พีรศิษย์ เรืองดิษฐ์ เจอลูกหลงวัยรุ่นตีกันไม่ทันรู้ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 มีนาคม 2560 เวลา 09:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/486998

พีรศิษย์ เรืองดิษฐ์ เจอลูกหลงวัยรุ่นตีกันไม่ทันรู้ตัว

โดย…อณุสรา ทองอุไร ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

บางทีชีวิตก็มีแต่เรื่องตลกร้ายที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ไม่มีอะไรแน่นอน ประเหมาะเคราะห์ร้ายก็เจอเรื่องแย่ๆ เกินจะตั้งรับได้ทัน ทั้งที่จะถึงบ้านอยู่แล้วเชียว เช่นเดียวกับชายหนุ่มคนนี้ น้องต้น-พีรศิษย์ เรืองดิษฐ์ ชายหนุ่มวัย 23 ปี เป็นหนุ่มน้อยที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี จากคณะเทคโนโลยีการเกษตรพืชไร่ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเพิ่งทำงานได้เพียง 4 เดือน ต้องมาเจอลูกหลงจากวัยรุ่นตีกัน ถึงขั้นต้องผ่าสมองเลยทีเดียว

น้องต้น เล่าว่า หลังกลับจากไปดูงานที่ต่างจังหวัดกลับบ้านเร็ว วันนั้นเป็นวันที่ 19 ก.พ. 2560 เวลา 15.00 น. ก็จะเข้าบ้าน ตอนแรกจะขึ้นแท็กซี่แต่มีแบงก์ 500 เหลืออยู่ใบเดียวเกรงแท็กซี่จะไม่มีทอน มีเหรียญ 10 ติดกระเป๋าอยู่เหรียญเดียวก็เลยขึ้นรถสองแถวเข้าบ้าน ซึ่งบ้านก็ไม่ได้ลึกไม่กี่ป้ายก็ถึงบ้านแล้ว ในรถมีคนเกือบแน่นมีคนนั่งเต็ม นั่งไปแป๊บเดียวก็มีวัยรุ่นอายุ 16-17 วิ่งกรูขึ้นมา จะมาตีกับคู่กรณีที่นั่งอยู่ในรถสองคน ตอนเด็กวัยรุ่น 3 คน วิ่งกรูขึ้นมาเขาไม่ทันเห็น หันมาเด็กพวกนั้นก็ตะลุมบอนกันแล้ว มีคนหนึ่งถือมีดดายหญ้าด้ามยาวๆ พอดีกับคนอื่นๆ ในรถจะแย่งเบียดกันลงก็ไม่ทัน เหตุการณ์มันเร็วมากแบบตั้งตัวไม่ทันจริงๆ

“ผมเองกำลังจะลุกขึ้นหนีแต่ไม่ทัน จะหมอบลงกับพื้นก็ไม่ทันซะแล้ว เงยหน้าขึ้นมา ก็มีเหล็กเป็นรูปตัวยูลอยตรงมา ปักเข้าที่ขมับพอดี ตอนแรกก็ชาๆ ยังไม่เจ็บเท่าไหร่ ก็มีคนตะโกนโวยวายกันว่ามีคนโดนลูกหลง มีคนบาดเจ็บเลือดออก ผมก็มองว่ามีใครโดนอีก ปรากฏว่าเป็นผมโดนหนักอยู่คนเดียว เลือดไหล ผู้ชายข้างๆ บอกน้องโดนเหล็กที่ข้างขมับ ผมก็กลั้นใจดึงเหล็กออกจากขมับทันที เลือดงี้ไหลโชกเลยลึกประมาณ 5 เซนติเมตร จนผู้ชายที่บอกว่าเราโดนเหล็กปัก ต้องถอดเสื้อมาอุดแผลห้ามเลือดให้ ตอนนั้นรู้ตัวแล้วเพราะความชาหายไปเจ็บมากกกก” เขาเล่าด้วยเสียงแผ่วเบาเพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้เพียง 2 วัน

หลังจากมีคนตะโกนมีคนโดนลูกหลง พวกเด็กวัยรุ่นแก๊งนั้นก็รีบหนีลงจากรถไป แล้วมีคนโทรแจ้งตำรวจ แจ้งหน่วยกู้ชีพ ประมาณไม่ถึง 30 นาทีก็มีรถพยาบาลมา เขาก็ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วนำไปส่งโรงพยาบาลย่านกระทุ่มแบน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เพียง 10 นาทีก็ถึง ที่รถกู้ภัยพามาที่โรงพยาบาลนี้เพราะใกล้ที่สุด

