ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
30 เมษายน 2560 เวลา 07:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/492542

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ท้อฟฟี่-ชญาน์ทัต วงศ์มณี ในวัย 32 ปี อดีตคอมมูนิเคชั่น ไดเรกเตอร์ บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประเทศไทย ขอเปลี่ยนชีวิตให้ช้าลงด้วยการสลับไปวิ่งในเลนอื่นดูบ้าง ทันทีที่คิดคือทันทีที่ยื่นใบลาออก จะเป็นอย่างไร ชีวิตจะช้าลง สงบลง รวมทั้งมองโลกได้เต็มตื่นตามที่ต้องการแค่ไหน ตามไปอ่านเรื่องราวของเขากันดีกว่า
ท้อฟฟี่ เล่าให้ฟังว่า ชีวิตที่ผ่านมาวิ่งอยู่บนเลนแห่งความเร็วและความโหด (ฮา) แถมเป็นการวิ่งแบบนันสต็อปที่วิ่งแล้วห้ามหยุด คงมุ่งหน้าวิ่งไปแต่ทิศทางข้างหน้า นั่นก็เพราะสืบเนื่องจากอาชีพการงาน ความเป็นนักสื่อสารองค์กรของเอเยนซียักษ์ใหญ่ ที่ต้องประสานสิบทิศ เรียนรู้ตลอดเวลา แก้ปัญหาตลอดเวลา สนุกแต่เหนื่อยสุดสุด
“7 ปีบนลู่วิ่งสำหรับเส้นทางสายนี้ ผมคิดว่าผมอยากพักสักนิด อยากให้ตัวเองช้าลงสักหน่อย ตั้งสติ ณ จุดนี้เพื่อตัดสินใจว่า จะเดินหรือแม้กระทั่งจะวิ่งต่อ ไปทางไหน” ท้อฟฟี่ เล่า ตั้งแต่ 7 ปีก่อนภายหลังจบปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท้อฟฟี่กระโดดขึ้นลู่วิ่งบนสายงานประชาสัมพันธ์แล้วควบวิ่งเร็วจี๋มาตั้งแต่นั้น

แล้ววันหนึ่งท้อฟฟี่ก็ยื่นใบลาออก ถึงวันที่เขียนต้นฉบับนี้คือ 7 วันเต็มที่ลาออกจากโอกิลวี่ฯ ในทันทีนั้นเขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าออกเดินทางไปท่องเที่ยวชายทะเลที่อยากไปมานาน จุดหมายปลายทางคือหมู่เกาะมังกรในประเทศเมียนมา ใช้ชีวิตแบบ “เต็มที่” กับสายลมสายน้ำและแสงแดดเปรี้ยง
ชีวิตมองยาวๆ ไปข้างหน้า มองหาความท้าทายใหม่ๆ ท้อฟฟี่ เล่าว่า คือชีวิตที่มาถึงจุดที่อยากทำอะไรใหม่ๆ อยากเปลี่ยนทั้งสไตล์การใช้ชีวิตและเปลี่ยนทั้งอาชีพการงาน สำหรับสไตล์ส่วนตัวที่ครั้งหนึ่งเคยรีบเร่งลนไฟตลอดเวย์ วันนี้ปรับตัวเองให้ช้าลงด้วยวิธีแปลกแต่ได้ผล นั่นคือการนำตัวเองออกจากสนามที่คุ้นเคย และไปอยู่ในสนามที่ไม่คุ้นเคยแทน
“พอเราวิ่งในเลนของเราที่เคยวิ่ง เราก็จะวิ่งได้เร็วจี๋ เพราะมันเป็นสนามที่เราคุ้นเคย แต่ผมเลือกที่จะมองหาความท้าทายใหม่ๆ ด้วยการเปลี่ยนตัวเองไปอยู่ในสนามที่ไม่คุ้นเคย ด้วยวิธีนี้ผมช้าลงโดยอัตโนมัติ”
ท้อฟฟี่ไปฝึกเรียนทำอาหารไทย จากก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอาหารและไม่มีแพสชันเรื่องการทำอาหารเลย แต่เพราะต้องการสนามแปลกหน้าอย่างแท้จริง ได้ผลอย่างที่ต้องการ เขากลายเป็นเด็กหลังห้องที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่ประสีประสาเรื่องการทำอาหาร ฝึกทำอาหารอยู่ท่ามกลางเด็กเก่ง เพราะทุกคนคือเชฟมือเก๋า หลายคนคือนักธุรกิจอาหาร มีภูมิและมีฐานความรู้มาก่อน

