ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ผู้ไขปริศนาพุทธปาฏิหาริย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 เมษายน 2560 เวลา 07:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/492549

ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ผู้ไขปริศนาพุทธปาฏิหาริย์

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

กิตติศัพท์ของ ดร.บรรจบ บรรณรุจิ นั้นคือครูอาจารย์ทั้งทางโลกทางธรรมผู้ระบือลือนามในข้ออรรถข้อธรรม รู้ได้ยินและได้อ่านหนังสือของท่านมาหลายเล่ม เอกลักษณ์ในงานวรรณกรรมของ ดร.บรรจบ คือ ความเป็นวิทยาศาสตร์ที่ทำให้พุทธศาสน์จับต้องได้ หากในวันนี้ต้องหยิบหนังสือของท่านขึ้นมาใคร่ครวญ

“พุทธปาฏิหาริย์ ตำนานหรือเรื่องจริง” หนังสือเล่มใหม่ของ ดร.บรรจบ คือความพยายามของผู้เขียนเองที่ต้องการจะนำเรื่องพุทธปาฏิหาริย์มาวิเคราะห์ในทางตรรกะ ถึงเรื่องราวในพุทธประวัติ ซึ่งหลายตอนเชื่อว่ายังคาใจพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะเหตุการณ์เหนือจริงที่วิทยาศาสตร์ยากอธิบาย

ดร.บรรจบ กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่ในการหยิบยกเหตุการณ์หรือเรื่องราวในพุทธประวัติตอนต่างๆ โดยยึดจากหลักฐานที่ปรากฏในพระไตรปิฎก เปรียบเทียบกับคัมภีร์อรรถกถา รวมทั้งได้แสดงความคิดเห็นไว้เพื่อให้ผู้อ่านได้คิดและศึกษาค้นคว้าต่อไป

“ผมเขียนหนังสือเรื่องเล่มนี้ ด้วยความประสงค์ที่จะทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับพุทธประวัติให้ชัดเจน เพราะตั้งแต่เป็นนักเรียนจนมาถึงเป็นครูสอน กินเวลาหลายสิบปี ยังไม่เห็นนักวิชาการท่านใดพยายามอธิบายให้เป็นหลักเป็นฐาน อาจเพราะท่านไม่เห็นเป็นประเด็น แต่ผมเห็นตรงกันข้าม”

ทุกวันนี้มีผู้สนใจศึกษาพุทธศาสนามากมาย งานนี้ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายส่วนตัวของ ดร.บรรจบเอง ขณะเดียวกันก็อยากจะท้าทายไปยังผู้สนใจศึกษาพุทธศาสนาเหล่านั้น ที่จะได้ร่วมกันศึกษาหาแนวทางค้นหาคำตอบเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าในประเด็นต่างๆ จากหลักฐานที่อ้างอิงได้ และขยายการค้นคว้าต่อไป

“พระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่ ประสูติแล้วเดินได้เจ็ดก้าวจริงหรือ ปาฏิหาริย์ปราบชฎิลเป็นไปได้หรือไม่ ทรงชนะมารก่อนตรัสรู้หรือหลังตรัสรู้ ใช่หรือไม่ที่แม่พระธรณีมาเป็นพยาน และอีกหลากหลายข้อสงสัยเกี่ยวกับพุทธปาฏิหาริย์ ส่วนไหนที่เป็นตำนาน ส่วนไหนที่เป็นเรื่องจริง หนังสือเล่มนี้มีคำตอบ”

พระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้พระสงฆ์แสดงฤทธิ์หรือปาฏิหาริย์ จุดประสงค์ไม่ให้แสดงเพื่อลาภสักการะ เรื่องนี้อธิบายต่างไปถ้าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์เพื่อความรู้เข้าใจพุทธศาสนา โดยจะกล่าวไปว่า พุทธปาฏิหาริย์มีหลายแบบ เช่น อิทธิปาฏิหาริย์ ได้แก่ การเหาะเหินเดินอากาศ การย่นระยะทาง การอ่านใจฯลฯ กับอีกแบบหนึ่งคืออนุศาสนีปาฏิหาริย์ ได้แก่ การสอนให้คนเกิดศรัทธา ให้เกิดมรรคผล

“เรื่องราวของพระพุทธเจ้ามีประเด็นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านส่วนพระองค์ สังคม ประวัติศาสตร์ และปาฏิหาริย์ หนังสือมุ่งวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆ นี้ด้วยความตั้งใจที่จะเข้าถึง ขณะเดียวกันก็เป็นความพยายามส่วนตัวที่จะทำความเข้าใจและสร้างความเข้าใจ ด้วยสติปัญญาของคนยุคปัจจุบัน”

ดร.บรรจบ เป็นชาวราชบุรี สำเร็จเปรียญ 9 ประโยคขณะเป็นสามเณรจากสำนักวัดแก้วฟ้า จ.ราชบุรี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เป็นนาคหลวง อุปสมบทในพระบรมราชานุเคราะห์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในปี 2521 สำเร็จปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ในปี 2532 สำเร็จปริญญาโท หลักสูตรอักษรศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นไปศึกษาต่อที่อินเดีย ปริญญาเอกปี 2540 สาขาพุทธปรัชญา มหาวิทยาลัยมคธ (Ph.D.)

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นภาคีสมาชิกสาขาศาสนศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสถาน มีงานเขียนหลากหลาย ทั้งที่เป็นตำราและหนังสือแนวพุทธปรัชญา

สำหรับงานเขียนเล่มต่อไป “บุญญฤทธิ์ลิขิตตน เทพดลหรือคนทำ” วิเคราะห์เรื่องบุญญฤทธิ์ (ฤทธิ์หรือความสำเร็จที่เกิดจากบุญ) เจาะให้ถึงแก่นว่า เมื่อคนทำความดีมากๆ แล้ว ในที่สุดความดีนั้นมีอานุภาพบันดลบันดาลให้สำเร็จสมปรารถนาอย่างไร

“จะตีพิมพ์เดือน ต.ค.นี้ ซึ่งเช่นเดียวกับงานเขียนของผมในชุดอื่นๆ ของอมรินทร์ธรรมะ ที่อ่านได้ง่าย”

 

Leave a comment