ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
25 มีนาคม 2560 เวลา 10:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/486879

โดย…วิรวินท์ ศรีโหมด
เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องการพัฒนาเกมมาตั้งแต่เล็กอย่าง ปริเมธ วงศ์สัตยนนท์ หรือ เจมส์ และอีกชื่อหนึ่งที่เพื่อนและกลุ่มนักพัฒนาเกมเรียกว่า จ.ม. ย่อมาจาก เจมส์แม็ค หมายถึงคนที่อยากทำอะไรอย่างเต็มที่ เจมส์เป็น 1 ในสมาชิก 5 คน ของทีมพีเอชทเวนตี้วัน (PH21) ที่เดินทางไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัล World Final Winners ในรายการ The Imagine Cup 2016 ของไมโครซอฟท์ สาขาการพัฒนาเกม ที่รัฐซีแอทเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือน ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา
ปริเมธ หรือ “เจมส์” อายุ 23 ปี เพิ่งจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันรวมกลุ่มกับเพื่อนในทีม PH21 เปิดบริษัทผลิตเกมตามความฝัน และกำลังมีผลงานชิ้นแรกวางจำหน่ายอีกไม่นาน นอกจากนี้ยังเดินสายเป็นวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเกม ตามมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และยังเป็นหนึ่งฟันเฟืองที่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมครบรอบ 100 ปี จุฬาฯ ในกลุ่มนวัตกรรมเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีดิจิทัล ของคณะวิศวกรรมศาสตร์
ที่ 1 จาก 180 ประเทศ จุดเริ่มต้น แชมป์นอกสายตา
ปริเมธ เล่าว่า จุดเริ่มต้นการคิดสร้างเกมนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นวิทยานิพนธ์จบปริญญาตรี และต้องการนำไปแข่งรายการของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เมื่อเดือน มี.ค. 2559 ก่อนได้โอกาสไปแข่งขันของไมโครซอฟท์ในเดือน ก.ค.ปีเดียวกัน
สำหรับหลักการทำงานในทีมจะนำความคิดและความชื่นชอบเกมของทุกคนมาแชร์กัน ซึ่งเริ่มเมื่อเดือน พ.ย. 2558 จากนั้นเริ่มพัฒนาเกมจนเสร็จเดือน ม.ค. 2559 ใช้ระยะเวลาพัฒนาทั้งหมด 2 เดือน ทำทุกอย่างตั้งแต่สร้างเนื้อเรื่อง ตัวละคร ภาพ เพลง เพราะคิดว่าการพัฒนาเกมที่ดีต้องมีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ไม่ใช่เพียงแค่มีระบบการเล่นแปลกใหม่เท่านั้น
ปริเมธ เล่าย้อนถึงช่วงที่ได้ไปแข่งขันบนเวทีระดับโลกว่า เกมที่ได้รับรางวัลเป็นเกมประเภท พัซเซิ่ล (Puzzle) มีรูปแบบต่างจากเกมแอ็กชั่นหรือเกมวางแผนทั่วไป ที่เน้นให้ผู้เล่นได้ไขปริศนาปัญหาต่างๆ แต่คุณสมบัติพิเศษที่พัฒนาขึ้นมา ผู้เล่นจะสามารถควบคุมย้อนเวลาหรือเลื่อนดูอนาคตได้ ทำให้ผู้เล่นทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เพื่อจะได้หาวิธีหลบหลีกและเอาตัวรอดไปฉากต่อไป
