ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
22 เมษายน 2560 เวลา 10:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/491379

โดย…ประลองยุทธ ผงงอย/ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
บริษัท มัดแมน หรือ MM เพิ่งเป็นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นเจ้าของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ แบรนด์เสื้อผ้า เกรย์ฮาวด์ เกรย์ฮาวด์คาเฟ่ ดังกิ้นโดนัท และไอศกรีมบาสกิ้น รอบบินส์
“นาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี” นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้บริหารมืออาชีพที่เข้าบริหารงาน นาดิม เป็นชาวเลบานอนตอนอายุ 15 ปี ย้ายมาอยู่ไทย ครอบครัวทำธุรกิจซักรีดให้กับโรงแรม ส่วนคุณพ่อทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงแรมไปด้วย โดยในช่วงอายุ 20 ปี ได้ไปช่วยงานคุณพ่อ ที่ไฮแอท จ.เชียงใหม่ ถูกชวนมาทำงานด้านโรงแรมอย่างเต็มตัว
ขอไปทำงานยากเพื่อเติบโตได้เร็วกว่าคนทั่วไป
ตั้งคำถามว่าถ้าตัดสินใจทำงานโรงแรมจะได้อะไร ไฮแอทเสนอให้ทุนเรียนสาขาการโรงแรมที่มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐ โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจบจะต้องทำงานให้กับไฮแอท 5 ปี ชอบทำงานยากที่สุดที่ไม่มีใครอยากไป เช่น โรงแรมบนเกาะเล็กๆ เพราะต้องการเติบโตเร็วกว่าคนอื่น การทำงานไปทั่วโลก ทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น
งานสุดท้ายในด้านโรงแรมคือ ทำงานที่โรงแรมดุสิต จ.กระบี่ อีกประมาณ 5 ปี รวมประสบการณ์ในสายนี้เป็นเวลามากกว่า 20 ปี จึงรู้สึกอิ่มตัว
การได้ทำงานทั่วโลกเป็นโอกาสที่ดีได้เรียนรู้วัฒนธรรมของทั่วโลก จึงได้เรียนรู้เรื่องที่ยากที่สุดคือวิธีบริหารจัดการคนจากมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปให้ทำงานร่วมกันได้ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดีสุดที่ได้รับจากการทำงานด้านโรงแรม ในยุคปัจจุบันบริษัททั่วไปจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีหลากหลายรุ่นอายุ ทำให้มีช่องว่างระหว่างวัยสูงจึงมีความคิดต่างกันมาก ทำให้คนที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้จะต้องมีอีคิวที่สูง ซึ่งมีความสำคัญที่สุด

ชอบคิดนอกรอบสร้างสรรค์งานเอง
หลังจากนั้นได้เข้าทำงานด้านดีเทลกับกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาปี 2540 จะนำแบรนด์กาแฟสตาร์บัคส์เข้าไทยจึงหาคนมาช่วยดูแล ตอนนั้นตัวเองยังไม่รู้จักสตาร์บัคส์ แต่ตัดสินมาทำงานเพราะต้องการหยุดงานด้านโรงแรมที่ต้องไปอยู่ในต่างประเทศ เพราะต้องการกลับมาอยู่กับครอบครัว ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกกำลังเติบโตสาขาแรกของไทยในฐานะผู้จัดการทั่วไปในปี 2541 จนครบ 40 สาขาแรก
ปี 2543 ตัดสินใจย้ายมาทำงานกับบริษัทที่ทำงานปัจจุบันคือ มัดแมน ซึ่งทำจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา 13 ปี งานแรกต้องต้องพลิกฟื้นธุรกิจที่มีปัญหาหนักจากพิษปัญหาเศรษฐกิจต้มยำกุ้งธุรกิจเริ่มดีขึ้น จนเปลี่ยนเจ้าของมาเป็นบริษัท ทรัพย์ศรีไทย (SST) และบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
“ช่วงที่ลาออกจากสตาร์บัคส์ตอนนั้นถูกภรรยาต่อว่า เพราะออกจากบริษัทมีชื่อเสียงมาก สตาร์บัคส์เก่งมากแต่เขาควบคุมทุกอย่างมาจากสหรัฐ แต่การทำงานผมชอบคิดเองสร้างสรรค์งานเอง ทำให้ไม่สามารถคิดนอกรอบได้ จึงตัดสินใจลาออกมาเพราะขาดความท้าทายในการทำงาน”
กำลังใจคือสร้างความมั่นใจให้คนรอบตัว
ผมมีความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความเก่งในตัวเอง แต่มีหลายคนขาดความมั่นใจ ดังนั้น การทำให้คนเก่งมีความมั่นใจและมีความเชื่อในความสามารถของตัวเองออกมาให้ทำงานร่วมกันได้ เพื่อนำองค์กรพบความสำเร็จ เพราะตัวผมเองคนเดียวไม่สามารถทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ หากไม่มีทีมงานมาช่วยนำไอเดียที่ผมคิดไปทำต่อ ซึ่งสิ่งที่สร้างกำลังใจที่สุดในชีวิตผมคือ การสร้างความมั่นใจให้คนที่อยู่รอบตัว
โดยเฉพาะลูกที่เลี้ยงแบบเพื่อนคุยปรึกษาได้ทุกเรื่อง เพราะช่วงผมเป็นเด็กไม่เคยปรึกษาอะไรกับคุณพ่อ เพราะจะถูกมองว่าเรายังเด็กต้องเรียนรู้อีกมาก ซึ่งคนมองว่าทุกๆ คนมีคุณค่าแม้อยู่ในวัยเด็กที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างได้เอง
ตัวอย่างวิธีการทำงานหนึ่งที่สอนพนักงานฝ่ายการตลาดในบริษัทคือ ใช้เวลาทำงานในออฟฟิศ 30% อีก 70% ให้ออกไปข้างนอก เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกระแสธุรกิจรีเทลที่เปลี่ยนแปลงทุกนาที เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานได้ทัน
และนี่คือวิธีการบริหารและทำงานของ “นาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี”