ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
10 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/464508

โดย…ชลญ่า
ในช่วงเวลาแห่งการแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีหน่วยงานจิตอาสาต่างๆ รับย้อมผ้าสีดำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในที่ต่างๆ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งได้รับการติดต่อประสานงานจากสำนักการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร และสมาคมสร้างสรรค์ไทย หรือ “ตาวิเศษ” ให้ช่วยคิดวิธีการที่จะจัดการบำบัดน้ำเสียจากการย้อมผ้าโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม่น้ำลำคลอง จึงได้วิจัยพัฒนาถังบำบัดน้ำเสียที่ปนเปื้อนสีย้อมผ้าพร้อมเตรียมนำไปใช้จริงในจุดให้บริการย้อมผ้าในที่ต่างๆ
ผศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญศรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. กล่าวว่า การวิจัยพัฒนาเครื่องนี้ใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากก่อนหน้านี้เราเคยทำถังบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมการพิมพ์มาแล้ว ครั้งนี้พอได้รับการประสานงานจากสำนักการระบายน้ำ กทม. จึงรีบทำอย่างเร่งด่วน โดยนำหลักการบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมการพิมพ์มาพัฒนาต่อยอด

“ความแตกต่างของการบำบัดน้ำเสียทั้งสองประเภทนี้ คือ การย้อมผ้าจะใช้เกลือสารตัวทำละลายสี และสารกันสีตกเพื่อให้สีติดทนอยู่กับผ้า ในขณะที่อุตสาหกรรมโรงพิมพ์ใช้ทินเนอร์ในการทำละลายสี
ดังนั้นถังบำบัดที่พัฒนาขึ้น จึงเน้นการลดความเป็นพิษของสารอันตรายที่อาจปนเปื้อนในสีย้อม และกำจัดสารปนเปื้อนอื่นๆ เช่น สารอินทรีย์ ผงซักฟอก ตะกอนแขวนลอย และสี ออกจากน้ำก่อนทิ้งลงสู่แม่น้ำลำคลองหรือพื้นดิน รวมทั้งหาแนวทางในการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ประโยชน์”
อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สีย้อมผ้าในปัจจุบันมีอยู่หลายชนิด จากการสืบค้นข้อมูลพบว่ามีสีย้อมผ้าที่อาจปะปนด้วยโลหะหนักอย่างโครเมียม ซึ่งมีความเป็นพิษและเป็นสารก่อมะเร็ง หากปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมจะไม่สามารถย่อยสลายได้ตามกระบวนการทางธรรมชาติ หากทิ้งลงในดินก็จะสะสมอยู่ในดิน และห่วงโซ่อาหาร เป็นพิษต่อสัตว์และมนุษย์

“ผู้ที่ต้องการย้อมผ้าจะต้องอ่านรายละเอียดที่ติดไว้ที่ผลิตภัณฑ์สีนำมาใช้ย้อมผ้า และเลือกชนิดที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือทางที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้สีย้อมผ้าจากธรรมชาติอย่างผลมะเกลือ เป็นต้น หรือหากต้องการให้สีติดคงทนใช้ดีเกลือฝรั่งแทนสารเคมีได้เช่นกัน หรือหากอยู่ในเขตที่มีการจัดการบำบัดน้ำให้ทิ้งลงท่อระบายน้ำดีกว่าทิ้งลงพื้นดิน เพราะอย่างน้อยก็ผ่านกระบวนการบำบัดก่อนทิ้งลงสู่แหล่งน้ำหรือธรรมชาติ”
สำหรับเครื่องบำบัดน้ำทิ้งจากการย้อมผ้านี้ เป็นเครื่องขนาดเล็กพกพาไปได้ทุกที่ สามารถบำบัดน้ำเสียได้ครั้งละประมาณ 100 ลิตร/ชั่วโมง หรือประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตร/วัน ตัวเครื่องประกอบด้วยถังบำบัดด้วยกระบวนการสร้างตะกอนด้วยไฟฟ้าเคมี หรือกระบวนการโคแอกกูเลชั่น (Electrocoagulation) หลังจากนั้นน้ำจะเข้าสู่กระบวนการกรองในถังที่ 2 เพื่อที่จะกำจัดสี ซึ่งผลที่ได้สามารถบำบัดสีได้หมดจนใสเหมือนน้ำประปา ไม่มีโครเมียมปะปนมากับน้ำทิ้ง อีกทั้งผ่านถ่านกัมมันต์ร่วมกับโอโซน ยังสามารถนำน้ำกลับเข้าสู่กระบวนการย้อมสีผ้าได้อีกด้วย

“ความตั้งใจในครั้งนี้เราทำเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในฐานะประชาชนของแผ่นดินไทย การย้อมผ้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดี ช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยไม่ต้องไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ในขณะเดียวกัน มจธ.เองก็เป็นหน่วยงานเล็กๆ ในสังคมที่มีองค์ความรู้ มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยตรง ก็อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะในเมื่อจะทำดีถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ตามแนวทางของพระองค์ที่ทรงรักและห่วงใยสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ทาง มจธ.มีนักศึกษา อาจารย์ที่มีจิตอาสา พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือด้านการบำบัดน้ำด้วยความยินดีและเต็มใจ”
ผศ.ดร.ธิดารัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้เครื่องดังกล่าวมีอยู่เครื่องเดียวที่ มจธ. ส่วนการที่จะนำไปใช้ในจุดให้บริการย้อมผ้าไหนนั้นจะได้ประสานกับทางสำนักการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครต่อไป แต่ถ้าหน่วยงานไหนที่ต้องการอยากมีเครื่องบำบัดน้ำทิ้งแบบนี้ไปใช้ ทางมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะถ่ายทอดนวัตกรรมและองค์ความรู้ดังกล่าวด้วยความยินดีฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 06-3249-6654