ถอดรหัสความปัง”น้องน้ำตาล”ตำแหน่งนางงามไม่ได้มากันง่ายๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/481260

ถอดรหัสความปัง"น้องน้ำตาล"ตำแหน่งนางงามไม่ได้มากันง่ายๆ

เรื่องโดย…พรพิรุณ ทองอินทร์

ปรากฎการณ์ “น้ำตาลแพงมาก” ส่งผลให้ชื่อของ “น้ำตาล-ชลิตา สวนเสน่ห์” ตัวแทนนางงามผู้ไปประกวดเวที Miss Universe 2016 ดังกระหึ่มไปทั่วโลก แม้ไม่ได้มงกุฎ แต่รัศมีความสวย เก่ง และเปี่ยมด้วยเสน่ห์ความมั่นใจของเธอก็เอาชนะใจคนไทยทั้งประเทศได้

ใครจะรู้ว่า เบื้องหลังความเปล่งประกายของเพชรเม็ดงามเม็ดนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หากแต่ผ่านการเจียระไนโดยน้ำมือของเหล่ากูรูผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลิกภาพระดับแถวหน้า

เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา มีงานเสวนาเรื่อง “เบื้องหลังนางงาม: ถอดรหัส “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ด้านการสื่อสาร กับการสร้างตัวตน คุณค่าความเป็นไทย และความเป็นข่าว” ณ ภาควิชาวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ลองไปฟังกันดูว่า กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นนางงามได้นั้นยากเย็นเพียงใด

ปลุกตัวตนที่แท้จริง สร้างความมั่นใจ

โค้ชมอส-ตรีมินทร์ เกษมวิรัติพงศ์  ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับทัศนคติและดึงศักยภาพ เล่าให้ฟังว่า ครั้งแรกที่น้ำตาลได้ตำแหน่ง Miss Thailand Universe 2016 เธอเครียดมาก เนื่องจากถูกกระแสวิจารณ์ด้านลบโจมตีว่า น้ำตาลไม่ใช่นางงามตัวเก็งตั้งแต่แรก

“ช่วงแรกคนจะชอบวิจารณ์กันว่า หน้าเธอเครียด ถึงริมฝีปากจะยิ้มแต่สายตาดูเครียด แสดงให้เห็นถึงความกังวลที่ซ่อนอยู่ข้างใจ พอถ่ายรูปออกมาเลยดูไม่สวย เหมือนเป็นผู้หญิงที่มีแต่ร่างที่ไร้จิตวิญญาณ เราก็รับรู้ได้ว่าเธอมีอะไรบางอย่างในใจ อย่างเวลาไปทานข้าวกับผู้ใหญ่ก็เห็นว่าน้ำตาลจะรู้สึกวังเวง ไม่รู้จะพูดอะไรกับใครดี เพราะเป็นโลกใบใหม่ของเธอ ดังนั้นเราจึงต้องให้เธอเปลี่ยนตัวตนและทัศนคติให้เข้าใจใหม่ว่า ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องเครียด แต่ชีวิตคือการเรียนรู้

หลังจากนั้นก็เป็นกระบวนการนั่งคุยกัน ดึงสิ่งที่เธออยากเป็นออกมา ให้ตอบแบบสอบถามจากจิตใต้สำนึก และให้คิดว่าตัวเองเป็นอย่างไร ให้เธอยอมรับเสียงที่มีภายในหัวของตัวเอง น้ำตาลอยากเป็นนางงามแบบ sophisticated หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆคือ นางหงส์ เป็นผู้หญิงที่มีความสวย ลึกลับ น่าค้นหา นั่นจึงเริ่มทำให้น้ำตาลรู้สึกสนุก พอเริ่มสนุก เมื่อนำรูปเก่าและรูปใหม่มาเปรียบเทียบกัน จะเห็นได้ว่าแววตาของน้ำตาลเปลี่ยนไป ดูมีความสุขมากขึ้น เพราะเธอได้เป็นในแบบที่อยากเป็นจริงๆ ความมั่นใจจึงโดดเด่นออกมาจากภายใน และนั่นเป็นสิ่งที่กอบกู้ให้น้ำตาลกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”

 

ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ Miss Universe Thailand

บุคลิกภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ขณะที่ น้ำฝน ภักดี ครูสอนด้านบุคลิกภาพสถาบัน John Robert Powers บอกว่า ในฐานะที่เชี่ยวชาญเรื่องพัฒนาบุคลิกภาพ แวบแรกที่เห็นน้ำตาลคิดเหมือนกับครูทุกคนว่า ผู้หญิงคนนี้ยังไม่มีจิตวิญญาณ ยังไม่มีความรู้สึกอินกับเรื่องนางงาม