แต่ปรากฏว่า เขาไม่มีบัตรประกันสังคมอยู่โรงพยาบาลนี้ ทางโรงพยาบาลขอประเมินค่าใช้จ่ายก่อน บอกว่าต้องมีเงิน 1 แสนค้ำประกันไว้ก่อนถึงจะได้รับการรักษา ถ้าไม่มีก็ไม่รับ ตอนนั้นเป็นเวลา 16.00 น. บิดาของเขามาถึงพอดี ก็โต้เถียงกันอยู่ 10 นาที ยังไงโรงพยาบาลก็ไม่ยอมรับ เลยต้องย้ายไปที่โรงพยาบาลอีกแห่งที่เขามีบัตรประกันสังคมอยู่คือที่โรงพยาบาลมหาชัย 2

จากโรงพยาบาลนี้ย้ายไปโรงพยาบาลมหาชัย 2 ใช้เวลาอีก 30 นาที “โรงพยาบาลนี้รับไว้เป็นคนไข้ แต่หมอผ่าตัดไม่มีประจำต้องโทรไปตามหมออีก กว่าจะได้ผ่าตัดรอจนค่ำ เกิดเหตุตอนบ่าย 3 กว่าๆ ได้เข้าห้องผ่าตัดประมาณ 2 ทุ่ม ผมเริ่มอ่อนแรงเพราะเสียเลือดมากตั้งแต่ตอน 5 โมงเย็น อยากจะหลับแต่ไม่กล้ากลัวหลับไปแล้วไม่ตื่น พยายามบอกตัวเองอย่าหลับๆ ก่อนผ่าตัดตอน 2 ทุ่มนี้ผมไม่มีเสียงจะพูดใครถามอะไรเริ่มไม่ตอบเพราะเหนื่อยและเพลีย สมองเริ่มเบลอไปหมดแล้ว” เขาเล่าเสียงละห้อยด้วยความเพลีย

หมอใช้เวลาผ่าตัดกะโหลกนาน 2 ชั่วโมง เขาออกมาปลอดภัยดี สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไร แต่มีผลข้างเคียงจากการผ่าตัดกะโหลกก็คือปวดหัว กับปวดกระบอกตา ที่ใต้กกหู รอฟื้นตัวที่
โรงพยาบาล 16 วัน ผลกระทบอีกอย่างก็คือเจ็บขาซ้ายเวลาเดินจะเจ็บจึงต้องมาฝึกกายภาพเรื่องเดินอยู่อีก 2 สัปดาห์ มาพักรักษาตัวที่บ้านอีก 2 สัปดาห์ สรุปพักรักษาตัวอยู่เกือบ 2 เดือน และหลังจากนั้นเดือนหน้าคงกลับไปทำงานได้ แต่ต้องคอยมาตรวจอาการคืบหน้าทุกๆ เดือนเป็นเวลา 6 เดือน

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการจับผู้ก่อเหตุนั้น ตำรวจพอทราบตัวเด็กวัยรุ่นผู้ก่อเหตุได้แล้ว มีคนที่ขับมอเตอร์ไซค์ที่ร่วมขบวนการกันแต่มิใช่ผู้ลงมือเข้ามอบตัวแล้ว แต่คนลงมือยังจับไม่ได้ ซึ่งเขาก็จำหน้าไม่ได้เพราะเหตุการณ์มันเร็วมาก ตอนพวกวัยรุ่นขึ้นมาเขาก็ไม่ได้มอง พอตีกันจะลุกหนีก็โดนลูกหลงเลย จำหน้าใครไม่ได้ เหตุการณ์เกิดเพียง 5 นาทีเท่านั้นทุกอย่างก็จบ

เขาบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเจอเรื่องเลือดตกยางออกต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดใหญ่ เป็นเหตุการณ์เหนือความคาดคิดที่ไม่มีวันลืม “คนชอบถามว่า ผมอายุ 25 เข้าสู่เบญจเพสหรือเปล่า ซึ่งผมอายุ 23 เองก็พยายามมองโลกในแง่ดีว่ามันเป็นอุบัติเหตุเหนือการคาดเดา เราโชคไม่ดีที่ไปอยู่ในที่ตรงนั้นไม่ถูกที่ถูกเวลา จะถึงบ้านอยู่แล้ว คือจะระวังอย่างไรก็พลาดได้ รถสองแถวก็แคบจะหนีลงก็ไม่ทัน ที่คิดว่าระวังแล้วก็คงไม่พอต้องระวังให้มากยิ่งขึ้นไปอีก” เขาเล่าอย่างคนทำใจได้

เพราะเขาอายุยังน้อยเลยฟื้นตัวได้เร็ว อาการดีขึ้นทุกวัน สมอง ตา หู ไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไรจนเสียศูนย์

ฟังเรื่องราวของเขาแล้วก็เพลียใจแทน อย่าให้มีใครต้องมาโดนลูกหลงแบบนี้อีกเลย สาธุ…

 

 

Leave a comment