เป้าหมายความปลอดภัย ตัวเลขตายปีใหม่ 5% ต้องลดลงจากปีเก่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2559 เวลา 08:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/472571

เป้าหมายความปลอดภัย ตัวเลขตายปีใหม่ 5% ต้องลดลงจากปีเก่า

โดย….กันติพิชญ์ ใจบุญ

เป็นที่ถกกันในทุกช่วงเทศกาลปีใหม่เกี่ยวกับ “ยอดตาย” ของประชาชนในการสัญจรบนท้องถนน

ตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตในเทศกาลปีใหม่ 2559 พุ่งสูงถึง 380 ราย และหากนับรวมระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คนไทยต้องจบชีวิตบนถนนในเทศกาลปีใหม่มากถึง 4,136 คน เฉลี่ยตายชั่วโมงละกว่า 2 คน หรือวันละเกือบ 54 คน

มาตรการ “หยุดการตาย” บนท้องถนนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐจำต้องเข้ามาเร่งแก้ไขปัญหา

น่าสนใจกับรายงานเพื่อหาทางออกเรื่องดังกล่าวของคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ชูหัวข้อเรื่อง “การปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน” เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุท้องถนนในช่วงเทศกาล

ในรายงานวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่าประชาชนเลือกใช้ช่วง วันหยุดยาวเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก กอปรกับนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากกว่าโดยสารรถสาธารณะ ทั้งนี้ก็เพราะความเร่งรีบให้ ถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าทางร่างกาย อีกทั้งยังนิยมเลี้ยงฉลองจนมึนเมา สร้างความคึกคะนอง นำไปสู่ความประมาท ขับขี่รถโดยไม่เคารพกฎจราจร จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นในทุกปี ค่าเฉลี่ยการ เสียชีวิตจึงพุ่งสูงขึ้นในทุกปี โดยล่าสุดปี 2559 ก็มากกว่าปี 2558 ถึง 11%

นอกจากความประมาทส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แล้ว รายงานของคณะกรรมา ธิการฯ ยังพบความไม่มีเอกภาพใน หน่วยงานของการแก้ไขปัญหา ขาด การบูรณาการบวกกับการสร้างพื้นฐานของการขับขี่ที่ไม่เคารพกฎของสังคมให้เด็กและเยาวชนได้เห็นจนคิดว่าเป็น เรื่องปกติ ทั้งการฝ่าฝืนกฎเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่ตามมาจึงเกิดการขาดจิตสำนึกในการรักษากฎระเบียบวินัยบนท้องถนน แม้จะมีวิชาการด้านกฎหมายออกมาให้ข้อมูลอยู่ตลอดก็ตาม

สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจึงนำไปสู่ แผนแม่บทที่ต้องเริ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป โดยแบ่งเป็นแผนระยะสั้น ซึ่งคือการลดตัวเลขผู้เสียชีวิตในปี 2560 โดยมุ่งหวังใช้มาตรการนี้เป็นต้นแบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ทั้งเมาแล้วขับถูกยึดรถ ซึ่งเป้าหมายที่จะเป็นค่าวัดได้ รัฐบาลต้องการลดการ เสียชีวิตจากช่วงเดียวกันของปี 2559 ให้ได้อย่างน้อย 5%

ต่อมาที่แผนระยะกลาง ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 6 ด้าน โดยจะนำหลักการตามที่องค์กรสหประชาชาติมากำหนดกรอบ ที่จะให้ลดอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนให้ได้ 50% ภายในปี 2563 เพราะแต่ละปีประชากรทั่วโลกต้องจบชีวิตบนท้องถนนมากถึง 2.6 หมื่นคน และบาดเจ็บอีกกว่า 8 แสนคน

ตามแผนดังกล่าวของนานาชาติ ประเทศไทยถือเป็นกลุ่มประเทศหลัก ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะ สถิติที่ไม่เคยโกหกใครระบุเอาไว้ว่า ประเทศไทยเกิดอุบัติทางถนนสูงเป็นอันดับสองของโลก

แผนการปฏิรูประบบความปลอดภัยบนท้องถนนระยะยาวมีกรอบเวลา 20 ปี หนึ่งในนั้นรวมถึงการจัดตั้งศาลจราจร การให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนน (จปถ.) การพัฒนาคุณภาพคนในทุก ช่วงวัยให้มีภูมิคุ้มกันต่อความปลอดภัย โดยให้สถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน สังคม

ในรายงานระบุถึงรูปแบบการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่นที่เน้นตั้งแต่การปลูกฝังเด็ก ให้เรียนรู้ถึงความปลอดภัย และใช้ชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน เช่น ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องความปลอดภัยทางถนน หรือกำหนดเส้นทางสู่โรงเรียนอย่างปลอดภัยให้เด็ก

ขณะที่ประเทศออสเตรเลียจะเริ่มให้ความรู้กับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยจะสอนในลักษณะการเล่นบทบาทในสถานการณ์ ระดับประถมศึกษาต้นจะเรียนรู้ว่าอะไรควรปฏิบัติหรือไม่ควรปฏิบัติ เพื่อให้เด็กจดจำได้ง่าย รวมทั้งการนำกระบวนทางวิทยาศาสตร์มาใช้เป็นสื่อการสอนเรื่องความปลอดภัย ทางถนน เช่น การข้ามถนน ถ้ารถมาด้วยอัตราความเร็วเท่าใดและต้องใช้ เวลาข้ามถนนเท่าใด

รายงานยังระบุว่า ประเทศไทย จะต้องนำระบบการจัดการศึกษาของ ต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทสภาพการศึกษาและสังคม ของประเทศไทย อาทิ ปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน ในระดับต่างๆ 2.นำความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนบรรจุในโปรแกรม ของการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้  สร้างสภาพแวดล้อมบริเวณภายในโรงเรียนให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ รวมถึงอบรมพัฒนาบุคลากรครูเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยทางถนน

 

Leave a comment