ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/480529

โดย…สมแขก ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
เรานัดเจอสาวนักวิ่งหน้าใส ตัวเล็ก ฉายาขาแรงแห่งวงการ “จุ๊บแจง-ศรีสกุล ใจชุ่ม” ครั้งแรกที่เจอเธอยิ้มให้และทำความรู้จักกันหลังจากนั้น จึงทราบว่าประวัติสาวคนนี้ไม่ธรรมดา เธอจบปริญญาตรี คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และกำลังศึกษาปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ สาขา Applied Biological Sciences และทำวิจัยในสังกัดสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ห้องทดลอง Translational Research Unit.
จุ๊บแจง เริ่มต้นเล่าว่า เธอลงสนามวิ่งเป็นจริงเป็นจังแค่ 2 ปีเท่านั้น แต่ไม่น่าเชื่อว่าชื่อของสาวคนนี้ติดท็อป 10 แทบจะทุกรายการที่ลงวิ่ง “จริงๆ เริ่มวิ่งงานแรกที่งาน Music Run 2014 by AIA 5K แล้วก็วิ่งๆ หยุดๆ ไม่ค่อยจริงจัง เพราะเราเน้นวิ่งเล่นรอบสถาบันวิจัยมากกว่า เมื่อก่อนจะเป็นคนตื่นเช้ายากมาก ก็เลยวิ่งเล่นหลังเลิกเรียน วิ่งตอนเย็น ก็เลยวิ่งงานแรกได้เพราะงานแรก คือ วิ่งกันตอนกลางคืน (ยิ้ม) เราเป็นคนค่อนข้างทำอะไรตามใจตัวเอง อยากวิ่งก็ออกมาวิ่ง วิ่งคนเดียวก็วิ่ง พอวิ่งแล้วสนุกก็ติดใจ ถึงแม้ช่วงไหนเรียนหนัก มีสอบ หรือทำแล็บเลิกดึก ก็จะพยายามหาเวลาช่วงพักไปวิ่ง พอวิ่งไปเรื่อยๆ ระยะทางจาก 5 กม. ก็ขยับเป็นวิ่งครั้งละ 7-8 กม.ต่อครั้ง จากนั้นก็เพิ่มเป็น 10, 12, 15 กม.เรื่อยๆ ตามความขยันและความเหนื่อยของแต่ละวัน”
สาวร่างบางคนนี้ บอกเราว่า การวิ่งเปลี่ยนเธอ จากคนขี้เกียจตื่น ก็ตื่นเช้าขึ้น เพื่อซ้อม เพื่อแข่ง แม้ว่าระยะแรกจะฝืนตัวเอง แต่เธอยินดีทำ “เรามองว่าการวิ่งเป็นการคลายเครียดอย่างหนึ่ง งานของแจงเป็นงานในห้องแล็บ ไม่ค่อยได้เจอใคร การออกมาวิ่งทำให้ได้เจอสังคมใหม่ๆ เป็นการพัฒนาตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง ก็เลยทำให้วิ่งได้เรื่อยๆ เครียดก็วิ่ง แฮปปี้ก็วิ่ง เศร้าก็วิ่ง อกหักก็วิ่ง หลายคนเลยมองว่าเรามีดูวินัยในการซ้อมมาก (หัวเราะ)”
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เธอจบมาราธอนไปหมาดๆ แต่จุ๊บแจงเล่าย้อนถึงวันที่เธอรู้ตัวว่าตัวเองวิ่งได้ดีให้ฟัง “วันนั้นวิ่ง 21 กม.รายการแรก เราเห็นพี่ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเร็วมาก ก็เลยอยากวิ่งตาม วิ่งตามพี่เขาไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าเป็นจังหวะการวิ่งที่เราสนุกที่ได้ตาม แรกๆ ก็มีเพื่อนๆ นักวิ่งด้วยกัน หลังๆ รู้สึกจะมีเรากับพี่เขาสองคน รู้ตัวอีกทีเข้าเส้นชัย มีคนเอาป้ายมาห้อยคอให้ เป็นงานวิ่งที่ได้ถ้วย! ดีใจมาก (ลากเสียง) แต่หลังจากงานนั้นก็ทำให้รู้ว่ารองเท้าวิ่งสำคัญมากสำหรับนักวิ่ง ซึ่งต้องขอบคุณพี่ๆ ในทีม Ari Running Club ที่ชักชวนให้เข้าทีม และแนะนำเคล็ดลับการเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับเท้าให้”
