ไขความเร้นลับของหัวใจ หมอตุ๊ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 ธันวาคม 2559 เวลา 10:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/472112

ไขความเร้นลับของหัวใจ หมอตุ๊ด

โดย…นกขุนทอง ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องที่หาดูหาอ่านได้ยากสำหรับนวนิยายแนววาย (Y ย่อมาจาก Yaoi ที่แปลว่าชายรักชาย) หรือแนวบอยเลิฟ เพียงแต่ว่าเมื่อมันถูกเปิดเผย ถูกนำมาเล่าและสามารถเผยแพร่ไปสู่คนหมู่มากได้ง่ายแล้ว สิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้นๆ จะเป็นคุณหรือโทษ จะสร้างสรรค์หรือล่อแหลมนำไปสู่การสร้างปัญหา ผู้ที่สร้างงานขึ้นมาคือผู้กำหนดทิศทางได้

“หมอตุ๊ด” คือนามปากกาของ นพ.อุเทน บุญอระณะ แพทย์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเรียนต่อเฉพาะทางโรคสมอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากประกอบสัมมาชีพตรงสายที่เรียนมา “เป็นหมอ” เขายัง “เป็นนักเขียน” เพราะชอบเขียนชอบเล่าและชีวิตก็พานพบผู้คนเหตุการณ์ที่มีสีสันฉูดฉาดนำมาเล่าต่อ ใครฟังก็หัวเราะครื้นเครง สามารถเล่าเรื่องยากๆ ให้ง่าย และเล่าเรื่องธรรมดาให้สนุกสร้างรอยยิ้มได้ กลายเป็นเจ้หมอสุดจี๊ด แห่งเพจ หมอตุ๊ด ที่มีคนติดตามมากกว่าสองแสนคน เช่นนั้นแล หมอจึงมาเขียนหนังสือ และแนวนวนิยายที่หมอเขียนก็แนวชายรักชาย

“เมื่อ 2 ปีที่แล้วทำเพจ เขียนเรื่องสมัยเรียนให้เพื่อนอ่านกันว่าเราทำเรื่องบ้าๆ บอๆ อะไรบ้าง คนมากดไลค์กลายเป็นเรื่องสาธารณะเป็นเรื่องตลกของนักศึกษาแพทย์ พอทำมาสักพักหนึ่งก็มีคนมาชวนทำหนังสือ Wake Up ชะนี! แนวจิตวิทยา บอกผู้หญิงว่าถ้าผู้ชายเขาทำจุดๆ แบบนี้เขาไม่ได้รักเธอหรอก เช่น เขาโทรหาเธอตอนเมาไม่ได้หมายว่าจิตใต้สำนึกสั่งให้เขาโทรนะ ชะนีตื่นค่ะเขาไม่ได้รักเธอ จิตใต้สำนึกของมนุษย์ ไม่มีคำว่ารักนะคะ เราเอาจิตวิทยาที่เราเรียนมาผสมกับชีวิตคนรอบข้าง เพราะตุ๊ดเป็นเพศที่ผู้หญิงเข้ามาปรึกษาบ่อยมาก และเราจะเข้าใจความเยอะของชะนี”

 

“The Our Story กังหันกับพัดโบก” คือผลงานนวนิยายเรื่องแรกจากเจ้หมอ โดยนิยายเรื่องนี้ได้พล็อตเรื่องมาจากชีวิตจริงของคนรอบข้าง พูดถึงนวนิยายแนววายภาพโจ๊งครึ่มของเลิฟซีน ฮาร์ดคอร์เลือดกำเดาไหลก็เด้งขึ้นมาในจินตนาการ แต่ทว่านวนิยายของหมอตุ๊ดให้ความละมุนละไมในความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ไล่พัฒนาตามความรู้สึกที่ค่อยๆ กล้าเปิดเผย ยอมรับหัวใจและความต้องการของตัวเอง ส่วนฉากล่อแหลมนั้นหมอตุ๊ดบอกว่า เซ็นเซอร์งานตัวเองเรียบร้อย เพราะไม่นิยมสร้างงานแนวนั้น

“เรื่องนี้เขียนตอนเรียนปี 5 แต่ไม่จบ แล้วหลังจากที่เรามีผลงานหนังสือแล้ว ทางกอง บก.ก็โทรมาถามว่า คุณหมอมีนิยายแนววายสักเรื่องไหม ก็นึกถึงเรื่องนี้ ตอนนั้นที่เขียนรู้สึกอยากเขียนเรื่องรัก มีโลเกชั่นเป็นธรรมศาสตร์ รังสิต หลับตาจินตนาการความรักของชายกับชาย แล้วเราเขียนสิ่งที่ตัวเองรู้จริงดีที่สุด ชีวิตนี้ก็คงไม่เขียนเรื่องความรักชายหญิง

