ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
29 เมษายน 2560 เวลา 10:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/492467

โดย…อณุสรา ทองอุไร ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ตามหลักความเชื่อทางพุทธศาสนา มีความเชื่อกันว่าโลกนี้ไม่มีเหตุบังเอิญ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรานั้นทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเหตุเป็นผลกันมาทั้งสิ้น
การที่คนเราได้มาเกี่ยวข้องรู้จักกันทำงานด้วยกัน คงจะต้องทำบุญทำกรรมร่วมกันมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่นทั้งสองคนนี้ อยู่กันคนละสายงาน พญ.วารีรัตน์ โขมศิริ เป็นเจ้าของนีโอคลินิกด้านความงามและเจ้าของแบรนด์ธัญพืชสไวเซอร์ ในขณะที่ ดร.ปฏิภาณ ลพบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนเวทีฟ ทำธุรกิจด้านนำเข้าวัตถุดิบทำอาหาร แต่แล้ววันหนึ่งก็มาเป็นผู้ร่วมทุนทำธุรกิจด้วยกัน
โดยมีเหตุผลหลักก็คือสนใจเรื่องสุขภาพเหมือนกันนั่นเอง ยิ่งได้ไปเรียนด้านโภชนาการที่มหาวิทยาลัยมหิดลก็ยิ่งรู้ซึ้งถึงการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ กินอะไรก็ได้อย่างนั้นแบบที่เขาเรียกว่า “You are what you eat”
ทั้งสองจึงจับมือกันเปิดบริษัทอินโนเวทีฟ เพื่อนำเข้าและวัตถุดิบอาหารเพื่อสุขภาพ โดยสินค้าตัวแรกที่นำเข้ามาก็คือเมล็ดเจีย เป็นธัญพืชเพื่อสุขภาพจากประทศเม็กซิโกนำเข้าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เพราะตลาดในต่างประเทศขณะนั้นแพร่หลาย ถูกจัดให้เป็นซูเปอร์ฟู้ดส์เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก ตามมาด้วยเมล็ดควินัว ในชื่อสไวเซอร์
เนื่องจากมองว่ากระแสสุขภาพยังมาแรงไม่เคยตก และจะมีกระแสที่ดีแบบนี้ไปอีกนานในอนาคต ทุกคนสนใจเรื่องสุขภาพอยากให้ตนเองมีสุขภาพที่ดี อีกทั้งคนในสังคมปัจจุบันนี้มีอายุที่ยืนยาวขึ้น
ดังนั้น ต้องอายุยืนแบบสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย การมีสุขภาพที่ดีเริ่มจากการเลือกกินสิ่งที่ดีกับร่างกาย กินอาหารให้เป็นยา ไม่ใช่กินยาแทนอาหาร ดังนั้นสุขภาพที่ดีเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน ง่ายๆ ก็คือการเลือกกินอาหารที่ดีเป็นมิตรกับสุขภาพ
“โดยเริ่มจากเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน แทนที่จะอดหรืองดกินไปเลยมันยากที่จะทำได้ เช่น หมอชอบดื่มกาแฟ เราก็ผสมอาซาอิเบอร์รี่เข้าไปในกาแฟ อยากกินขนมขบเคี้ยว อยากินป๊อปคอร์น และกลัวเนยเยอะแคลอรีสูงไป ก็ทำป๊อปคอร์นจากเมล็ดควินัว อยากกินข้าวมันไก่ ก็ใช้ควินัวหุงแทนหรือผสมเข้าไปในการหุงข้าว คือเพิ่มสิ่งที่ดีมีประโยชน์เข้าไป
