พระมหากษัตริย์นักออม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 พฤศจิกายน 2559 เวลา 14:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/464109

พระมหากษัตริย์นักออม

โดย…พุสดี สิริวัชระเมตตา, วรธาร ทัดแก้ว

หนึ่งในพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เป็นที่ประจักษ์ใจพสกนิกรชาวไทยมาตลอด คือ ทรงเป็นต้นแบบของความเรียบง่าย ความประหยัด และความพอเพียง พระองค์พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้คนไทยรู้จักที่จะดำเนินชีวิตในสังคมด้วยความสามารถที่จะอุ้มชูตัวเองได้ โดยที่ตัวเองและคนอื่นนั้นไม่เดือดร้อน อีกทั้งต้องดูแลตัวเองและครอบครัวให้มีความพอมี พอกิน พอใช้ ไม่หวังที่จะร่ำรวยแต่เพียงอย่างเดียว หากทำได้จะเกิดความสุขถ้วนทั่วกัน

พระมหากษัตริย์นักออม

ครั้งหนึ่ง ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้เขียนคำนำไว้ในหนังสือ “ตามรอยพระยุคลบาท…ครูแห่งแผ่นดิน” ว่า “พระองค์ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเล่าให้ผมฟังเองว่า ตอนเด็กๆ นั้นทรงได้รับการสั่งสอนจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอย่างเข้มงวดอย่างยิ่ง ไม่ได้ทรงสอนให้ฟุ่มเฟือย ไม่ได้ทรงสอนให้ใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลือง

มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเล่าให้ฟังว่า ทรงอยากได้ของเล่นชิ้นหนึ่ง แต่เงินไม่พอ เพราะว่า Pocket Money ที่ทรงได้รับนั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเก็บภาษีด้วย โดยในแต่ละอาทิตย์ทั้งสามพระองค์ทรงถูกหักเงินที่ได้รับเพื่อใช้จ่ายออกไป 10% ซึ่งจะต้องนำใส่กระป๋องไว้ที่กลางบ้าน กลางที่ประทับที่ตำหนักโลซาน พระองค์รับสั่งว่า พวกเราทั้งสามเรียกกระป๋องนี้ว่า ‘กระป๋องคนจน’

เพราะเมื่อเต็มกระป๋องแล้ว สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจะทรงเรียกประชุมเพื่อให้ทั้งสามพระองค์นั้นตัดสินพระทัยว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม พระองค์ทรงได้รับการอบรมฝึกปรือให้ประหยัด ให้นึกถึงประโยชน์ของส่วนรวม ให้รู้จักเสียสละมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ มีอยู่วันหนึ่งทรงอยากได้ของเล่นชิ้นหนึ่ง แต่เงินที่จะซื้อไม่พอ จึงทรงยืมเงินจากองครักษ์

 

เมื่อทรงถือของเล่นกลับมาที่ประทับ สมเด็จพระศรีนครินทราฯ รับสั่งถามว่าได้ของเล่นมาจากไหน รับสั่งตอบว่าไปซื้อมา สมเด็จพระศรีนครินทราฯ รับสั่งถามต่อว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ เพราะทรงทราบว่ามีเงินไม่พอ รับสั่งตอบว่ายืมเขา สมเด็จพระศรีนครินทราฯ รับสั่งให้เอาของเล่นไปคืนเดี๋ยวนี้เลย และเอาเงินที่ยืมไปคืนเขาเสียด้วย แล้วถ้าหากอยากได้ของเล่นต้องเก็บหอมรอมริบเอง จนกระทั่งมีเงินพอแล้วจึงไปซื้อ”

ดร.สุเมธ ถ่ายทอดไว้ด้วยว่า นี่คือชีวิตของพระองค์ที่ทรงถูกฝึกถูกอบรมมาอย่างนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรับสั่งเล่าว่า ของเล่นแต่ละชิ้นนั้นพระองค์ทรงสร้างเองทั้งสิ้น ทรงอยากเล่นรถไฟก็ทรงต่อเอง ทรงนึกอยากเล่นอะไรก็ต้องทรงทำเองทั้งหมด

สอดคล้องกับข้อความตอนหนึ่งจากนิทรรศการตามรอยเสด็จฯ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถ่ายทอดถึงการเป็นต้นแบบการออมของพระองค์ท่านไว้อย่างประทับใจ…