เจมส์ เล่าประสบการณ์ช่วงที่ร่วมแข่งขันว่า มีทีมเก่งๆ เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ โดยผ่านการคัดเลือกมาจาก 180 ประเทศ ที่มีไมโครซอฟท์ ครั้งแรกที่สัมผัสบรรยากาศรู้สึกตื่นเต้น และไม่หวังว่าจะสามารถคว้ารางวัลอะไรกลับมาได้ เพราะแต่ละทีมที่แข่งล้วนมาจากประเทศที่เป็นเจ้าแห่งการพัฒนาเกม เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน สหรัฐ ซึ่งไทยไม่เคยมีชื่อเสียงในด้านนี้เลย ทำให้ทุกคนในทีมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รางวัลมากนัก
อย่างไรก็ตาม ระหว่างแข่งแม้ทุกคนจะรู้สึกกดดัน แต่ก็พยายามตั้งใจแสดงผลงานอย่างเต็มที่ จนแข่งเสร็จระหว่างรอฟังประกาศผล ช่วงนั้นรู้สึกเฉยๆ รอฟังว่าทีมจากประเทศใดจะได้ แต่เมื่อประกาศไปเรื่อยๆ ประเทศที่คิดว่ามีสิทธิกลับตกรอบ ยิ่งทำให้คิดว่าทีมคงไม่ได้รางวัลอะไร จนเมื่อกรรมการประกาศว่าทีมไทยแลนด์ ชนะเลิศด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เกม ตอนนั้นทุกคนในทีมตกใจและไม่เชื่อ แม้ช่วงที่ขึ้นไปรับรางวัลบนเวที ทุกคนยังแสดงอาการตื่นเต้นและงง จนผู้ประกาศต้องเชิญลงจากเวที เพราะหมดเวลาช่วงรับรางวัลแล้ว
ปริเมธ อธิบายเสริมว่า โลกของเกมมีหลายรูปแบบเหมือนกับแนวภาพยนตร์ที่มีทั้งหนังรัก สยองขวัญ แอ็กชั่น แต่เกมที่ทีม PH21 สร้างขึ้นมาในต่างประเทศเรียกว่าเกมอินดี้ เพราะมีลักษณะเป็นตัวของตัวเอง รูปแบบไม่เหมือนเกมทั่วไป ซึ่งทีมไม่อยากให้ผู้เล่นสนุกแต่ในเกม แต่อยากให้ได้ซึมซับ คิด วิเคราะห์ระหว่างเล่นไปทุกด้าน

รู้จักแบ่งเวลา อย่าให้เกมเล่นเราวางเป้าหมายชีวิตและวิธีการสู่สิ่งนั้น
กว่าจะมาถึงจุดนี้ เจมส์มีความฝันตั้งแต่เด็กที่อยากเป็นนักพัฒนาเกม เจ้าของเกม นิสัยส่วนตัวตั้งแต่เล็กก็คล้ายกับเด็กผู้ชายทั่วไปที่ชอบเล่นเกมมาก เท่าที่จำได้เริ่มเล่นจากเกมบอย เพราะสมัยก่อนเกมประเภทนี้เป็นอะไรมีฮิตมาก อาทิ โปเกมอน มาริโอ้ ต่อมาก็เริ่มมาเล่นเกมเพสเตชั่นจนถึงปัจจุบัน แต่มีบางช่วงก็ติดเกมออนไลน์คอมพิวเตอร์อย่าง แร็กนาร็อก ถึงขนาดเล่นทุกวัน
แม้จะติดเล่นเกมอย่างไร แต่เจมส์ ก็ยืนยันว่า สามารถควบคุมเวลาไปเรียนหนังสือได้ บางครั้งกลับมาถึงบ้านจะเล่นเกมจนถึง 3 ทุ่ม และมีช่วงหนึ่งที่ติดหนักจนเลิกอ่านหนังสือไปเพราะเล่นทุกวัน โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทำให้ผลการเรียนอยู่อันดับกลางๆ ของห้องมาโดยตลอด
จนเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 5 ขณะนั้นศึกษาอยู่เรียนที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ก็ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ให้ได้ เพราะคิดว่าเป็นหนทางเดียวที่จะพาให้ก้าวไปเป็นนักพัฒนาเกมได้ หลังจากนั้นก็ทุ่มเทเวลากับการอ่านหนังสือและเรียนพิเศษเต็มที่
ทำให้จากเดิมเกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับกลางๆ ห้องมาตลอด ก็กระโดดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดติดอันดับ 1 ใน 10 ของห้อง แต่ช่วงนั้นก็มีอุปสรรคบ้าง เพราะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เป็นปีน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ทำให้ต้องเลื่อนช่วงสอบออกไป ก็ทำให้ชีวิตเกือบพังอยู่เหมือนกัน
