ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
13 มกราคม 2560 เวลา 17:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/475541

สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตกับคำขวัญวันเด็กว่า วันเด็กเป็นวันสำคัญที่มีรากฐานมาจากอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขององค์กรสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยลงสัตยาบันเรื่องนี้เอาไว้เมื่อปี 2499 ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการกล้าหาญอย่างมาก และผู้นำในขณะนั้นมั่นใจว่าจะทำตามได้ แต่เอาเข้าจริง ก็ยังไม่เห็นการพัฒนาเด็กที่สอดคล้องกับคำขวัญที่ผู้นำมอบให้ ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตาม แต่กลับกัน คำขวัญวันเด็กกลับขึ้นอยู่กับบริบทของสังคมในช่วงเวลานั้น ไม่ได้มองถึงความต้องการของเด็กอย่างแท้จริง
ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
คำขวัญวันเด็ก 2560 “ใส่ใจศึกษา พาชาติมั่นคง” ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบให้กับเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ ถูกนำมาถอดรหัสถึงนัยยะอันสำคัญ
บนเวทีเสวนาหัวข้อ “ตีโจทย์คำขวัญวันเด็ก 2560 เด็กไทยจะมีส่วน ‘ใส่ใจการศึกษา พาชาติมั่นคง’ อย่างไร” คำขวัญของนายกฯ ถูกนำมาวิพากษ์อย่างน่าสนใจ
จากสถิติที่สมพงษ์ ได้รวบรวม ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า คำขวัญวันเด็กที่มาจากผู้นำ ก็มักจะขึ้นอยู่กับบุคลิกผู้นำนั้นๆ ที่ผ่านมาจะมีคำขวัญตั้งแต่ปี 2499 จนถึงปัจจุบัน มีคำสำคัญที่ถูกนำมาใช้ซ้ำในคำขวัญวันเด็กอยู่ 6 คำ คือ 1.วินัยและการเรียน ใช้จำนวน 18 ครั้ง 2.คำว่าชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใช้ 17 ครั้ง 3.คุณธรรม ใช้ 15 ครั้ง 4.ขยัน ใช้ 11 ครั้ง 5.ประยัด สามัคคี ซื่อสัตย์ ใช้ 9 ครั้ง และ 6.ประชาธิปไตย ใช้ 4 ครั้ง
ความแตกต่างของคำขวัญวันเด็กแต่ละปี สามารถแยกย่อยให้เห็นถึงบุคลิกผู้นำได้อย่างชัดเจน เช่น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะใช้วลีที่ว่า “ขอให้เด็กในสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้อำนาจควบคุม ขณะที่ยุคของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็จะมุ่งเน้นไปที่ความซื่อสัตย์ นิยมไทย และเรื่องของชาติ ส่วนทักษิณ ชินวัตร จะเน้นหนักในเรื่องของความสนุกสนาน การเรียนรู้นอกกรอบ และมองในเรื่องเทคโนโลยี แต่สำหรับชวน หลีกภัย เป็นบุคคลเดียวที่มองเรื่องของประชาธิปไตย โดยเอ่ยถึงคำดังกล่าวมากถึง 4 ครั้ง
“คำขวัญวันเด็กจากผู้นำ ไม่ได้มองถึงสิทธิของเด็ก ทั้งการมีส่วนรวม สิทธิการอยู่รอด สิทธิการได้รับการพัฒนา และสิทธิการได้รับความคุ้มครอง แต่จะสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยในแต่ละช่วงผู้นำเท่านั้น เด็กส่วนใหญ่ทำกิจกรรมตามที่ผู้ใหญ่บอกมา แต่ไม่มีสิทธิที่จะริเริ่มสิ่งที่อยากจะทำ ก่อให้เกิดการย่ำ วน ไม่พัฒนา และเสียงของเด็กก็เบาจนเกินไป” สมพงษ์ วิพากษ์คำขวัญวันเด็กในห้วงที่ผ่านมา
กระนั้น สมพงษ์เสนอสิ่งที่ควรจะปลูกฝังให้กับเด็กผ่านคำขวัญ ที่ต้องประกอบไปด้วย 5 ด้าน คือ 1.ความมีวินัย ตรงต่อเวลา 2.ความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นต้นแบบสำหรับอนาคตที่จะหยุดการทุจริต 3.ประชาธิปไตย ที่ต้องไม่ใช่ลักษณะลุ่มๆ ดอนๆ เด็กจะต้องเข้าใจในสิทธิของตน และการมีส่วนร่วม 4.การน้อมรับปรัชญาความพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน และ 5.สามัคคี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะบ้านเมืองทุกวันนี้แตกแยก ก็เพราะขาดความสามัคคี
“ประเทศไทยยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับเด็ก เราขาดการกำหนดคุณลัษณะที่ชัดเจนต่อเด็กเยาวชนในชาติ ดูอย่างที่ญี่ปุ่น ประเทศที่สร้างคุณลักษณะได้อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดคุณลักษณะเอาไว้ 10 ด้าน อาทิ ตรงเวลา มีวินัย ทำงานเป็นทีม อ่อนน้อม เห็นความสำคัญของส่วนรวม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ยอมรับกันทั่วประเทศ และสร้างกิจกรรมในทุกด้านเพื่อสอดรับกับคุณลักษณะที่วางเป้าหมายเอาไว้” สมพงษ์ ย้ำ
ขณะที่เสียงจากเด็กและเยาวชนที่ร่วมเวทีเสวนา ชัยอนันต์ พิมพ์พรหมมา ในวัย 16 ปี จากจ.อุบลราชธานี ให้ความเห็นถึงคำขวัญวันเด็กปี 2560 ว่า การศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชาติมีความมั่นคง การสนับสนุนให้เด็กไทยใส่ใจศึกษานั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ในเด็กบางคนที่ไม่ถนัดด้านเรียนแต่ชอบการทำกิจกรรมด้านอื่นๆ ก็ควรสนับสนุนเช่นกัน เช่นในโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์กีฬาแต่มีเด็กสนใจในด้านกีฬานั้น ควรสนับสนุนเด็กในด้านนี้ด้วย เพื่อให้เด็กที่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการทำกิจกรรม เลิกหันไปเสียเวลากับการเล่นเกมหรือไปทำความวุ่นวายให้สังคม
อีกมุมมองจากเด็กที่เคยหลงผิดจนต้องเข้าสถานพินิจ แต่ท้ายสุดก็กลับตัวได้อย่าง ไพโรจน์ ลอเฒ่า แกนนำเยาวชนโครงการกำลังใจในพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จ.เชียงใหม่ กล่าวในเรื่องของสิทธิที่เด็กควรจะมีว่า อยากให้มีการให้กำลังใจและให้โอกาสเด็กที่เคยก้าวพลาดมาก่อน และอยากให้มีการเปิดใจปรับทัศนคติที่มีต่อเด็กไม่ให้มองว่าเขาเป็นคนไม่ดี เพราะคิดว่าให้กำลังใจและการให้โอกาสนั้นจะสามารถสร้างคนที่เป็นรากฐานให้ประเทศได้ และคนเหล่านั้นยังเป็นคนที่มีศักยภาพเหมือนคนทั่วไปเช่นกัน
ด้าน ณัฐวรรณ บุญแนบ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนละอายพิทยานุสรณ์ รองประธานสภาเด็กและเยาวชน จ.นครศรีธรรมราช กล่าวแสดงความคิดเห็นในเรื่องของคำขวัญวันเด็กไว้ว่า คำขวัญวันเด็กจะเป็นส่วนสำคัญที่คอยย้ำว่าเด็กควรจะทำตัวยังไง แต่การที่เด็กจะใส่ใจในเรื่องการศึกษานั้นผู้ใหญ่ควรเข้าใจและเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้แก่เด็ก และอยากให้ผู้ใหญ่มองว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพที่เท่าเทียมกัน เพราะสังคมต้องการคนเก่งและเรียนดี เด็กบางคนอาจเก่งในเรื่องเรียน บางคนเก่งเรื่องกิจกรรม จึงคิดว่าทุกคนควรให้ความร่วมมือกันเพื่อให้ประเทศพัฒนาและนำไปสู่ความมั่นคงเหมือนในคำขวัญที่กล่าวไว้
ทิ้งท้ายจาก ชมพูนุช มณีโชติ ตัวแทนกลุ่มพลังโจ๋ อดีตเด็กแว้นท์ จ.แพร่ กล่าวถึงเรื่องการให้โอกาสเด็กว่า เด็กบางคนก็ต้องการโอกาสในสังคม การที่ผู้ใหญ่ไม่ให้ความสำคัญหรือไม่เห็นคุณค่านั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้ให้เด็กมองไม่เห็นถึงคุณค่าของตัวเอง ผู้ใหญ่จึงควรให้ความสำคัญกับเด็กเพราะเด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติ และคิดว่ากลุ่มเด็กที่กลับตัวกลับใจจะเป็นพลังที่สามารถทำให้ชาติเกิดความมั่นคงได้ เพราะเด็กเหล่านั้นจะสามารถบอกกล่าวในเรื่องที่เคยทำผิดพลาดและจะช่วยลดปัญหาให้สังคมลงบ้าง