สุทัศน์ รงรอง อาสาใช้นวัตกรรมช่วยเหลือเกษตรกร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2560 เวลา 10:32 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/492463

สุทัศน์ รงรอง อาสาใช้นวัตกรรมช่วยเหลือเกษตรกร

โดย…วราภรณ์

คนหนุ่มรุ่นใหม่วัย 30 ปี เล้ง-สุทัศน์ รงรอง หนึ่งในสมาชิกโครงการคนกล้าคืนถิ่น Digital Farmer :Reconnect life to the nature

โดยหน้าที่ของสุทัศน์คือ คนกล้าหนุน หรือวิทยากรของโครงการคนกล้าคืนถิ่น ที่มีองค์กรเครือข่ายเข้าร่วมกว่า 20 องค์กร เพื่อช่วยกันปลดล็อกการพัฒนาท้องถิ่นชนบท ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจและสนับสนุนคนหนุ่มสาวให้กลับคืนถิ่นภูมิลำเนา เพื่อมาร่วมกันพิสูจน์ทฤษฎีการพึ่งพาตนให้ได้อย่างมั่นคง

ปัจจุบันเล้งเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท ดูอินไทย (Do in Thai) ที่เชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจากการคิดค้นวิจัย ออกแบบ และพัฒนา จะถูกถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้ผ่านผลงานต่างๆ

เขาทำงานเป็นจิตอาสา ด้วยการออกเดินทางให้ความรู้และพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคม โดยพยายามใช้ความรู้ความสามารถที่มีด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมและแบ่งปันแนวทางใหม่ๆ ตามวิถีของโลกที่หมุนเวียนไปโดยมีเครื่องมือคือดิจิทัล

หากย้อนไปถึงการชอบทำงานจิตอาสาของสุทัศน์ เขาทำมาตั้งแต่ครั้งเรียนอยู่ชั้นปี 1 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

“ผมคิดว่าเมื่อเราทำธุรกิจมีรายได้ การทำงานเพื่อสังคมถือเป็นมิชชั่น ทุกงานของผมมีสังคมเป็นตัวตั้ง ทำอะไรสังคมต้องได้ประโยชน์ เวลาผมทำงาน ผมจะส่งลูกน้องออกไปคุยกับชาวบ้าน เช่น เกษตรกรนาน 15 วัน และกลับมาทำงานอีก 15 วันในหนึ่งเดือน ให้ไปคุยว่าเกษตรกรขาดเหลืออะไรอยากทำอย่างไรให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น

“แล้วน้องๆ จะเข้ามาที่ออฟฟิศ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเข้ามาช่วยเกษตรกรทำงานเพื่อทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น เช่น เราพบว่าเกษตรกรกาแฟถูกกดราคา ทำให้ลูกๆ ของเขาไม่ได้เรียนต่อเด็กก็ไปติดยาหรือขายตัว เรากลับมาคิดว่าทำอย่างไรให้เขามีรายได้สูงขึ้น

“พาร์ตเนอร์ของผมเป็นชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจกาแฟ เขาอยากรู้ว่ากาแฟของเกษตรกรกาแฟไทยดีจริงไหม? มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนได้ เราจึงทำระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อให้คนที่มาซื้อกาแฟไทยที่ต่างชาติสามารถตรวจสอบได้ว่ากาแฟคุณดีจริง ออร์แกนิกจริง พอต่างชาติตรวจสอบได้ราคากาแฟจึงสามารถมีราคาคูณสองได้เลย”

จิตสำนึกในการอยากทำงานจิตอาสา อาจเป็นเพราะการซึมซับคำสอนของคุณยายที่สอนว่า “ให้ใครไปเท่าไหร่ เราจะได้รับกลับมามากกว่า”

เล้งเริ่มเป็นผู้ให้ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ทำให้เขาค้นพบว่าเขาก็สามารถเป็นผู้ให้ได้ด้วยการเดินทางไปชนบทไปหาน้องๆ และเล้งก็เป็นเด็กที่เติบโตมาในชนบท แต่ทำงานและเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ มาเป็นระยะเวลานานแล้ว

“ด้วยความที่ผมชอบไอที ผมออกเดินทางเสาร์-อาทิตย์เพื่อไปสอนน้องๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์นอกห้องเรียน สอนให้เด็กระมัดระวังในการใช้คอมพิวเตอร์ควบคู่กับการสอนคุณธรรมไปด้วย เช่น ใช้รูปจากอินเทอร์เน็ตก็ต้องให้เครดิตเจ้าของภาพด้วย”

