ในอ้อมแขน… ของพระราชา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 พฤศจิกายน 2559 เวลา 18:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/463581

ในอ้อมแขน... ของพระราชา

โดย…ว.แหวน ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

เรารู้   ว่าอย่างไร      ต้องมีวันนี้

เรารู้   ว่าต้องมี       ก็ยังใจหาย

เรารู้   ว่าท่านเหนื่อย   พระวรกาย

เรารู้   ว่าสวรรคาลัย   นั้นคือปลายทาง

เราเกิด   มาพร้อมภาพ     ทาบข้างฝาบ้าน

เราเกิด   มาพร้อมรูป      ท่านตรงเหนือหัว

เราเห็น   อุ้งมือพ่อ        มีกล้องติดตัว

เราเห็น   อ้อมแขนข้างตัว   มีแผนที่ข้างกาย

เรารัก   พระเจ้าอยู่หัว     แค่ไหนเรารู้

เรารัก   เทิดทูนเชิดชู      ไม่มีเงื่อนไข

เรารัก   เพราะท่านทำโดย  ไม่หวังสิ่งใด

เรารัก   เพราะพ่อทำให้    เพราะพ่อรักเรา

พรุ่งนี้   จะเป็นอย่างไร    เราเองไม่รู้

พรุ่งนี้   เมื่อพ่อไม่อยู่     ลูกใจสลาย

พรุ่งนี้   พ่อเพียงมองมา   จากที่ห่างไกล

พรุ่งนี้   ลูกเพียงมองไป   ให้ไกลจากเดิม

จะขอ   จงรักภักดี        อย่างนี้ทุกชาติ

จะขอ   ตามรอยพระบาท  ไปทุกแห่งหน

จะขอ   ยึดหลักพอเพียง   เพื่อพ่อเพื่อตน

จะขอ   เกิดมาเป็นคน    ใต้ร่มพระบารมี

เรารู้       ว่าวันนี้        ได้เกิดขึ้นแล้ว

เรารู้       ว่าดวงแก้ว      กำลังลอยหาย

คนไทย     ทั่วทั้งแผ่นดิน   ร่วมร่ำอาลัย

เราจะผ่าน   วันนี้อย่างไร    เราไม่รู้เลย

รูปพ่อ     ยังติดตะปู       อยู่เหนือฝาบ้าน

รูปพ่อ     จะอยู่ตรงนั้น     กับเราเสมอ

ส่วนเรา    จะอยู่ตรงไหน    พ่อก็หาเจอ

เพราะพ่อ   มีเราเสมอ       ข้างพระวรกาย

“เราทุกคนต่างอยู่ในพระหัตถ์

ของพระองค์…ตลอดมา

ขอบคุณทุกภาพที่ทำให้เราเห็น

ว่าพระเจ้าอยู่หัว…ไม่เคยทิ้งเรา

ประชาชนทุกคน…บนผืนแผ่นดินไทย

อยู่ข้างพระวรกายเสมอ

ในอ้อมแขน…ในแผนที่ของพระราชา”

…………………………………………….

ฉันเขียนบทกลอนนี้หลังจากทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพียง 1 วัน ด้วยภาพเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ “ภาพที่ในหลวงของปวงชนชาวไทยเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ต่างๆ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร แทบจะทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยมีแผนที่อยู่ข้างพระวรกาย และมีกล้องถ่ายรูปอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ตลอดเวลา” เป็นภาพเจนตาสำหรับฉันตั้งแต่เล็กจนโต นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่า “เราอยู่กับพระองค์ตลอดเวลา” มิใช่สิ! “พระองค์มีเราอยู่ในหัวใจเสมอ ตลอดเวลา” ห้องทรงงานของพระองค์ มิใช่มีเฉพาะห้องสี่เหลี่ยม ที่มีแค่โต๊ะทำงาน แต่มันกว้างใหญ่เท่าผืนแผ่นดินไทย

