ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
16 เมษายน 2560 เวลา 12:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/490379

โดย…ภาดนุ
หนุ่มหน้าตาดี กฤต วงศาโรจน์ วัย 22 ปี ผู้ติด 1 ใน 10 จากการแข่งขัน R U Tough Enough? โครงการเฟ้นหาคนแกร่งพันธุ์อึด ที่จัดโดยช่อง KIX เป็นอีกคนที่รักการเข้าฟิตเนสเป็นชีวิตจิตใจ แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ทำให้เขารักการออกกำลังกายเช่นกัน
“ผมเคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรงเมื่อ 2-3 ปีก่อน จนนอนสลบไป 4 เดือน ตื่นมาก็พบว่าตัวเองเป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือความจำเสื่อมด้วย แน่นอนว่าชีวิตแต่ละวันผ่านไปไม่ง่ายเลย แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ผมยังเชื่อเสมอว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ พลังของความเชื่อนี้เองที่ทำให้ผมกลับมาเหมือนเดิมได้ แม้จะไม่ 100% ก็ตาม แต่ก็ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นทั้งกายและใจ
พอฟื้นขึ้นมาผมก็เริ่มการกายภาพบำบัด โดยต้องฝึกเดินหนักกว่าคนอื่น เพราะอยากกลับมาเดินได้เร็วๆ ผมใช้เวลารักษาตัวเองและทำกายภาพอยู่ปีกว่าๆ ร่างกายจึงค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่ญาติพี่น้องช่วยเหลือเต็มที่ ค่าผ่าตัด ค่ารักษา หมดเป็นล้านๆ ก็ยอม เมื่อมีครอบครัวที่รักเราขนาดนี้ ผมก็ต้องรักและดูแลตัวเองให้ดี
ที่จริงผมเริ่มเล่นฟิตเนสมาตั้งแต่อายุ 16 แล้ว แถมเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำและนักวิ่งของโรงเรียนมาก่อน นิสัยผมจะชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ประสบอุบัติเหตุก็ทำให้ต้องหยุดออกกำลังกายไปเป็นปีๆ น้ำหนักตัวจึงพุ่งสูงถึง 95 กก. ที่อ้วนขึ้นส่วนหนึ่งมาจากอาการทางสมองที่ได้รับการกระทบกระเทือนและผ่านการผ่าตัดมา ทำให้ผมเกิดอาการหิวตลอดเวลา กินทุกชั่วโมง เมื่ออ้วนมากๆ ก็ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ผมจึงเริ่มหันมาเข้าฟิตเนสอีกครั้ง โชคดีที่เจอนักเพาะกายชาวราชบุรีที่เป็นรุ่นพี่มาช่วยสอนวิธีการเล่นเวตแบบถูกต้องให้ ผมจึงมีกล้ามและน้ำหนักลดลง”
กฤต บอกว่า เขาใช้วิธีลดน้ำหนักจาก 95 กก. จนเหลือ 60 กก. ภายใน 2 เดือนด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร โดยตื่นตอนตี 5 เพื่อวิ่ง 2 ชั่วโมง และตอนเย็นไปว่ายน้ำอีก 1 ชั่วโมง วันไหนที่เข้าฟิตเนสก็จะเล่นเวตวันละ 4 ชม. ตอนนั้นเขากินแต่ผักกับกล้วยทุกวัน น้ำหนักจึงลดลงอย่างรวดเร็ว
“ช่วงนั้นผมต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองอย่างมาก เพราะเคยเกิดอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้ ผมจึงค่อนข้างฝังใจกับเรื่องนี้ แต่ในทางกลับกันมันก็เป็นแรงผลักดันให้ผมลุกขึ้นสู้ ผมจึงหันมาออกกำลังกายโดยเข้าฟิตเนสเล่นเวตเป็นประจำ จนตอนนี้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้วก็ว่าได้ วันไหนไม่ได้เล่นเวตจะอึดอัดมาก
การเล่นเวตของผมจะจัดตาราง เช่น จันทร์เล่นอกกับหลังแขน อังคารเล่นหน้าท้องกับหลัง พุธเล่นหน้าแขนกับหัวไหล่ พฤหัสเล่นท้อง และศุกร์เล่นท้องกับวิ่ง หยุดพักเสาร์-อาทิตย์ พูดง่ายๆ ว่าการเล่นเวตเป็นกีฬาสุดโปรดของผมเลยก็ว่าได้

สำหรับคนที่น้ำหนักเยอะๆ ไม่ต้องรอให้มีคนมาบอกว่า เข้าฟิตเนสสิ หรือไปวิ่งสิ เพราะถ้าเราลุกขึ้นมาทำเอง ผลดีที่ได้ก็จะตกอยู่กับตัวคุณเอง ขนาดผมเคยประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้ ผมยังไม่เคยท้อแท้กับชีวิตเลยครับ ด้วยความมุ่งมั่นและพยายาม ผมจึงกลับมาเดินได้อีกครั้ง แล้วพวกคุณจะรออะไร” (ยิ้ม)
ล่าสุด กฤตได้โชว์ความแข็งแกร่งของตัวเองโดยลงแข่งขันในรายการ “อาร์ ยู ทัฟ อีนาฟ?” จนผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้สำเร็จ ซึ่งจะมีการตัดสินผู้ชนะในวันที่ 21 เม.ย.นี้ โดยชิงเงินรางวัล 1 แสนบาทเชียวล่ะ
“ก่อนลงแข่งขันผมได้จัดตารางการฝึกแบบเข้มข้นขึ้น ด้วยการใช้วิธีคาร์ดิโอสลับกัน 2 แบบ คือ เดินปรับชัน แล้วก็วิ่งสปีดขึ้นภูเขา ผมจะวิ่งสปีดขึ้นภูเขา 2 นาที แล้วเดินสลับ 5 รอบ คือรอบนึงประมาณ 2 นาที โดยก่อนเล่นผมจะจิบน้ำหวานและกินขนมปังโฮลวีต หลังเล่นเสร็จก็จะกินไก่ปั่น แม้รสชาติไม่ค่อยอร่อยก็ต้องฝืนกินครับ
ถ้าถามถึงไอดอลด้านความเท่ ผมชอบ ‘เดอะ ร็อก’ (ดเวย์น จอห์นสัน) ซึ่งเป็นทั้งนักมวยปล้ำและดาราชื่อดัง เขามีกล้ามที่สวยมาก อีกอย่างผมชอบรอยสัก คนมีรอยสักที่กล้ามจะดูมีเสน่ห์มาก ผมเห็นแล้วก็เลยลองไปสักบ้าง เป็นรูปเสือตรงหัวใจ ส่วนคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมมาเล่นกล้ามก็คือรุ่นพี่ของผมเอง เขาเป็นนักเพาะกายทีมชาติ เราอยากตัวใหญ่มีกล้ามแบบนั้นบ้างก็เลยให้พี่เขาสอนให้ การเล่นเวตเป็นคู่มันช่วยกระตุ้นให้เราอยากเอาชนะด้วย ผมเล่นเวตคู่กับเขามาได้ 8 ปีแล้วครับ”
กฤต ทิ้งท้ายว่า คติประจำใจของเขาก็คือ ต้องมีใจที่แข็งแรงก่อน ถึงจะมีร่างกายที่แข็งแรงตามมา ความแข็งแกร่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจ ถ้าเรามีใจที่มุ่งมั่นและมีวินัยซะอย่าง เราก็จะก้าวไปสู่เป้าหมายของตัวเองจนสำเร็จได้…ติดตามได้ที่ IG : Kiitwong