“จากนั้นก็ศึกษาระบบการซ้อมที่จริงจังขึ้น เรียนรู้และพัฒนารูปแบบการวิ่ง เช่น Tempo (การวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ยสม่ำเสมอ) Interval (วิ่งเร็วสลับช้า) Long Run (การวิ่งระยะไกล) นำมาปรับใช้กับตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้อยากวิ่งยังไงก็วิ่ง ตอนนี้เราคิดว่าถ้าจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ในหนึ่งอาทิตย์จะพยายามวิ่งให้ครบทุกแบบ”

เราถามถึงเป้าหมายและความสนุกในการวิ่งของสาวคนนี้ เธอบอกว่า การสร้างมาตรฐานที่ดีขึ้นๆ ในทุกๆ ครั้งที่วิ่ง คือ ความสนุกของเธอ การได้สถิติใหม่ คือ ความท้าทาย และเป็นบทพิสูจน์ว่าการพัฒนาตัวเองของเธอได้ผลดี…เป็นการคิดในแบบนักวิจัย จุ๊บแจงยิ้ม ก่อนจะบอกว่า “จริงๆ แล้วแค่เราออกมาวิ่ง เริ่มต้นวิ่ง เราก็พัฒนาตัวเองได้แล้วนะคะ แจงไม่ได้วิ่งเร็วได้ในครั้งแรก เราเน้นวิ่งให้สม่ำเสมอ ความเร็วและความอึดมันจะมาเอง แต่ก่อนก็ซ้อมวิ่งความเร็วเฉลี่ย (Pace) 7-8 นาที/กม. แต่เดี๋ยวนี้จะเฉลี่ยประมาณ 5-6 นาที/กม. ส่วนใหญ่จะวิ่งช่วงเย็น สวนลุมฯ บ้าง สวนเบญจกิติบ้าง แล้ววันหยุดก็วิ่ง City Run วิ่งไปหลายๆ สวน วิ่งไปฝั่งธนฯ บ้าง ถ้าฝึก Interval ก็ไปฝึกที่สนามเทพหัสดิน เกาะพี่ๆ กลุ่ม Crazy Running บ้างค่ะ”
เห็นภาพสาวสวยในวงการวิ่งหลายคน ไม่เคยหยุดสวยเลย จุ๊บแจงเองก็จัดอยู่ในกลุ่ม #นักวิ่งน่ารัก (แต่ขาแรง) เธอดูแลตัวเองอย่างไร “แจงเป็นคนไม่ชอบทากันแดดค่ะ ตัวก็เลยคล้ำ เพราะหนึ่ง ชอบใส่กางเกงขาสั้นวิ่ง สอง เหงื่อเยอะ ยิ่งทากันแดดยิ่งเยิ้มละลาย ก็เลยตัดปัญหาว่าไม่ทาดีกว่า (ดีมั้ย ฮ่าๆๆ) แต่ระยะหลังก็ทาที่หน้าบ้างนะคะ แล้วก็นิยมหน้าสดตอนวิ่ง แต่ถึงเราจะคล้ำกว่าเมื่อก่อน แต่เป็นเรื่องที่รับได้นะคะ เพราะแจงคิดว่าจริงๆ ผู้หญิงเราเวลาที่เหงื่อออกหลังออกกำลังกายก็ดูสวยเซ็กซี่แบบธรรมชาติดี ไม่ต้องเติมอะไรมากก็มีความสวยในแบบของเราอยู่แล้วล่ะ
“จะบอกอย่างไรดีกับคนที่ไม่เคยวิ่ง จะบอกว่าจริงๆ คุณไม่ต้องออกมาวิ่งก็ได้ แต่ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ดี การให้เวลากับการทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องรู้จักรักษาสมดุลของชีวิตทุกด้านให้พอดีค่ะ สำหรับจุ๊บแจงก็เป็นแค่คนหนึ่งที่หลงรักการวิ่งและคิดว่าตอนนี้การวิ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว เราอยากมีไลฟ์สไตล์แบบไหน ก็จัดตารางการออกกำลังกายของคุณเข้าไปในตารางชีวิตคุณซะ ไม่จำเป็นต้องวิ่งอย่างเดียว อาจจะออกกำลังกายอย่างอื่นก็ได้ รับรองว่าสุขภาพดีทำได้ไม่ยากแน่นอนค่ะ Let’s go! keep going!”
ใครจะรู้ว่าเป้าหมายของสาวตัวเล็กคนนี้ นอกจากเวลาดีๆ ของมาราธอนแล้ว หลังจากจบปริญญาโทเธออยากทำงานวิจัยให้ออกตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเรียนต่อระดับปริญญาเอกในสถาบันที่ใฝ่ฝัน