การไปหาเด็กๆ ทำให้เขารู้สึกประทับใจซึ่งเขาทำโครงการเด็กไทยไอทีมานานกว่า 11 ปีแล้ว เช่น การไปบรรยายที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.ราชบุรี ด้วยเทคนิคการบรรยายที่สนุก ทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุกและอินตามไปด้วย ทำให้เด็กๆ หลายคนมองพี่เล้งเป็นไอดอล อยากเก่งให้ได้เหมือนพี่เล้งซึ่งเขารู้สึกดีใจที่ทำให้น้องๆ อยากลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆ เพื่อสังคมบ้าง

ปัจจุบันเล้งก็ยังทำงานจิตอาสาบรรยายอยู่และเขาจะสอดแทรกสอนอยู่เสมอว่า การลุกขึ้นมาทำความดีให้เกิดแรงบันดาลใจดีๆ ไม่ได้เกิดจากคนอื่น แต่เกิดจากข้างในของตัวเราเอง เหมือนคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ ระเบิดจากข้างใน โดยเขานำเคสที่เรียนในห้องเรียน หรือเล่าชีวิตของเขาโดยผ่านการเรียบเรียงให้น่าสนใจ

จากคนทำงานจิตอาสากลุ่มเล็กๆ พัฒนาเป็นการทำงานช่วยคนกลุ่มใหญ่ระดับประเทศกับการร่วมโครงการคนกล้าคืนถิ่นโดยเข้าทำงานร่วมในโครงการเป็นปีที่ 2 แล้ว

“เวลาบรรยายให้ใครฟังก็แล้วแต่ผมจะทิ้งท้ายไว้เสมอว่า เราต้องหาลายเซ็นของชีวิตให้เจอ การมีลายเซ็นคือการค้นหาตัวเองจนเจอ ค้นหาความรักทำในสิ่งที่รักฝันได้สำเร็จ แล้วเราจะค้นพบความสำเร็จก่อนคนอื่น”

เขาบอกว่า ทุกวันนี้ทำงานจิตอาสาด้วยการได้รับเกียรติให้เป็นที่ปรึกษาให้ ดร.สุมิท แช่มประสิทธิ์ ประธานโครงการคนกล้าคืนถิ่น

“ผมรู้จักโครงการนี้มานานมากแล้วแต่ผมไม่ใช่คนกล้า เพราะผมยังอยู่กรุงเทพฯ ยังไม่ได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดเหมือนคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ผมมีหน้าที่ช่วยเป็นคนกล้าหนุน ช่วยให้ผู้ร่วมโครงการรู้จักตัวเอง โดยใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้น และผมยังมีหน้าที่ช่วยพัฒนาเนื้อหาและดิจิทัลต่างๆ เพื่อช่วยคนกล้า

“ผมเดินทางไปเป็นวิทยากรตามต่างจังหวัด ผมไปช่วยบ้านเกษตรกร แนะเขาว่าสามารถพัฒนาผลผลิตยุคใหม่ได้อย่างไร? ผมคิดว่าคนกล้าส่วนใหญ่เขามีความเข้าใจในธรรมชาติอย่างแท้จริง หากเราเข้าใจเขาอย่างแท้จริง เราจะสร้างเทคโนโลยีเท่าไหร่ก็ได้ ผมช่วยชาวนาให้เข้าใจเรื่องแบรนด์ ช่วยให้คนกล้ามีระบบตรวจสอบย้อนกลับได้เราต้องยอมรับในเทคโนโลยี ถ้าปฏิเสธเทคโนโลยี โลกก็เหวี่ยงเราให้ตกไปแล้ว”

เวลาที่เล้งออกไปบรรยายให้น้องๆ ฟังเด็กๆ รุ่นใหม่มักบอกว่าจะให้อะไรกับใครก็ต้องรอเรียนจบก่อน สำหรับตัวเขาถือเป็นการผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ สิ่งที่เขาอยากให้เด็กยุคใหม่ลุกขึ้นมาทำอะไร “ดีๆ” 4 ตัว คือ ดี Discovery ออกไปค้นหา

“อยากรู้ก็แค่ก้าวเดิน เมื่อทำดีตัวแรกได้แล้วดีที่ 2 จะตามมาคือ Dream ความฝันหรือเป้าหมาย ถ้าเราเจออะไรเจ๋งๆ เราก็จะมีความฝันที่เจ๋ง แต่อย่าลอกเลียนแบบ ดีที่ 3 คือ Design ถ้าการค้นพบแข็งแรง ความฝันจะแข็งแรง เราจึงต้องออกแบบวางแผนในการทำให้มันเป็นจริงดีสุดท้ายคือ Doing ลงมือทำแค่ลงมือก็จะเป็นจริงได้”

ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับสุทัศน์ในเรื่องการทุ่มเทในการทำงาน

 

Leave a comment