“เราเคยเป็นเด็กเก่งที่นั่งหน้าห้องมาตลอด ถึงวันหนึ่งเรากลายเป็นเด็กหลังห้อง ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ สำหรับผม ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่สำคัญคือได้รู้จักอีกด้านหนึ่งของตัวเอง มีด้านที่เราไม่เก่งนะ มีด้านที่เราไม่เชี่ยวนะ ขณะเดียวกันผมก็รู้สึกเคารพผู้อื่นมากขึ้น ค้อมคารวะผู้อื่นในความเก่งฉกาจของเขาได้หมดใจ”
ชีวิตที่ช้าลง ทำให้เราเคารพคนอื่น การกระโดดไปวิ่งในเลนอื่นๆ ของชีวิตดูบ้าง สำหรับท้อฟฟี่แล้วเป็นคำแนะนำว่าทุกคนควรลอง การวิ่งในเลนของตัวเองแบบห้อเต็มเหยียดไปนานๆ ไม่ดีกับตัวผู้วิ่ง พอๆ กับเป็นอันตราย ใช่! เราวิ่งไปได้เร็วก็จริง ทว่าไม่มีใครที่เป็นคู่แข่งเราเลย การไม่มีคู่แข่งนั้นเองที่น่ากลัว
“คือความจริงที่ว่าเราช้าลง พร้อมๆ กับที่เราได้เขย่าตัวเอง ได้เปิดโลกใหม่ ที่เราไม่รู้ๆๆๆๆๆ มีอะไรที่เราไม่รู้อีกเยอะเหลือเกิน สนุกมากเหมือนกันที่รู้ว่า เรารู้น้อยมาก เราต้องเรียนรู้อีกมาก และเราต้องเคารพคนอื่นให้มาก” ท้อฟฟี่ เล่า
นอกเหนือจากการไปเรียนทำอาหาร ท้อฟฟี่ยังไปเรียนรู้เรื่องการเป็นบล็อกเกอร์มือหนึ่ง เขาส่งผลงานบล็อกของตัวเอง “วัยว้าวุ่นรุ่น 30” และได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบล็อกเกอร์ 60 คนของบล็อกเกอร์บูธแคมป์ ท้อฟฟี่เปิดอีกโลกใหม่ที่นี่เช่นกัน
ส่วนการงานที่เตรียมจะเปลี่ยนลู่วิ่งด้วยเช่นกัน ท้อฟฟี่ เล่าว่า อนาคตจะทำงานสอนให้มากขึ้น จากเดิมที่รับเชิญเป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับงานครีเอทีฟไรท์ติ้งให้แก่นักศึกษาที่จุฬาลงกรณ์ รวมทั้งธรรมศาสตร์ หากต่อไปมีแผนจะเปิดคอร์สเทรนนิ่ง อบรมให้ความรู้ด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการตลาดแก่นักธุรกิจเอสเอ็มอี

นอกจากนี้คือการก้าวสู่การทำธุรกิจของตัวเอง ผลิตและจัดจำหน่ายธัญพืชเพื่อสุขภาพ โดยเป็นผลิตภัณฑ์กราโนล่า ธัญพืชในสกุลข้าวโอ๊ตที่เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดผู้บริโภคผู้ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Oat my gosh สินค้าพรีเมียมรสเลิศ ที่อร่อย สนุกแถมสุขภาพดีด้วย กำหนดจะเปิดตัวจัดจำหน่ายภายในเดือน ต.ค.นี้
ท้อฟฟี่ บอกว่า นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้เขาต้องไปคลุกอยู่ในเวทีที่แตกต่าง จากเดิมเป็นนักสื่อสารองค์กร ทำหน้าที่ในการเผยแพร่และถ่ายทอด ทำหน้าที่ในการส่งต่อข้อมูลไปยังผู้บริโภค หากธุรกิจกราโนล่า-Oat my gosh คือสิ่งที่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งในทุกสิ่ง ตั้งแต่การผลิต การจัดจำหน่าย การคัดสรรวัตถุดิบ
“ลาออกแล้วคิดว่าจะว่าง แต่ผมก็ไม่ว่าง (ฮา) สนุกและตื่นเต้นกับงานใหม่ ธุรกิจใหม่ รวมทั้งมุมมองใหม่ๆ ในชีวิต”
เที่ยวสนุกจนพอแรงแล้วเตรียมกลับมาทำงาน ชีวิตช้าลง แต่ก็เหมือนว่าท้อฟฟี่จะมีพลังมากขึ้น มีความพร้อมต่อการทำงานมากขึ้น รวมทั้งมองทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตได้ชัดเจนขึ้น ที่ผ่านมาแม้ชีวิตการทำงานช่วงแรกจะผ่านไปไว หากข้อดีคือองค์ความรู้และโอกาสในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เหลือแต่อนาคตที่เชื่อว่า จะตัดสินใจได้ถูกต้อง
สำหรับผู้อ่าน ท้อฟฟี่มีคำถามในใจที่อยากถามผู้อ่านว่า เคยมีสักครั้งหรือไม่ ที่จะทิ้งคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ลองไปหัด ลองไปเรียน ลองไปอยู่ในโลกของคนอื่นดูบ้าง ไปอยู่ในโลกที่เราไม่เก่งดูบ้าง คุณจะพบตัวเองในแบบที่คุณไม่เคยรู้จัก จะพบคนอื่นในมุมที่คุณไม่เคยคิดจะพบ ในโลกที่คุณเหลือ 0 มันสุดยอดมากๆ และดีกับคุณแน่ๆ