ชีวิตหลากสี(สัน)ผ่านเฟรม โจนาทาน เดมมี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 พฤษภาคม 2560 เวลา 08:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/493624

ชีวิตหลากสี(สัน)ผ่านเฟรม โจนาทาน เดมมี

โดย…ปณิฏา

คอหนังตัวจริงไม่มีใครไม่รู้จัก โจนาทาน เดมมี ผู้กำกับชาวอเมริกัน ที่ฝากผลงานเอาไว้มากมายในช่วงชีวิตการทำงานในฮอลลีวู้ดกว่า 40 ปี ของเขา นับตั้งแต่เริ่มฉายแสงกับหนังตลกยุคทศวรรษที่ 1980 อย่าง Melvin and Howard (1980), Swing Shift (1984), Something Wild (1986) แล้วก็ Married to the Mob (1988)

ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างกับหนังที่ฉีกแนวไปจากเดิม ซึ่งเขาได้กำกับเรื่องที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมขายดีของโทมัส แฮร์ริส The Silence of the Lambs (1991) โดยสามารถคว้ารางวัลออสการ์ในฐานะผู้กำกับยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จด้วย ไม่นานหลังจากนั้น โจนาทาน ยังได้กำกับหนังที่สร้างกระแสในสังคมได้อย่างมากมายอีกเรื่อง คือ Philadelphia (1993)

Something Wild

โจนาทาน หรือชื่อเต็มๆ ว่า โรเบิร์ต โจนาทาน เดมมี เป็นชาวนิวยอร์กโดยกำเนิด เขาเกิดวันที่ 22 ก.พ. 1944 ในย่านบอลด์วิน นิวยอร์ก หากไปเติบโตที่รัฐฟลอริดา โดยจบมัธยมและมหาวิทยาลัยที่นู่น ก่อนจะกระโจนเข้าสู่แวดวงภาพยนตร์ในทันที โดยเริ่มงานในช่วงแรกๆ ด้วยการเป็นผู้เขียนบทและผู้สร้างร่วม (Angels Hard as They Come ปี 1971 และ The Hot Box ปี 1972) ก่อนจะได้เริ่มชิมลางกำกับหนังให้สตูดิโอเดียวกันนี้ (นิวเวิลด์ พิกเจอร์ส ของโรเจอร์ คอร์แมน) สองสามเรื่อง

ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงย้ายค่ายมากำกับหนังเรื่องใหม่ให้พาราเมาท์ พิกเจอร์ส Handle with Care (1977) ซึ่งแม้หนังไม่ค่อยได้รับการโปรโมท และยอดไม่กระเตื้อง แต่บรรดานักวิจารณ์ต่างเทดาวให้ เช่นเดียวกับเรื่องต่อมา Melvin and Howard (1980) ที่ทำให้ชื่อของโจนาทาน เดมมี เริ่มติดลมบน จนมีงานดีๆ ที่จะสร้างชื่อให้คนจดจำได้มากขึ้นติดต่อเข้ามา อย่างการกำกับดาราดังแห่งยุค อย่างโกลดี ฮอว์น และเคิร์ต รัสเซล ใน Swing Shift (1984) แต่แทนที่จะดันให้เขาโด่งดัง โจนาทานมีปัญหาในการทำงานกับนักแสดงสาว โกลดี ฮอว์น จนต้องถึงกับโบกมือลาตำแหน่งผู้กำกับเลยทีเดียว

Rachel Getting Married

เขาหันหลังให้ฮอลลีวู้ด ไปหลบเลียแผลใจกับหนังสารคดี ถ่ายทอดการแสดงคอนเสิร์ตของวง ทอล์คกิง เฮดส (Talking Heads) ในเรื่อง Stop Making Sense (1984) ซึ่งคว้ารางวัลสารคดียอดเยี่ยมของสมาคมนักวิจารณ์แห่งสหรัฐ ก่อนจะกลับมากำกับหนังรักปนตลก Something Wild (1986) ตามด้วยการนำเอาละครเวทีของ สปอลดิง เกรย์ Swimming to Cambodia มากำกับในรูปแบบภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน ปี 1987 และมีโรแมนติกคอมเมดี้อีกเรื่อง Married to the Mob (1988)