“อยากกินน้ำหวานแทนที่จะใช้น้ำตาลทรายขาว เราก็ใช้หญ้าหวานหรือน้ำผึ้งแทนอย่างนี้เป็นต้น การได้กินของอร่อยคือความสุข แต่ก็ต้องอร่อยแล้วไม่ทำลายสุขภาพเรามากเกินไปจะได้กินได้อย่างสบายใจ เพราะหมอเองก็ชอบกินจุบจิบเหมือนกันเพียงแต่หมอเลือกกินแต่ของที่มีประโยชน์มากหน่อย
“เราทำธุรกิจด้วยกัน เพราะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เราเองก็มีลูกที่กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่นถ้าเราทำขนมขบเคี้ยวที่ลูกๆ เรากินได้ คนอื่นก็กินได้ เพราะลูกเราก็เริ่มวัยรุ่นกลัวอ้วนเลือกกิน กินอะไรก็นับแคลอรี (หัวเราะ) ดังนั้นเราอยากทำของดีมีประโยชน์” พญ.วารีรัตน์เล่าให้ฟัง
ทางด้าน ดร.ปฏิภาณ ก็เสริมอย่างอารมณ์ดีว่า
“เราเห็นตรงกันที่จะทำธุรกิจที่มีความใส่ใจต่อสังคม ทำผลิตภัณฑ์ที่ดีกับผู้บริโภค พอจะทำของขบเคี้ยว เราก็ไปลงเรียนคอร์สทางด้านศาสตร์ทางโภชนาการบำบัดที่มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นเวลา3-4 เดือนเพื่อให้รู้ลึกรู้จริงในสิ่งที่จะทำ ให้รู้ว่าวัตถุดิบ สารต่างๆ มาจากอะไร อะไรผสมกับอะไรแล้วได้ประโยชน์สูงสุด” เขากล่าวอย่างมั่นใจ
ดร.ปฏิภาณ ลพบุรี
เขาเป็นคนจิตใจดี…
ดร.ปฏิภาณ กล่าวถึงหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขาว่า
“คุณหมอเป็นคนจิตใจดี แม้จะเป็นผู้หญิงที่ดูอ่อนหวาน แต่เวลาทำงานก็รวดเร็ว ตัดสินใจว่องไว มีอะไรผิดพลาดก็พร้อมแก้ไขในเรื่องความสามารถก็ไม่แพ้ใคร เราจึงยอมรับในฝีมือซึ่งกันและกัน ทำงานกันด้วยความสบายใจ มีอะไรก็ช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกัน
“มีอะไรผิดพลาดเราจะไม่ถามว่าใครผิดแต่จะถามว่าผิดเพราะอะไรจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง แบ่งหน้าที่รับผิดชอบดูแลกันไปคนละส่วนไม่ซ้ำซ้อนกัน คุณหมอดูทางด้านประชาสัมพันธ์และการตลาด ส่วนผมดูแลเรื่องการผลิต โรงงาน การนำเข้าวัตถุดิบ สรุปคือทั้งครอบครัวเราก็รู้จักกันหมด เหมือนญาติกันไปแล้วตอนนี้” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม
พญ.วารีรัตน์ โขมศิริ
เขาใจเย็นและมีความชัดเจนมาก…
ทางด้าน พญ.วารีรัตน์ ได้กล่าวถึงผู้ร่วมทุนของเธอว่า
“ปกติแล้วเวลาหมอจะทำธุรกิจอะไร ไม่ชอบหุ้นกับใคร ชอบทำคนเดียวเพราะเกรงว่าจะมีปัญหา นี่เป็นครั้งแรกที่หมอยอมร่วมทุนทำธุรกิจ เพราะเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเขา
“ดูภายนอกเห็นเขาเฉยๆ นิ่งๆ แต่เขามีความชัดเจนในการทำงาน รู้ลึกรู้จริงในสิ่งที่ทำ อะไรที่เขาไม่รู้เขาจะไปเรียนเพิ่มเติม ไปหาข้อมูลจนหมดข้อสงสัย อะไรที่เขาไม่แน่ใจเขาจะยังไม่ทำ และที่สำคัญเขาใจเย็นมาก ในเรื่องงานสามารถพูดกับเขาได้อย่างตรงไปตรงมา
“ทำงานกับเขาแล้วสบายใจ เขามีความรับผิดชอบสูง ตัดสินใจเด็ดขาดรวดเร็ว แบ่งเบาภาระไปได้เยอะมาก ทำงานมาไม่เคยขัดแย้งกัน ทำให้มีความสุขในการทำงาน เราซัพพอร์ตงานของกันและกันได้ดีมาก” คุณหมอกล่าวอย่างมีความสุข