตำหนัง อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ บ้านตำหนัง หมู่ที่ 2 อ.คุระบุรี จ.พังงา

35.โครงการจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์รวมพรรณไม้ภูมิภาค สาขา จ.พังงา

36.โครงการฝายทดน้ำคลองใน พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านปากคลอง หมู่ที่ 3 อ.กะปง จ.พังงา

 

Leave a comment