ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
22 มกราคม 2560 เวลา 12:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/477080

โดย…พริบพันดาว
เหม เวชกร เป็นจิตรกรสำคัญคนหนึ่งของเมืองไทย ฉายา “จิตรกรมือเทวดา” คนไทยในวัฒนธรรมสมัยนิยมและประวัติศาสตร์ร่วมสมัยจะรู้จักผ่านหนังสือชุด “ภาพวิจิตร” ที่ไทยวัฒนาพานิชจัดพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพุทธประวัติ วรรณคดีไทย ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงหนังสือภาพชุดที่ศึกษาภัณฑ์พิมพ์ เช่น กามนิต สามก๊ก และภาพประวัติศาสตร์ไทย
ปัจจุบันผู้รักและติดตามงานศิลปะ จะเรียกชื่อว่า “ครูเหม” ถือเป็นปรมาจารย์ของศิลปะร่วมสมัยที่ได้รับอิทธิพลศิลปะสมัยใหม่จากตะวันตกคนหนึ่งของไทยที่เข้าถึงชาวบ้านมากที่สุด
สำหรับภาพวาดชิ้นสำคัญในชีวิตของครูเหม คือ ภาพชุดชีวประวัติสุนทรภู่ ภาพชุดนางงามในวรรณคดี ภาพชุดกากี ภาพชุดราชาธิราช ประมาณ 2,600 ภาพ ภาพชุดประวัติศาสตร์ไทย ภาพชุดนิทานประจำเมือง ภาพชุดเงาะป่า ภาพชุดกามนิต ประมาณ 2,000 ภาพ ภาพชุดขุนช้างขุนแผน และภาพชุดศรีธนญชัย ประมาณ 2,000-3,000 ภาพ ภาพชุดอิเหนา ประมาณ 1,320 ภาพ

ส่วนภาพที่ครูเหม เวชกร รักมากที่สุด คือ ภาพชุดปฐมสมโพธิ จากผลงานชิ้นนี้เองทำให้ครูเหม เวชกร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาโดยตลอด โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากชื่อเสียงของครูเหมที่โด่งดัง จนในปี 2504 สโมสรโรตารี่ได้จัดงานแสดงภาพจิตรกรรม เหม เวชกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาทอดพระเนตรงานแสดงภาพ ครูเหมได้มีโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายภาพเขียน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครูเหมเข้าเฝ้าฯ มีรับสั่งให้ครูเหมวาดภาพตามพระราชดำริ เช่น ภาพชาวบ้านใช้กรรไกรตัดหมาก โดยมีพระราชดำรัสว่า “ภาพชีวิตไทยๆ เหล่านี้ ต่อไปอาจจะไม่มีให้พบเห็น” โดยภาพเขียนของครูเหมหลายภาพได้เป็นของขวัญพระราชทานแก่พระราชอาคันตุกะที่มาเยือนประเทศไทย
ครูเหม เวชกร จิตรกรฝีมือชั้นครู เขียนภาพวิจิตรตีพิมพ์ในหนังสือนานาชนิดของไทย ทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน นวนิยาย ตำราเรียน และนิตยสารต่างๆ ตั้งแต่ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่อยมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ภาพเขียนของครูเหมมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะภาพวาดปกและภาพประกอบในหนังสือต่างๆ ได้กลายเป็นงานคลาสสิกหายากในปัจจุบัน
การเริ่มต้นเป็นจิตรกร โดยเป็นผู้ช่วยให้กับ คาร์โล ริโกลี จิตรกรชาวอิตาเลียน ที่เขียนภาพบนเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคม และเป็นคนสอนให้หัดวาดเส้นและลวดลายต่างๆ จิตรกรชาวอิตาเลียนรู้สึกชอบพอในอัธยาศัยและฝีมือของเหมมาก ถึงขนาดชักชวนให้ไปเรียนต่อทางศิลปะที่อิตาลี แต่ไม่ได้ไป

จากบทความ “จิตรกรไร้สำนักเรียน ช่างเขียนนอกสถาบัน” เขียนโดย ศรัณย์ ทองปาน ในนิตยสารสารคดี บอกว่า งานสำคัญอย่างหนึ่งของครูเหม ก็คือ การเขียนซ่อมแซมภาพรามเกียรติ์ ในพระระเบียงรอบพระอุโบสถ ซึ่งต้องทำล่วงหน้าถึง 3 ปี คือตั้งแต่ปี 2472 นับเป็นการระดมช่างเขียนครั้งใหญ่แห่งยุค เพราะภาพเดิมที่เขียนมาตั้งแต่ 50 ปีก่อน เมื่อคราวฉลองพระนคร 100 ปี ในรัชกาลที่ 5 นั้น ชำรุดหลุดล่อนหมดสภาพแล้ว ดังนั้นโดยเนื้อแท้การปฏิสังขรณ์นี้ก็คือการลบของเดิมทิ้ง แล้วเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด งานขนาดนี้จำเป็นต้องใช้ช่างเขียนจำนวนมาก มีการรับสมัครและคัดเลือกช่างมาได้เกือบ 70 คน ครูเหมก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านการทดสอบฝีมือ และมีโอกาสได้เขียนภาพห้องที่ 69 พระรามแผลงศรล้างมังกรกัณฐ์
ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งกำลังศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับงานจิตรกรรมไทยสมัยใหม่ ชี้ให้เห็นประเด็นดังกล่าว
“ผมถือว่า เหม เวชกร เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมอันหนึ่งที่สำคัญ ช่างเขียนรุ่นก่อนเหม อย่างเช่น พระเทวาภินิมมิต เขียนพุทธประวัติ ชาดก ถ่ายแบบจากสมเด็จฯ กรมพระยานริศฯ มา เป็นแบบช่างหลวง เขียนมีแบบมีแผน มีมงกุฎ ชฎา เป็นแบบโบราณ แต่เหมเขียนเป็นคนสามัญ เหมไม่ได้ให้ความสำคัญกับความวิจิตรพิสดารของเครื่องแต่งตัว หรือฉากประกอบอย่างคุณพระเทวาฯ
“ความเป็นไทยของเหม จึงไม่ได้อยู่ที่ figure หรือเครื่องแต่งตัว… ไม่ใช่เขียนปราสาทแล้วเป็นไทย แต่คือกิริยาท่าทางที่เขาวาง ความรู้สึก ทีท่าของตัวละคร… ซึ่งอันนั้นเป็นไทย มันมีความรู้สึกที่แฝงอยู่ในภาพด้วย แม้แต่การเอียงหน้า ชม้อยชม้ายตาของตัวละคร ทั้งผู้หญิงผู้ชาย มันมีอันนั้นอยู่ด้วย
“คนที่จะเขียนรูปได้อย่างเหม มันต้องมีจังหวะเหมาะนะ ไม่ใช่จบเมืองนอกมาจะเขียนได้ มันอยู่ที่จังหวะ มีโอกาส…มีสนามลง”
เหม เวชกร จึงเป็นจิตรกรที่เป็นศิลปินอย่างแท้จริง และรูปวาดของเขาเข้าถึงหัวใจชาวบ้านมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