ครั้งหนึ่งเมื่อฉันยังเยาว์ ฉันเป็นชาว จ.สงขลา โดยกำเนิด วันนั้นฉันจำไม่ได้ว่าเป็นวันอะไร แต่ฉันได้ยินเสียงมาจากในทีวี ในหลวงมีกระแสพระราชดำรัสถึงการแก้ไขอะไรบางอย่าง ยอมรับตามตรงว่าฉันมิได้สนใจมากนัก ด้วยวัยเยาว์และเขลานัก แต่ที่ฉันสะดุดหูเลยก็คือ “พระองค์ตรัสถึงถนนสายเล็กๆ เส้นหนึ่งใน อ.ระโนด จ.สงขลา” แม่ฉันเป็นชาวระโนดโดยกำเนิด แม่บอกฉันว่า แม่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าถนนเส้นนั้นมันอยู่ตรงไหนของ อ.ระโนด ทำไมพระองค์รู้? นั่นเป็นครั้งหนึ่งที่ทำให้ฉันทึ่งถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน และที่มากกว่านั้น มิใช่แค่ความอัจฉริยะอย่างเดียว บุคคลที่สามารถหลับตาเห็นทุกผืนดินในประเทศไทยได้ ถามว่า ใช่สิ่งอัศจรรย์หรือ? แต่ฉันเรียกว่า “ความทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ” ถามต่อว่า “ต้องใช้เวลาเพียงใดถึงจะรู้แจ้งเห็นจริงได้ขนาดนั้น?” ฉันเชื่อโดยไร้เงื่อนไขในประโยคที่ว่า “ในหลวงทรงงานตลอดเวลา” คำถามคือ “ทำไมพระองค์ต้องทุ่มเทพระวรกายถึงขนาดนี้?”

ได้ยินหลายคนพูดว่า “ถ้าถามว่าทำไมเรารักในหลวง?” บางคนตอบว่า “ไม่รู้ รู้แต่ว่ารัก” นั่นเป็นคำตอบสำหรับเด็กรุ่นใหม่ ที่แทบไม่ได้มีโอกาสเห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านตลอด 70 ปีที่ผ่านมา แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของฉันเช่นกัน ตั้งแต่ฉันเกิดมา รูปพระเจ้าอยู่หัวที่ติดอยู่ข้างฝาบ้าน ภาพพระเจ้าอยู่หัวที่เห็นจากหน้าจอทีวี ข่าวพระเจ้าอยู่หัวที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ ตอบตอนนั้นก็ตอบว่า “ไม่รู้ รู้แต่ว่ารัก” เหมือนเรา “รัก” ได้เลยโดยไม่มีเงื่อนไข

และยิ่งเติบโตจวบจนถึงวันนี้ วันที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ขนาดไม่รู้ ยังรัก หลายเรื่องที่ไม่เคยรู้ ได้ถูกเผยแพร่ ถ่ายทอด ให้เราได้เห็น ได้รู้ ทางสื่อออนไลน์ ทางทีวี ตอนนี้มันก้าวไปไกลกว่าคำว่า “รัก” แต่มันคือคำว่า “เทิดทูน บูชา พระองค์เหมือนเทวดาของชาติ” ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนไทยร้องระงมกันทั้งประเทศ เพราะจนถึงวันนี้ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว ฉันก็ยังร้องไห้ทุกวัน มิใช่ร้องเพราะอ่อนแอ แต่ร้องไห้เพราะเสียใจว่า ทำไมเพิ่งมาเข้าใจว่า “ทำไมเราถึงรักพระเจ้าอยู่หัวของเราถึงเพียงนี้?” ความภูมิใจที่สุดในชีวิตคือ “การได้เกิดมาในยุคสมัยของรัชกาลที่ 9 การได้เกิดมาอยู่ในอ้อมแขนของพระราชา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

 

Leave a comment