“ในช่วงวัยพระเยาว์ที่เจ้านายน้อยทั้งสามพระองค์ประทับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยพระราชฐานะแล้วน่าจะทำให้พระองค์สามารถใช้จ่ายได้มากเท่าที่พระทัยต้องการ แต่ทว่า…ค่าขนมที่ทรงได้รับทุกสัปดาห์กลับเป็นเงินจำนวนเล็กๆ ไม่ต่างจากเด็กทั่วไป สมเด็จย่าทรงปลูกฝังเรื่องการออมเงินอยู่เสมอ และไม่ทรงต้องการให้พระโอรสและพระธิดาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย

หากทรงอยากได้จักรยานสักคันหนึ่ง ก็จำต้องหยอดกระปุกเก็บเงินซื้อด้วยพระองค์เอง เข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สภาวะเศรษฐกิจฝืดตัวกระทบทุกประเทศทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่สวิตเซอร์แลนด์ ที่แม้จะวางตัวเป็นกลางในสงครามและไม่ได้รับความเสียหายจากสงคราม ในหลวงทรงตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมค่าใช้จ่าย ทรงปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างให้แก่ประชาชนด้วยการใช้จักรยานแทนรถยนต์เพื่อลดการใช้น้ำมัน ซึ่งถือเป็นของหายากและราคาแพงในยุคนั้น”

ชาติชาย พยุหนาวีชัย

น้อมนำพระราชดำรัสสู่การออมอย่างยั่งยืน

ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เราได้ยกย่องพระองค์ท่านว่าเป็น “พระมหากษัตริย์นักออม” ด้วยเพราะพระองค์ทรงสั่งสอนให้ประชาชนรู้จักเก็บ อดออม แล้วก็นำเงินที่ออมได้ไปใช้สร้างอนาคต ทำให้ประชาชนเรามีความกินดีอยู่ดีและมีความสุข ดังนั้นที่ผ่านมาธนาคารออมสินจึงได้น้อมนำพระราชปณิธานของพระองค์ท่านมาสานต่อให้ประชาชนคนไทยรู้จักอดออม พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน

“จากนี้ต่อไปธนาคารออมสินจะเน้นในสองเรื่อง คือ เรื่องการออม และการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาพยายามเผยแพร่ให้ประชาชนคนไทยได้นำไปปฏิบัติจริงตามที่พระองค์ท่านมีเจตจำนงและตั้งปณิธานให้กับคนไทยไว้ ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ได้ทรงทำให้กับคนไทยทุกคน เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของไทยดีขึ้นเป็นอย่างมาก”

ด้าน ลิซ่า-อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ผู้ประกาศข่าวสาวชื่อดัง กล่าวถึงการน้อมนำพระราชจริยวัตรดังกล่าวมาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เมื่อไรที่เรารู้ว่าความพอเพียงคืออะไร รู้จักพอ อย่าใช้มากกว่าที่มี และรู้จักอดออม เมื่อนั้นเราก็จะมีอนาคตที่มั่นคง

“ด้วยพระราชจริยวัตรของพระองค์ท่าน ทรงเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรไทยมากมาย อย่างเรื่องราวที่หลายคนอาจได้รับฟังบ่อยๆ เช่น เรื่องราวของหลอดยาสีพระทนต์ ดินสอไม้ ฉลองพระบาท ความจริงแล้วด้วยฐานะของพระองค์จะทรงใช้ของหรูหราก็ได้ แต่ท่านทรงเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เพื่อเป็นตัวอย่างให้ประชาชน ส่วนตัวลิซ่าว่าการออมในที่นี้ พระองค์ไม่เพียงเป็นตัวอย่างเรื่องการออมเงิน แต่ยังรวมถึงการออมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการออมเวลา ทั้งที่พระองค์ทรงมีพระราชกิจมากมาย แต่ก็ออมเวลาเพื่อมาเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่าเสมอ”

ลิซ่า ยังบอกด้วยว่า เธอเองเป็นคนหนึ่งที่กำลังมุ่งมั่นน้อมนำสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเป็นแบบอย่างมาปรับให้เข้ากับการใช้ชีวิต โดยเริ่มต้นง่ายๆ จากการสุขกับสิ่งที่มี รู้จักกับคำว่า “พอ”

