ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
09 เมษายน 2560 เวลา 09:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/489288

โดย…มัลลิกา ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
เป็นหนึ่งในบรรณพิภพ สำหรับนักเขียนแห่งแดนอาทิตย์อุทัย “อะคุตะงะวะ ริวโนะสุเกะ” แม้ตัวจะลาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ผลงานของเขาได้ขึ้นหิ้ง ถูกยกย่องเป็นบิดาแห่งเรื่องสั้นญี่ปุ่น หลายเรื่องของเขาถูกนำไปแปลเป็นภาษาต่างๆ นักอ่านทั่วโลกรู้จักชื่อและผลงานอันโดนเด่นของเขา หากแต่ยังมีอีกหลายเรื่องสั้นที่ไม่ได้ถูกแปล และไม่ถูกพูดถึงเลยก็ว่าได้
7 เรื่องสั้นในรวมเล่ม “ท่านหญิงแห่งโระคุโนะมิยะ” เป็นอีกเสี้ยวผลงานที่เกือบถูกลืมหาย จน “ประยูร หงษาธร” บรรณาธิการสำนักพิมพ์ปล่อยได้นำมาแปลและพิมพ์ โดยมีนักแปลเลือดใหม่ “พิณชุค เด่นกำจรสุข” ผู้ที่เสพงานของอะคุตะงะวะ ริวโนะสุเกะ อยู่เป็นทุนเดิมมาถ่ายทอดเป็นภาษาไทย
“ได้คุยกับทางกองบรรณาธิการอยู่ตลอดว่า อยากให้มีวรรณกรรมแปลในตลาดหนังสือมากขึ้น แนวไหนอะไรยังไง ค่อยๆ สโคปลงมาๆ จนมาลงตัวที่งานกลุ่มนี้ ตอนแปลไปก็รีเสิร์ชข้อมูลไปด้วย เพื่อทำความเข้าใจกับต้นฉบับให้มากที่สุด เนื่องจากคิดงานตรงนี้กันมาระยะเวลาหนึ่ง ทำให้มีเวลาอ่าน คิด หาเทียบข้อมูล เกลาสำนวน คือใช้เวลาละเอียดกับทุกขั้นตอน จนถึงเวลาส่งทางสำนักพิมพ์ก็ตรวจทาน เพิ่มเติมส่วนเชิงอรรถวิจารณ์อย่างละเอียด เราเคี่ยวทำหนังสือเล่มนี้แบบให้เวลา ไม่เร่งรีบ”
ป่าละเมาะ ราโชมอน เป็นเรื่องที่ผู้คนรู้จักกันดี แต่ที่รวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ คือ 7 เรื่องสั้น แรงแค้นกตัญญู ท่านหญิงแห่งโระคุโนะมิยะ ชายหนุ่มกับสมบัติมหัศจรรย์ ผู้สำเร็จเป็นเซียน สงครามข้ามสายพันธุ์ พระแม่ทมิฬ และเธอคือการ์เมน
“เหตุผลที่เราเลือกเรื่องสั้นนี้มา ในเล่มนี้มีเนื้อหาที่แตกต่างกันก็จริง แต่มีความเหมือนกัน ทั้งหมดจะมีลักษณะเป็นนิทาน เรื่องเล่าตำนาน เหนือธรรมชาติบ้าง จะเกิดขึ้นในอดีตช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ถ้าจะต่างน่าจะเป็นตรงข้อคิดในแต่ละเรื่อง แต่โดยรวมแล้วก็เกี่ยวข้องกับมนุษย์
ภาษาในทุกเรื่องอ่านง่าย เหมือนนิทานเบาสมอง เข้าถึง เข้าใจได้รวดเร็ว ที่สำคัญคือ ใจความซ่อนข้อคิดของแต่ละเรื่องมีความคลาสสิก เป็นข้อคิดที่เราๆ พบเจอได้ในปัจจุบัน ให้ข้อคิดที่ทันยุคทันสมัย หยิบขึ้นมาอ่านตอนไหนก็ได้ ใครอ่านก็ได้ สองหลักนี้ทำให้เรารู้สึกว่า มันน่าสนใจมาก และคิดว่าคนอ่านน่าจะชอบ คนที่เป็นแฟนผลงาน อะคุตะงะวะ ริวโนะสุเกะ อยู่แล้ว หรือชอบงานเด่นๆ ของเขาอย่าง ในป่าละเมาะ หรือผลงานดัดแปลงอื่นๆ รูปแบบภาพยนตร์ (อุโมงค์ผาเมือง) น่าจะชอบมากๆ ด้วยค่ะ”

