เมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กับแผน ‘เกษียณสุข’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2560 เวลา 11:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/492474

เมธ์วดี ประเสริฐสินธนา กับแผน ‘เกษียณสุข’

โดย…พูลศรี เจริญ

เมธ์วดี ประเสริฐสินธนา โลดแล่นอยู่ในโลกแห่งการออมการลงทุนมานาน เริ่มจากเทรดบอนด์ หรือตราสารหนี้ ซึ่งยุคโน้น หรือก่อนวิกฤตปี 2540 เธอบอกว่าเทรดจนเบลอชีวิตอยู่กับโทรศัพท์และหน้าจอคอมพิวเตอร์  ถึงขั้นเคยพูดกับโทรศัพท์ว่าฮัลโหลๆ ด้วยเพราะในชีวิตประจำวันต้องโทรศัพท์พูดคุยกับผู้ค้าตราสารหนี้หรือดีลเลอร์ด้วยกัน

“เทรดบอนด์ 5 ปีก็เบื่อ เพราะเป็นงานรูทีน หรือเป็นงานที่ทำประจำวัน ขาดความท้าท้าย” เมธ์เล่าย้อนอดีตให้ฟังกับงานแรกที่ทำหลังเรียนจบ

ปัจจุบันเมธ์เป็นแม่ทัพ หรือกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)บางกอกแคปปิตอล หรือ BCAP บริษัทลูกของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง  ปัจจุบัน บลจ.บางกอกแคปปิตอล มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 2 หมื่นกว่าล้านบาท

ในโลกการทำงานเมธ์เป็นมือบริหารเงินลงทุนให้ลูกค้า น่าสนใจว่าแล้วโลกส่วนตัวของสาวสวยวัย 44 ปี มีการวางแผนชีวิต วางแผนเรื่องการออม การลงทุน เพื่อรองรับวัยเกษียณอย่างไร ปัจจุบันสมรสแล้วมีลูก 2 คน ลูกสาวหนึ่ง ลูกชายหนึ่ง

“อยากจะเกษียณตอนที่อายุยังไม่มากเกินไป เพราะอยากมีโอกาสไปทำอะไรหลายๆ อย่างที่ชอบ อยากจะเดินทางไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ อยากจะมีเวลาออกกำลังกายเรียนทำอาหาร ปลูกผักสวนครัว ฯลฯ “

เมธ์ เล่าว่า จริงๆ แล้วเธอเคยคิดจะเกษียณตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว คิดว่าคงไม่เกิดขึ้นภายใน 5 ปีนี้ เพราะตอนนี้เพิ่งเริ่มทำงานที่ใหม่ มีภาระหน้าที่ที่จะต้องนำพาบริษัทที่ช่วยก่อตั้งขึ้นให้ประสบความสำเร็จก่อน และตอนนี้ก็ยังสนุกกับงานใหม่ มีแผนงานมากมายที่ต้องทำ

“หว่านเมล็ดไปเยอะแล้ว อยากจะรอดูดอกผลก่อนค่ะ”

เป็นคุณแม่ลูกสอง งานก็ยุ่ง แต่เมธ์ยังดูเฟรชชี่อยู่ตลอดเวลา เป็นผู้หญิงที่บุคลิกดีและดูแคล่วคล่อง เมื่อถามถึงเรื่องการดูแลสุขภาพ เธอแบ่งปันข้อมูลว่าจะแบ่งเป็น2 ส่วน คือ ออกกำลังกายกับการบริโภคอาหาร

“ปกติจะพยายามจัดเวลาสำหรับออกกำลังกายให้กับตัวเอง แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับช่วงเวลาของชีวิตค่ะ”

เมธ์ เล่าว่า ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆจะออกกำลังกายหลังเลิกงานเกือบทุกวัน พอทำงานตำแหน่งใหญ่ขึ้น งานเยอะขึ้น ก็มีเวลาออกกำลังกายน้อยลง บางครั้งก็ใช้เวลาหลังเลิกงาน หรือช่วงพักเที่ยงไปออกกำลังกายที่ยิม พอแต่งงานมีลูก เวลาออกกำลังกายก็ยิ่งน้อยลง ยกเว้นช่วงหลังคลอดใหม่ๆ มีแรงบันดาลใจอยากให้รูปร่างเข้าที่เร็ว จึงออกกำลังกายในช่วงพักเที่ยง และก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นพิลาทิส (Pilates) ปัจจุบัน ทั้งงานทั้งกิจกรรมของลูก จึงไม่ค่อยมีเวลาไปยิมอาศัยห้องยิมที่บ้าน