“ถ้าถามว่า ครูสอนบุคลิกภาพจะสอนอย่างไร ขอตอบว่า ไม่ใช่ให้น้องน้ำตาลมาถึงแล้วสอนให้เดินแล้วเอาหนังสือมาวางบนหัวเลย สังเกตได้จากคนที่เดินแบบเก่งๆเขาไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงไปทั้งตัว แต่เขาเดินด้วยความมั่นใจ น้ำหนักที่ทิ้งตัวลงไปไม่ใช่ทิ้งตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่ทุกก้าวที่เดินออกไปคือทิ้งตัวตามแรงจังหวะของหัวใจ ตอนแรกก็ให้น้ำตาลเริ่มทำแบบฝึกหัดก่อน ดึงความกังวลและอุปสรรคของเธอออกไปก่อนจะเริ่มพัฒนาบุคลิกภาพของน้ำตาล เพราะความอยากมันยังไม่มากพอที่จะไปถึงขั้นประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์ส พลังที่จะไปถึงมันต้องล้นมากกว่านี้ ถ้ามีความรู้สึกที่ล้นออกมาเราก็จะสามารถตบได้ง่ายมาก แต่ถ้าความรู้สึกออกมาน้อยก็เป็นงานยากที่เราต้องขุดความอยากของเขา

ครูน้ำฝน ยอมรับว่า เธอฝึกบุคลิกภาพให้แก่น้ำตาลจนเครียดถึงขั้นร้องไห้ ก่อนจะพบว่าตัวครูนั่นแหละที่กดดันตัวเองมากเกินไป เธอจึงปล่อยแบบสบายๆ อิสระ ทุกอย่างจึงค่อยๆดีขึ้นเป็นลำดับ

“ที่เราทำไม่ได้เพราะเรากดดันตัวเอง แล้วก็บังคับให้ออกมาในประสบการณ์ที่เราทำแล้วมันสำเร็จทันทีเหมือนนางงามคนก่อนๆ แต่มันไม่มีสมการไหนที่เป็นนิรันดร์ขนาดนั้น ทีนี้เลยลองใหม่ ทำแบบสบายๆ พอทำแล้วสบายใจขึ้น ค่อยๆพูดค่อยๆสอนน้ำตาล จนในที่สุดก็เป็นน้ำตาลอย่างที่เห็น คนเบื้องหลังจะรู้ดีว่า วันที่ Kickoff events น้ำตาลเปลี่ยนไปเยอะมาก แววตา จริตจก้านต่างๆมาหมด ต่างจากนางงามคนอื่นเขามาแบบตัวสูง มีความมั่นใจ ยิ้มแย้มสนุกสนาน ลองนึกภาพเด็กสายวิทย์ เรียบร้อย เนิร์ดๆอยู่ในห้องแล็บ อยู่ในกรอบมาโดยตลอด ชีวิตมันเปลี่ยนยาก แต่เราต้องค่อยๆเติมเต็ม ใส่ให้น้ำตาลทีละนิด แล้วดึงอินเนอร์ออกมา”

เรื่องการตอบคำถาม เราก็ไปเอาวีดีโอการประกวดเก่าๆมาดู แล้วจับคอนเซ็ปได้ว่ามันน่าจะถาม-ตอบเป็นแพทเทิร์นประมาณนี้ แต่ไม่ได้มันมีแพทเทิร์นเดียว จึงลองให้นางงามลองตอบคำถามหลายๆแนวทางดู  กำชับว่าถ้าไม่ได้มีความรู้สึกจริงๆก็อย่าตอบ ต้องมีความรู้สึกและรู้ข้อเท็จจริงด้วย แต่ในบทเวทีการประกวดวันนั้นที่น้ำตาลตอบคำถามเรื่องผู้นำได้น่าประทับใจมาก ก็อยากให้เข้าใจว่า ตอนตอบคำถามแค่ขาไม่สั่นก็ดีแค่ไหนแล้ว (หัวเราะ) เพราะถ้าให้ครูไปตอบก็อาจตอบไม่ได้แบบนั้น

ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ Miss Universe Thailand

 