ขึ้นทำเนียบเป็นนักแปลป้ายแดง แม้ พิณชุค จะเคยผ่านงานแปลวรรณกรรม กวี หรือแปลข่าวต่างประเทศ ด้วยบทบาทหน้าที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์ M2F หากแต่ผลงานแปลรวมเรื่องสั้น ท่านหญิงแห่งโระคุโนะมิยะ ก็เป็นงานหินสำหรับเธอ ซึ่งได้ทุ่มเทพลังเพื่อพิสูจน์ฝีมือ
“การแปลวรรณกรรมมักจะมีประเด็นต่างๆ เนียนอยู่ในเนื้อเรื่อง แต่มันเป็นพื้นสำคัญเลยที่พลาดไม่ได้ บางอย่างถูกพูดขึ้นมาแค่ครั้งเดียว ถ้าเราเข้าใจว่าเจ้าของเรื่องต้องการสื่ออะไร เราก็จะส่งสารออกมาด้วยความเข้าใจที่ตรงกับเขาจริงๆ ซึ่งมันสำคัญมาก แต่เขาก็ไม่บอกเราตรงๆ ไง ว่าอันนี้เขาแอบซ่อนอะไรไว้อยู่นะ เราถึงต้องศึกษาค้นค้าเพิ่มเติม ส่วนการใช้ภาษาดูที่ความเหมาะสม อรรถรส เจตนา ลูกเล่นของต้นฉบับ เราจะระวัง ให้มันคงไว้อย่างนั้น เพราะนี่คือเสน่ห์ของงาน มีบ้างที่ปรับให้อ่านแล้วลื่นไหล สนุกมากขึ้น แต่ต้องไม่ทำให้งานเพี้ยนไป”
เรื่องแรกก็ได้แปลผลงานของนักเขียนคนโปรด นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจ “ปกติชอบอ่านหนังสือหลายประเภท แต่ตอนที่เจอผลงานของ อะคุตะงะวะ ก็เป็นจังหวะเห็นคนอื่นพูดถึงผลงานที่ป๊อปๆ ของเขาเรื่อง ในป่าละเมาะ ราโชมอน แล้วก็เคยดูภาพยนตร์ที่แปลงจากเรื่องในป่าละเมาะด้วย ซึ่งเป็นเรื่องโปรดมากเลย ถ้าจะแนะนำให้ใครอ่านหนังสือสาระดีๆ สนุกเพลินๆ เล่มหนึ่ง จะแนะนำเรื่องนี้ เวลาปิ๊ง
งานของใครสักคน จะชอบไปสืบประวัติเขา ชีวิตเขาเป็นยังไง ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว คือ อายุแค่สามสิบกว่าๆ มีผลงานร้อยกว่าชิ้น
เวลาพูดให้ใครฟัง มีแต่คนทึ่ง ส่วนเรานี่ยกเขาขึ้นหิ้งไปแล้ว คิดเองเล่นๆ ว่า ถ้าเขาเลือกที่จะอยู่นานกว่านี้ เราอาจจะได้อ่านงานดีๆ ของเขามากกว่านี้หลายต่อหลายเท่า หรือเห็นวิวัฒนาการ สไตล์การประพันธ์ของเขา งานของอะคุตะงะวะมีเสน่ห์กับเราตรงที่เขาจะนำเสนอมุมต่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นด้านมืด แต่เขามีเทคนิคค่อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ ให้สารมันซึมลงสู่ความรู้สึกของเราอย่างช้าๆ แต่ด้านมืดก็ไม่ได้น่ากลัวแบบเปล่าประโยชน์ มองว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในสังคมมนุษย์ ผลงานของเขาก็คือคู่มือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นดีๆ นี่เอง”
หนังสือเล่มขนาดเหมาะมือ ใช้เวลาอ่านจบในเวลาไม่นาน นอกจาก 7 เรื่องสั้น ในท้ายเรื่องยังมีบทวิจารณ์จากกองบรรณาธิการ เสมือนเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวรรณกรรม เพราะว่าแทบทุกเรื่องของ อะคุตะงะวะ ริวโนะสุเกะ ต่างก็จบแบบให้เราฉุกคิด เกิดคำถาม และคลางแคลงใจอยู่ในทีว่า จบแบบนี้ก็ได้หรือ แบบนี้น่าจะดีกว่านะ หรือทำไมต้องลงเอยเยี่ยงนี้ หรือถ้าหากเยาวชนจะนำไปเป็นตัวอย่างบทเรียนก็ย่อมเกิดประโยชน์ เพราะได้ทราบถึงวิธีการสร้างเรื่องสั้นของนักเขียนญี่ปุ่น ที่เป็นเทพวรรณกรรมไปแล้ว