“ตอนนั้นมีเวลาว่างมากก็เล่นแต่เกมถึงตี 3 ตี 4 ทุกวัน จนเหลือเวลา 2 เดือนสุดท้ายก่อนสอบ คิดว่าไม่ได้แล้ว ถ้ายังเป็นอย่างนี้ จึงหันกลับมาอ่านหนังสือใหม่ แต่พบว่าสิ่งที่เคยอ่านมาลืมไปหมดแล้ว หลังจากนั้นผมก็หยุดเล่นเกมแบบถาวร เพราะช่วงที่พักได้หนีไปหาเกมจนลืมหนังสือไปหมดและต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง” เจมส์ ย้อนถึงเหตุการณ์วันนั้น
เจมส์ สะท้อนบทเรียนการติดเกมและวิธีแยกกับชีวิตส่วนตัวไว้อย่างน่าสนใจว่า ทุกคนควรหาเป้าหมายในชีวิตให้ได้ ไม่ใช่ติดเกม หนัง ละคร ไปเรื่อยๆ แต่ต้องรู้จักแบ่งเวลาควบคุมให้ได้ จากนั้นเมื่อมีเป้าหมายควรถามตัวเองว่าจะไปสู่เป้าหมายได้อย่างไร ถ้าหากคิดว่ายังไงก็ไปไม่ถึงเป้าหมาย ควรพอตรงนั้น ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำมาตลอด
“ผมเป็นคนชอบมีเป้าหมายว่าจะทำอะไร เช่น อยากเป็นนักสร้างเกม ถ้ายังเล่นเกมอยู่ ก็ไม่สามารถเป็นนักสร้างเกมได้ ซึ่งทุกคนไม่จำเป็นต้องอยากเป็นนักทำเกม แต่ควรมีแนวทางชีวิตเป็นของตัวเอง และทำตามฝันอย่างเต็มเพื่อตอบโจทย์ชีวิตในอนาคตให้ได้”
หนุ่มนักพัฒนาเกม เล่าถึงเสน่ห์ของเกม มันก็คือสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกพักผ่อนคลายไปพร้อมกับทำให้รู้สึกตื่นเต้นและเกิดความท้าทาย เหมือนการเล่นฟุตบอล ซึ่งความสนุกของเกมก็เปรียบเหมือนสื่อบันเทิง ที่เป็นดาบสองคม มีทั้งดีและไม่ดี หากติดจนหาจุดหยุดไม่ได้ ก็อาจทำให้เกิดปัญหา ซึ่งส่วนตัวเคยติดอยู่พักหนึ่งจนทำให้เสียอย่างอื่น ฉะนั้นคนเล่นเกมควรต้องรู้จักควบคุมตัวเอง เล่นได้แต่อย่างให้เกมเล่นเรา
เจมส์ ยังเล่าถึงความภูมิใจขณะนี้ว่า ได้เป็นที่ปรึกษาให้เด็กนักเรียน มัธยมปลายกลุ่มเล็กๆ จากโรงเรียนสาธิตจุฬา ที่มีความฝันอยากทำเกม และขณะนี้สามารถพัฒนาทำเกมขึ้นมาได้และนำไปประกวดบนเวที เนคเทค และผ่านเข้ารอบสุดท้ายแล้ว แต่เหตุผลที่ทำให้ภูมิใจเพราะรู้สึกว่าได้จุดประกายเติมเต็มความฝันให้เด็กกลุ่มนี้ ที่เปรียบเสมือนน้ำไม่เต็มแก้วพร้อมรับความรู้อยู่ตลอด สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

สร้างโอกาสอุตสาหกรรมเกมไทย ไม่เลวร้าย แต่ช่วยพัฒนาประเทศได้
ปัจจุบันหลังจากกลับจากการแข่งขันด้วยชัยชนะอันดับ 1 ประกอบกับเรียนจบวิศะ จุฬาฯ ตอนนี้เจมส์ได้เปิดบริษัทพัฒนาเกมร่วมกับเพื่อนในทีม โดยนำผลงานที่ไปแข่งมาต่อยอด และเตรียมวางจำหน่ายชิ้นแรกปลายปีนี้ รูปแบบเป็นเกมที่เริ่มจำหน่ายเป็นแนวเดียวกับที่แข่ง แต่ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์ผู้เล่นมากขึ้นและอนาคตคิดว่าจะพัฒนาเกมอื่นต่อ เพราะเป้าหมาย อยากเป็นทั้งผู้ผลิตและจำหน่าย แต่ตอนนี้ขอแค่ผลิตก่อน (หัวเราะ)