เธอบอกว่า ทุกวันอาทิตย์จะมีเทรนเนอร์มาเทรนพิลาทิสให้อาทิตย์ละครั้ง ส่วนกลางอาทิตย์ถ้ามีเวลาก็จะออกกำลังกายที่บ้าน เล่นพิลาทิส วิ่ง เครื่องเล่นเวต ว่ายน้ำ ในช่วงค่ำหลังเลิกงานหรือช่วงเช้าก่อนออกไปทำงาน บางอาทิตย์เหนื่อยก็อาจไม่ได้ออกกำลังกายเลย

“บางครั้งกิจกรรมของลูกก็บังคับให้เราได้ออกกำลังกายไปด้วย เช่น พาลูกไปเล่นสกี สเกต ไปวิ่ง Fun run ต่างๆ ส่วนมากเวลาทำกิจกรรมในครอบครัวเราจะทำด้วยกันหมดทุกคน คือคุณพ่อชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว ทุกคนก็เลยรุมบังคับให้แม่ทำด้วย”

มาที่เรื่องการบริโภคอาหาร เมธ์ บอกว่า ไม่ได้มีข้อจำกัดอะไร เธอเป็นคนชอบรับประทานและชอบที่จะลองอาหารหรือร้านใหม่ๆ จะพยายามรับประทานมื้อเบาสลับกับมื้อหนัก ส่วนมากชอบรับประทานอาหารและขนมที่ทำเอง เพราะสามารถควบคุมส่วนผสมได้  พยายามเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปลอดสารและไขมันต่ำ

“การรับประทานอาหารที่ทำเองในบ้านมีส่วนช่วยอย่างมากในเรื่องสุขภาพ และช่วยป้องกันภาวะน้ำหนักเกินด้วยค่ะ”

เข้าเรื่องสำคัญว่าด้วยเงินๆ ทองๆ คือ การวางแผนการเงิน การออม ลงทุน เพื่อรองรับชีวิตหลังเกษียณ

เมธ์บอกว่าเงินออมของครอบครัวจะแบ่งเป็น 3 ส่วน  ส่วนแรก ทุนการศึกษาของลูกๆ  ส่วนที่สอง  เงินที่จะส่งต่อให้ลูกเมื่อโตขึ้น และส่วนที่สาม เงินที่ออมไว้สำหรับใช้เองหลังเกษียณ

“สินทรัพย์ที่ลงทุนและเงินออมมีหลายประเภท ตั้งแต่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงแต่มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไปเช่น เงินฝากธนาคาร เงินลงทุนในกองทุนรวม เงินลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นและตราสารหนี้  เงินลงทุนในต่างประเทศส่วนสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ ก็จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ภาพวาด อัญมณี นอกจากเงินออมและเงินลงทุนแล้ว ยังซื้อระกันชีวิตไว้ด้วย”

เงินออมในส่วนที่เป็นทุนการศึกษาของลูก ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ-แม่ ครอบครัว “ประเสริฐสินธนา” ก็จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพและมีผลตอบแทนสม่ำเสมอ เช่น เงินปันผล หรือดอกเบี้ย และมีเงินลงทุนในต่างประเทศ ในสกุลเงินตราต่างประเทศ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นทุนการศึกษาของลูกในอนาคต

”ในส่วนของเงินที่จะส่งต่อให้ลูกหลานนั้น เนื่องจากเป็นเงินลงทุนระยะยาวจึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นและมีสภาพคล่องต่ำได้ เช่น ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นซื้ออสังหาริมทรัพย์”

เงินส่วนสุดท้ายเป็นเงินส่วนที่เตรียมไว้ใช้เมื่อเกษียณอายุ จะประกอบด้วยเงินที่ออมไว้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมธ์บอกว่า เธอสะสมมาขณะที่ทำงานอยู่และเงินที่ลงทุนในกองทุนรวมที่ให้ผลประโยชน์ทางภาษี เช่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) นอกจากนี้ยังมีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่ได้มาจากการที่เป็นพนักงานของบริษัทที่ทำงานอยู่ เงินออมส่วนที่เหลือเมธ์จะจัด
ในรูปของการทำ Asset Allocation ซึ่งจะปรับความเสี่ยงลงตามอายุที่มากขึ้น จนเมื่อถึงวัยเกษียณอายุ

 

Leave a comment