ลิซ่า-อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์

 

ขณะที่ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงชื่อดัง นอกจากได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์มาใช้ในที่นาของตัวเองแล้วก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับรู้ถึงความเป็นยอดนักออมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นอย่างดี พร้อมทั้งได้น้อมนำแบบอย่างการออมของพระองค์มาใช้ในชีวิตอีกด้วย

“แพนได้รับการปลูกฝังเรื่องการออมตามแบบอย่างพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็ก จากการพร่ำสอนของคุณยายของแพนที่เป็นครูและคุณตาซึ่งก็รับราชการเหมือนกัน ทั้งสองมักจะเล่าถึงพระราชกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ทรงทำให้แก่ประเทศชาติและประชาชนของพระองค์ รวมถึงพระราชจริยวัตรส่วนพระองค์ให้ฟังอยู่เนืองๆ หนึ่งในนั้นก็คือวิธีการออม การประหยัดและการใช้จ่ายที่คำนึงถึงคุณค่าและประโยชน์ของการใช้สอยเป็นสำคัญ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

พระองค์ทรงได้รับการปลูกฝังเรื่องการออมตั้งแต่ทรงพระเยาว์จากสมเด็จย่าที่มักจะสอนทั้งพระองค์ พระบรมเชษฐา และพระเชษฐภคินีอยู่เสมอเกี่ยวกับว่า หากอยากได้อะไรต้องรู้จักเก็บหอมรอมริบเพื่อเอาเงินที่เก็บนั้นไปซื้อ ไม่ใช่ว่าอยากได้อะไรจะต้องได้มาง่ายๆ รวมถึงของที่ได้มาแล้วต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์และเห็นคุณค่า ซึ่งสิ่งที่สมเด็จย่าทรงสอนนั้นได้อยู่ในพระราชหฤทัยของพระองค์เสมอมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์มาตลอดพระชนม์ชีพ จากการออม สู่การประหยัด สู่การรู้จักคุณค่าของข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และสู่ความพอเพียงดังที่คนไทยเราประจักษ์ทุกวันนี้”

แพนเค้ก เล่าต่อว่า ด้วยการมีบุคคลต้นแบบการออมที่ยิ่งใหญ่นี้ ประกอบกับได้รับการปลูกฝังจากคุณยาย เธอจึงเริ่มต้นการออมเล็กๆ ด้วยการหยอดกระปุกออมสิน โดยวันไหนที่ไปโรงเรียนก็จะเหลือเงินมาหยอดกระปุกทุกวัน และเมื่อถึงโอกาสหนึ่งถ้าอยากได้อะไรก็จะรวบรวมเอาเงินจากกระปุกนี้ไปซื้อ บ้างก็เหลือไว้ทำบุญในบางโอกาส แต่พอโตขึ้นรูปแบบการออมก็แตกต่างออกไป แต่ก็ยังยึดมั่นในแนวทางที่พระองค์ทรงใช้คือความพอเพียงอยู่เสมอ

“ทุกวันนี้เงินจากการทำงานของแพนคุณแม่เป็นคนดูแลค่ะ ซึ่งก็จะมีส่วนที่เก็บเป็นหลัก ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน อีกส่วนก็แบ่งไว้สำหรับช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนาตามโอกาสที่มาถึง

เรื่องการใช้จ่ายส่วนตัวด้วยความที่ทำงานด้านนี้ในการซื้อของใช้ก็จะคำนึงถึงความจำเป็นมาเป็นที่หนึ่ง และเลือกใช้ของคุณภาพดีที่ใช้ได้นานและเกิดประโยชน์แก่ตัวเองมากที่สุด แล้วเวลาใช้ก็ใช้อย่างรู้คุณค่า แพนว่าภาพการใช้ยาสีฟันของในหลวงชัดเจนมากนะในการใช้ของอย่างรู้คุณค่า ทรงใช้จนหลอดยาสีฟันบิดเบี้ยวไปหมด พระองค์ทรงเป็นต้นแบบการออมและการอยู่อย่างพอเพียงจริงๆ ค่ะ” ดาราสาวทิ้งท้าย

 

Leave a comment