ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
14 มกราคม 2560 เวลา 11:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/475683

โดย…ภาดนุ
เบนซ์-สุพัฒ สังวรวงษ์พนา วัย 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นผู้คิดค้นต้นแบบนวัตกรรมหลอดเลือดเทียมจากเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (Bio Blood Vessels by 3D Printing) และส่งผลงานเข้าประกวดจนสามารถคว้ารางวัลมาได้ ไอเดียนี้มีที่มาอย่างไร ไปคุยกับเขากัน
“ผมและเพื่อน (ศิริลักษณ์ สังวาลย์วรวุฒิ) เป็นเยาวชนจากโครงการ ‘Chevron Enjoy Science สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต’ ซึ่งเราได้ร่วมกันพัฒนาผลงานปะการังเทียมและส่งเข้าประกวดในโครงการ Enjoy Science : Let’s Print the World ที่ทางบริษัท เชฟรอน ได้จัดขึ้น จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากการออกแบบผลงานปะการังเทียม ซึ่งใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติมาครองได้
“จากประสบการณ์นั้นเองทำให้ผมนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นผลงานใหม่ ซึ่งแต่เดิมผมยังไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านเครื่องพิมพ์ 3 มิติสักเท่าไรนัก มีแค่ความรู้ในการใช้โปรแกรมออกแบบโมเดล 3 มิติเท่านั้น เพราะมีในหลักสูตรที่เรียนและเป็นงานอดิเรกที่ผมชอบอยู่แล้ว เมื่อได้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติตอนทำปะการังเทียม ผมจึงนำความรู้นั้นมาต่อยอดออกแบบเป็นผลงานหลอดเลือดเทียมขึ้นมา”

เบนซ์ บอกว่า โปรเจกต์หลอดเลือดเทียมนี้ เขาได้แรงบันดาลใจมาจากอากง-อาม่า ที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งอาม่าก็เคยผ่าตัดบายพาสหัวใจมาแล้ว เขาจึงอยากจะคิดค้นวิธีที่จะช่วยรักษาอากง-อาม่าให้หายป่วยได้แต่ก็ไม่ทัน เพราะปัจจุบันนี้ทั้งสองคนได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ถึงยังไงเขาก็ยังคงเดินหน้าคิดต่อไป เพราะหวังว่าในวันข้างหน้า สิ่งที่เขาคิดไว้จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นๆ ได้
“ตอนเริ่มคิดโครงการ ผมได้ศึกษาข้อมูลแล้วว่า หลอดเลือดเทียมคืออะไร จะมีการออกแบบยังไงบ้าง ประกอบกับที่ต่างประเทศได้มีผู้คิดค้นสาร Poly-Lactic-Co-Glycolic Acid ซึ่งเป็นสารโพลีเมอร์ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติย่อยสลายและขับออกมาในรูปของปัสสาวะได้ แถมยังมีความยืดหยุ่นสูงและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ด้วย เพราะมีงานวิจัยจากต่างประเทศมารองรับเรียบร้อยแล้ว
“ผมเลยคิดว่าสารตัวนี้สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุที่ผลิตเป็นหลอดเลือดเทียมได้ เมื่อหาข้อมูลและออกแบบเสร็จเรียบร้อย ผมจึงนำงานต้นแบบไปพรินต์เป็นโมเดล 3 มิติอีกที เนื่องจากผมเรียนวิศวะอยู่แล้ว การออกแบบรูปทรงและงานสามมิติจึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากสำหรับผมก็คือความรู้เกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตและแรงดันต่างๆ ของเส้นเลือด ดังนั้นนอกจากการหาความรู้จากอินเทอร์เน็ตและงานวิจัยแล้ว ผมยังต้องปรึกษากับน้องชายผมที่เรียนแพทย์ไปพร้อมกันด้วย จนสามารถทำต้นแบบหลอดเลือดเทียมขึ้นมาได้สำเร็จ”
เบนซ์ เสริมว่า หลอดเลือดเทียม 3 มิตินี้ พื้นผิวด้านนอกจะดูเรียบคล้ายกับหลอดน้ำดื่ม แต่พื้นผิวด้านในจะเป็นโครงสร้างตาข่ายรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่มีทางเชื่อมต่อกันเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เซลล์จึงสามารถยึดเกาะและเจริญเติบโตได้ในช่วงเวลาที่ปลูกถ่ายหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดใหม่เริ่มสร้างตัวเองขึ้นได้แล้ว หลอดเลือดเทียมก็จะค่อยๆ ย่อยสลายไปได้เอง ซึ่งสารโพลีเมอร์ที่นำมาใช้เป็นวัสดุผลิตหลอดเลือดเทียมนี้จะมีความคงทนต่อแรงดันเลือดสูงรองรับแรงกระแทกได้ดี และมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะรองรับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันอีกด้วย

“ผลงานชิ้นนี้ผมไม่ได้จดสิทธิบัตร เนื่องจากเป็นผลงานที่เคยส่งเข้าประกวดและเคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด Social Challenge Awards 2015 ซึ่งเป็นการประกวดนวัตกรรมเพื่อสังคม ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและสำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคม (สกส.) จัดขึ้น รวมทั้งได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากงาน Science and Technology Innovation Contest มาแล้ว จึงถือว่าได้เผยแพร่ต่อสาธารณะไปเรียบร้อยโดยปริยาย
“อีกอย่างผลงานชิ้นนี้ยังทำให้ผมได้ไปบรรยายในงาน Bangkok Mini Maker Faire Thailand ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาด้วย และในช่วงกลางเดือน ม.ค. 2560 นี้ ก็จะมีการจัดงานขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้ผมจะนำผลงานชิ้นใหม่ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ผมและเพื่อนๆ ร่วมกันทำเพื่อขอจบการศึกษาในปีนี้ นั่นคือหัวฉีดสเปรย์ที่มีแรงดันในการกระจายตัวสูง ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องมือต่างๆ เช่น หัวฉีดยาฆ่าแมลง หัวฉีดสายสุขภัณฑ์ หรือนำมาต่อกับก๊อกน้ำเพื่อใช้ล้างผักผลไม้ ซึ่งหัวฉีดตัวนี้ก็จะช่วยสเปรย์น้ำให้ผักผลไม้ที่น้ำมาล้างนั้นสะอาดเอี่ยมทั่วทุกอณู แถมยังประหยัดน้ำด้วยครับ”
เบนซ์ ทิ้งท้ายว่า สำหรับโมเดลหลอดเลือดเทียม 3 มิติที่เขาออกแบบไว้นี้ เขาคิดว่าในอนาคตมีโอกาสที่จะทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ถ้ามีนักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญในวงการแพทย์นำไปศึกษาวิจัยและพัฒนาเพิ่มเติมก็จะสามารถช่วยผู้ป่วยได้จริง ซึ่งหากวันนั้นมาถึงเขาคงรู้สึกดีใจมากๆ เลยละ… ติดตามได้ที่ FB : Supat Sungworawongpana