โจนาทาน ตั้งบริษัทหนัง คลินิกา เอสเตติโก (Clinica Estetico) ในนิวยอร์ก ร่วมกับโปรดิวเซอร์ เอดเวิร์ก แซกซัน และปีเตอร์ ซาราฟ ในปี 1987 หลังจากคว้ารางวัลออสการ์จากเรื่อง The Silence of the Lambs (1991) เขาก็ได้แรงบันดาลใจจากเพื่อนสนิทซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์ สร้างและกำกับหนังเรื่อง Philadelphia (1993) ที่ได้นักแสดงแถวหน้าอย่าง ทอม แฮงก์ และ เดนเซล วอชิงตัน มารับบทบาทสำคัญ โดยเพลง Streets of Philadelphia ที่ บรูซ สปริงทีน ร้องและแต่งเพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ คว้ารางวัลในหลายเวที เช่นเดียวกับนักแสดงนำอย่าง ทอม แฮงก์ รวมถึงรางวัลใหญ่อย่างออสการ์ด้วย

Philadelphia

หลังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Beloved (1998) ที่สร้างจากหนังสือของนักเขียนเฟมินิสต์ โทนี มอร์ริสัน รวมทั้งการนำหนัง 2 เรื่องจากยุคทศวรรษที่ 1960 มารีเมก ทั้ง The Truth About Charlie (2002) และ The Manchurian Candidate (2004) แถมยังทำหนังสารคดี Man from Plains (2007) เรื่องราวการออกโปรโมทหนังสือ Palestine: Peace Not Apartheid ของอดีตประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ ที่ได้รับเชิญให้ออกฉายเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา

Rachel Getting Married (2008) ผลงานเรื่องถัดมาของโจนาทาน เป็นอีกเรื่องที่นักวิจารณ์เทดาวให้ทั้งตัวผู้กำกับและนักแสดงนำหญิง แอน เฮทาเวย์ ก่อนที่เขาจะกระโดดไปลองกำกับละครเวทีเรื่อง Family Week ผลงานเขียนบทของเบท เฮนลีย์ ในช่วงเดียวกันเขาเซ็นสัญญาจะกำกับหนังเรื่อง 11/22/63 นิยายไซไฟของสตีเฟน คิง เรื่องราวเกี่ยวโยงกับวันลอบสังหารอดีตประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ในดัลลัส แต่สุดท้ายโปรเจกต์ล้ม เขาได้ไปกำกับหนังสารคดี และมิวสิควิดีโอหลายๆ เรื่อง

Stop Making Sense

โจนาทาน เดมมี เสียชีวิตด้วยวัย 73 ในแมนฮัตตัน นิวยอร์ก ด้วยอาการแทรกซ้อนจากโรคมะเร็งหลอดอาหาร และโรคหัวใจเมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทิ้งผลงานหลากสไตล์เอาไว้เบื้องหลัง

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน 5 เรื่องที่ปรากฏในภาพเป็นผลงานเด่นที่คนรักหนังและรักโจนาทานไม่ควรพลาด สไตล์ของ โจนาทาน เดมมี ที่โดดเด่นในหนังของเขา ก็คือการเล่นอารมณ์กับภาพโคลสอัพ โดยให้นักแสดงจับจ้องตรงๆ มาที่กล้อง โดยเฉพาะในห้วงอารมณ์ตึงเครียดของหนัง ที่จะเห็นได้ในหลายๆ ฉากของ Silence of the Lambs และ Philadelphia ขณะที่หนังในยุคหลังๆ ของเขา จะมีอารมณ์แบบหนังสารคดีเข้ามาใช้เยอะ โดยเฉพาะกับเรื่อง Rachel Getting Married

สไตล์ของเขาส่งอิทธิพลสู่ผู้กำกับรุ่นหลังๆ มากมาย อย่าง พอล โทมัส แอนเดอร์สัน (Magnolia-1999, There Will Be Blood-2007) นั้นยกย่องโจนาทานเป็นคัมภีร์อันเอกอุของเขาเลย ขณะที่อีก 2 ผู้กำกับที่มักหยิบเอาสไตล์ของเขามาใช้ก็อย่าง อเล็กซานเดอร์ เพย์น (Sideways-2004, Paris, je t’aime-2006) รวมทั้งเวส แอนเดอร์สัน (The Darjeeling Limited-2007, The Grand Budapest  Hotel-2014)

The Silence of the Lambs

 

 

Leave a comment