การเล่าเรื่องแยกเป็นตอนของกังหันและพัดโบก มีเส้นของเรื่องดำเนินไป เพราะคนคนหนึ่งจะมองเหตุการณ์ที่แตกต่างกัน ตอนเรียนปี 2 ได้อ่านนิยายญี่ปุ่นมี 2 เล่มขายคู่กัน เล่มแรกชื่อ ร้อน เขียนมุมมองของผู้หญิง อีกเล่มชื่อ เย็น เป็นมุมมองของผู้ชาย เขาเล่าบทที่ 1 ถึงบทสุดท้ายเป็นเรื่องเดียวกัน แต่มองด้วยฟิลเจอร์ต่างกัน เราอ่านแล้ว รู้สึกการดำเนินเรื่องแบบนี้เท่ว่ะ แล้วการเขียนและการอ่านแบบนี้เหมือนเอาตัวเราไปสิงในตัวละคร ซึ่งเหมาะกับสไตล์เราไม่ชอบเขียนลอยในอากาศแล้วมองดู แต่เราชอบการสื่อสารสิงไปเลย ใช้สรรพนามแบบบุรุษที่หนึ่ง

สำหรับเรานิยายมีส่วนประกอบ 4 อย่าง 1.ตัวละคร เราต้องปั้นขึ้นมา ยากที่สุดคือการสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครขึ้นมาให้ได้ ก็เป็นคาแรกเตอร์จากคนใกล้ตัว 2.เนื้อเรื่อง ไม่ยาก เป็นเรื่องความรัก 3.ภาษา โจทย์ของบรรณาธิการ ให้คนอ่านได้หลายวัย ก็ภาษากลางๆ 4.เอาสามสิ่งแรกเป็นสะพานเชื่อมจากคนเขียนไปสู่คนอ่าน เพื่อสุดท้ายนำพาบทเรียนชีวิต มีปรัชญา วิธีการคิดบางอย่างให้ผู้อ่านได้คิดต่อ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนังสือแนว Coming of age เป็นแนวการเติบโต การเปลี่ยนผ่านวัย จากเด็กสู่วัยรุ่น วัยรุ่นสู่ผู้ใหญ่ นักศึกษาปีสุดท้ายเปลี่ยนเป็นวัยทำงาน รับผิดชอบตัวเอง ต่อครอบครัว และต่อคนรักของเขา มีกระบวนการความคิดเปลี่ยนถ่าย ซึ่งเราต้องการส่งให้ผู้อ่าน มันมีเรื่องทั้งสนุก หวานๆ ขมๆ”

 

นวนิยายแนววายกำลังเป็นที่นิยม หลายเรื่องถูกนำมาสร้างเป็นละคร กลุ่มคนอ่านก็ขยาย และหนังสือเข้าถึงคนอ่านได้หลายช่องทางขึ้น “ตอนนี้กระแสคนเริ่มหันมามองเยอะขึ้น มีทั้งข้อดีข้อเสีย อย่างเมื่อก่อนคนให้ความสนใจกลางๆ นักเขียนอยากเขียนอะไรก็ได้ เขียนมีเพศสัมพันธ์ก็ได้ พอสังคมเริ่มจับตา งานเขียนของคุณให้อะไรกับสังคม หนังสือเล่มนี้ไม่มีความเป็นพิษอะไรทั้งสิ้น เราไม่มีฉากอล่างฉ่าง ไม่มีบรรยายเพศสัมพันธ์ อ่านแล้วฟิน ไม่เครียด เชื่อเสมอว่าเขียนได้ดีไม่ต้องมีฉากพวกนี้ก็ได้คนอ่านก็ชอบ ตอนนี้บนแผงหนังสือมีหนังสือแนววายเยอะแยะการเป็นนักเขียน เขียนได้ 2 อย่าง 1.เขียนสิ่งที่ตลาดต้องการ 2.เขียนสิ่งที่จะนำคนอื่นไปต่อ ซึ่งเราเลือกอย่างหลัง เราไม่ต้องเขียนเอาใจคนอ่านเอาใจตลาด เงินเดือนประจำเราพอกินพอใช้ การมาเขียนงานตรงนี้เหมือนเรามีของแล้วอยากปล่อย ไม่ได้เลี้ยงชีพด้วยเงินจากการเป็นนักเขียนแต่ชอบเขียน ดังนั้นเราจะไม่ใส่สารพิษลงในสิ่งที่เราเขียนเพื่ออะไรก็ตาม”

เรื่องราวความรักที่ไร้ข้อจำกัดใดๆ ที่หมอตุ๊ดสร้างให้ กังหัน หนุ่มน้อยร่างเล็กนักศึกษาแพทย์ ที่เพิ่งโดนสะบัดรักจากชายคนรักเก่ามาอย่างเจ็บปวด และ พัดโบก หนุ่มมาดเข้มจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่แผลในใจยังสด เพราะเพิ่งถูกหญิงสาวที่คบกันมานานบอกเลิก แต่แล้วโชคชะตาก็ได้นำพาเขาทั้งสองคนมาพบกัน ความใกล้ชิดที่ค่อยๆ บรรเทาความเศร้าจากรักครั้งนี้ให้จางหายไป แต่เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจที่จะรัก มันก็ไม่ง่าย… แล้วสุดท้ายความรักของกังหันกับพัดโบกจะหมุนไปอย่างไร ลองหา The Our Story กังหันกับพัดโบก มาอ่านดู อาจจะค้นพบเสน่ห์ในงานเขียนแนววาย และงานเขียนแนววายไม่จำเป็นต้องใต้สะดือเสมอไป

 

Leave a comment