หนุ่มนักพัฒนาเกมรายนี้ สะท้อนว่า ปัจจุบันวงการเกมไทยไม่ก้าวหน้าเหมือนประเทศอื่นทั้งที่ไทยมีอุตสาหกรรมเกมขนาดใหญ่ติดอันดับ 20 ของโลก แต่รายได้ 80% ในอุตสาหกรรมเกมไทย กลับนำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าอนาคตสามารถดึงส่วนแบ่งนี้มาได้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะถึงอย่างไรพฤติกรรมคนไทย ก็ยังนิยมซื้อเกมอยู่แต่เพียงไม่นิยมเกมไทย จึงอยากให้ทุกฝ่ายหาทางแก้เรื่องนี้
“ผู้ใหญ่ต้องปรับมุมมอง ว่าเกมไม่ใช่สื่อที่สร้างมาเพื่อทำให้คนติด เพราะที่ผ่านมาเกมถูกมองว่าเป็นสื่อไม่ดี มีปัญหาเกิดขึ้นตลอดเหมือนยาเสพติด แต่ผมไม่อยากให้คิดเช่นนั้น เพราะการที่สำเร็จมาได้ถึงขนาดนี้ ก็ไม่เคยเป็นเด็กติดยาอย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนคิด ฉะนั้นอยากให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับในเรื่องนี้ และจะเป็นเรื่องดีมาก ถ้ามีผู้ที่ช่วยอธิบายให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่า เกมไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย มันสามารถช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยได้ในทุกมิติ”
เจมส์เห็นว่า รัฐควรสนับสนุนอุตสาหกรรมการตลาดเกมเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้ผู้พัฒนาเกมสร้างงานได้ง่ายขึ้น เพราะเทคโนโลยีบางอย่างมีราคาสูง ต้องใช้เทคโนโลยีชนิดเดียวกับการผลิตภาพยนตร์ หากรัฐให้การสนับสนุน คิดว่าจะทำให้วงการเกมไทยพัฒนาขึ้น เช่นเดียวกับในต่างประเทศที่มองว่าอุตสาหกรรมเกมสามารถส่งออกได้
พร้อมยกตัวอย่างว่าหากรัฐบาลสนใจสนับสนุนเรื่องอุตสาหกรรมเกมแล้ว ควรต้องวางรากฐานตั้งแต่ระดับเยาวชนให้เข้าใจและรู้จักเกมอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับกิจกรรมที่บริษัทไมโครซอพท์ นำเด็กเล็กอายุประมาณ 10 ขวบมาเรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรมเกม ซึ่งตรงนี้จะช่วยทำให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์และพัฒนาการที่ดีขึ้น
เขาบอกว่า อนาคตของวงการเกมไทย 10-20 ปีข้างหน้า เมื่อเด็กรุ่นใหม่วันนี้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีเกม เชื่อว่าจะมีบทบาทช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมมากขึ้น ไปพร้อมกับปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจเกมอย่างถูกต้อง ส่วนตัวเชื่อว่าเกมคือ ครูสอนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด ทำให้รู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ 6 ขวบ และครั้งที่ไปสหรัฐ ยอมรับว่าสาเหตุที่ทำให้คุยกับชาวต่างชาติได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการเล่นเกม
ท้ายนี้ เจมส์ฝากว่า อยากให้ผู้ปกครองเปิดใจดูว่าทำไมเด็กถึงรักสิ่งนี้ อย่าไปมองว่าเกมเป็นแค่ของเล่นเด็ก หรือยาเสพติด เพราะเมื่อไหร่ที่พ่อแม่เข้าใจว่าทำไมลูกรักสิ่งนี้ และพร้อมทำความเข้าใจไปด้วยกัน เชื่อว่าจะเป็นเรื่องที่ดีทั้งสองฝ่าย หรือดีกว่าการไปห้าม เพราะจะทำให้เด็กน้อยใจนำไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น ซึ่งยิ่งจะทำให้เกิดความสัมพันธ์กับพ่อแม่ไม่ดีมากขึ้น