ภาพจากเฟซบุ๊กเพจ Miss Universe Thailand

เวทีประกวดนางงามในยุคโซเชียล

ดร.เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาการสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า เวทีประกวด Miss Universe 2016 ครั้งนี้มีปรากฎการณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นให้เห็นหลายอย่าง

“ที่เห็นได้ชัดคือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านการสื่อสาร ยกตัวอย่างคือ การฉีกขนบการประกวดนางงาม การประกวดนางงามครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่นตรงที่ไม่ได้ดูบนจอโทรทัศน์ครั้งเดียวแล้วจบ แต่ทุกวันนี้เราสามารถดูผ่านจอโทรทัศน์แล้วสามารถแสดงความคิดเห็นทางอินเตอร์เน็ตได้ทันที  ติดแฮชแท็กนู้นนี่นั่น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นถึง Media Convergence หรือการหลอมรวมสื่อ แสดงให้เห็นถึงความสดใสและมีมิติของสื่อมากขึ้น ซึ่งทางกองประกวดนางงามก็ใช้สื่อตัวนี้ได้อย่างชาญฉลาด

ปกติเวลาเราดูนางงามเราดูผ่านจอโทรทัศน์ก็คือจบ แต่ตอนนี้ที่เพิ่มเข้ามาคือ Transmedia storytelling การเล่าเรื่องข้ามสื่อ ไม่ได้มีแค่สื่อเดียวแต่ใช้หลายๆ สื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทางกองประกวดจะมีเฟซบุ๊กของเขา สามารถอัพเดตข่าวและข้อมูลต่างๆได้เป็นอย่างดี อย่างน้องน้ำตาลก็มีการมาทำเรื่องเล่า เราไม่ได้แต่เห็นแค่น้องน้ำตาลมีแค่ความสวย แต่ยังได้รับรู้เรื่องราวของน้องน้ำตาลที่มีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เหตุผลที่มาเรียนจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ เพราะเห็นว่าไปทำงานกับแม่แล้วเห็นฝุ่นแล้วจึงเกิดความสงสัยว่าฝุ่นมาจากไหน แล้วคิดตามต่อว่าทำอย่างไรถึงจะกำจัดฝุ่นไปได้ เรื่องราวเหล่านี้มันสัมผัสคน เวลาที่คนเห็นน้องน้ำตาลเขาไม่ได้ดูที่ความสวย แต่เขาจะรู้ด้วยว่าเธอมาจากที่ไหน มีเรื่องราวแบบไหน และสามารถที่จะต่อยอดไปได้ ทำให้นางงามมีมิติ  ซึ่งมันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสื่อ”

นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนรายนี้ บอกอีกว่า เวทีประกวดนางงามจักรวาลครั้งนี้มีการใช้สื่ออย่างหลากหลายและชาญฉลาด ขอชื่นชมที่กองประกวดของไทยรู้จักใช้ประโยชน์ตรงนี้ มีการสร้างกระแส สร้างแฮชแท็กและเอื้อกับคนไทยที่สามารถทำได้ง่ายๆจนติดเทรนด์

“อย่างกระแสน้ำตาลแพงมาก สังคมไทยพร้อมอยู่แล้วสำหรับเรื่องเหล่านี้ มันมีไม่กี่ประเทศที่พร้อมจะทำ ทำให้เกิดความเป็นชาตินิยม สิ่งที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือในทวิตเตอร์จะมีการติดแฮชแท็กและแจกของ ต้องการให้มียอดรีทวิตเตอร์เยอะเพราะมีผลต่อคะแนน มีการปั่นกระแสและสับขาหลอกอย่างแฮชแท็ก #Thailand กับ #Thailland เป็นวิชามารตัดคะแนนกัน ทำให้ผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นโดยไม่ทันได้สังเกตถึงความผิดปกติ สิ่งที่สำคัญคือต้องรู้จักคิด วิเคราะห์และแยกแยะ อย่างการปล่อยข่าวลือก็เหมือนกัน ต้องคิด แล้วชัวร์ก่อนที่จะแชร์”

ทั้งหมดนี้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จอันน่าชื่นชมของ “น้ำตาล-ชลิตา สวนเสน่ห์” มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2016 ผู้เปล่งประกายบนเวทีนางงามระดับโลก ซึ่งน้อยคนจะรู้ว่าความดัง ความปังของเธอนั้นไม่ได้มาง่ายๆ.

 

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก เฟซบุ๊กเพจ Miss Universe Thailand

 

Leave a comment