ตัดปมชายแดนใต้ทิ้ง ฟันธงระเบิดรพ.เอี่ยวการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 พฤษภาคม 2560 เวลา 06:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/496231

ตัดปมชายแดนใต้ทิ้ง ฟันธงระเบิดรพ.เอี่ยวการเมือง

โดย…กันติพิชญ์ ใจบุญ

เป็นระเบิดที่เขย่าไปถึงรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างหนักหน่วง เสียงที่ดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องจากการบาดเจ็บจากแรงระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า คนร้ายนอกจากจะมุ่งเป้าให้เกิดการบาดเจ็บ และยังเลือกสถานที่ที่ไม่มีโจรใดที่ยังพอเหลือที่ว่างแห่งความมีมนุษยธรรมในจิตใจลงมืออย่างโรงพยาบาล ผลลัพธ์วิ่งเข้าสู่คณะรัฐบาลทหารอย่างทันที เพราะเหตุการณ์นี้จะต้องหาตัวคนร้ายมาให้ได้

พลันที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รุดลงพื้นที่หลังเหตุระเบิดทันที ยืนยันว่าเป็นการระเบิดและคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ และมีลักษณะเฉพาะกับเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทั้งเหตุระเบิดหน้ากองสลาก และหน้าโรงละครแห่งชาติ ทำให้เป้าหมายเลี่ยงไม่ได้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้มันโยงไปถึงการเมือง

ไปป์บอมบ์ ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ลักษณะของระเบิดจะนำเหล็กรูปทรงกระบอกที่ถูกบรรจุไว้ด้วยวัสดุต่างๆ ที่ใช้ทำลายล้าง ทั้งเศษเหล็กแหลม หัวตะปู หรือตลับลูกปืนที่เพิ่มขีดการทำลายให้สูงขึ้น และปิดกระบอกระเบิดด้วยเหล็ก กลวิธีการทำให้ระเบิดมีหลายรูปแบบ ทั้งใช้สัญญาณโทรศัพท์ หรือหน่วงเวลาให้เกิดระเบิด

และแน่นอนว่าการทำระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จะต้องเป็นคนที่มีความรู้เฉพาะ และมีความชำนาญ คนทั่วไปไม่อาจทำขึ้นมาเองได้ เพราะสุ่มเสี่ยงจะเกิดอันตรายกับตัวเอง

เหตุการณ์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ากับรูปแบบของระเบิดที่เกิดขึ้น คำถามสำคัญคือใครมาลงมือก่อเหตุ กลุ่มการเมือง หรือแม้แต่กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่อาจจะขยายพื้นที่การก่อเหตุมายังเมืองหลวงของประเทศไทย

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.งานเก็บกู้วัตถุระเบิดอีโอดี กองบัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ที่เก็บและกู้ระเบิดจากเหตุการณ์สำคัญๆ ในเมืองไทย มองการระเบิดครั้งนี้ว่า เกิดจากกลุ่มการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และหวังจะลดทอนความเชื่อถือจากรัฐบาล ส่วนประเด็นเรื่องกลุ่มก่อเหตุจากสามจังหวัดชายแดนใต้นั้น ตัดทิ้งไปได้เลย

“วงจรของระเบิดแตกต่างจากเหตุที่ชายแดนใต้ แต่วงจรกลับเชื่อมโยงไปยังเหตุการณ์ระเบิดทั้งที่หน้ากองสลาก และที่โรงละครแห่งชาติ ซึ่งมันคล้ายคลึงกันมาก” พ.ต.อ.กำธร อธิบาย

เมื่อลงลึกไปยังรายละเอียดของระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.ต.อ.กำธร บอกได้แต่เพียงว่า การประกอบระเบิดไม่ได้มีความซับซ้อนมากนัก แต่อย่างไรก็ต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญประกอบระเบิดนี้ขึ้นมา

การจะปฏิเสธว่ากลุ่มสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ตำรวจให้น้ำหนักหรือไม่ คำอธิบายเพิ่มเติมในประเด็นนี้ มีเพิ่มจาก ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ให้น้ำหนักว่า ไม่น่าใช่ฝีมือจากกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

เขาบอกว่า เหตุผลสำคัญคือความช่ำชองในพื้นที่ก่อเหตุ ซึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะเลือกพื้นที่เปิดหรือพื้นที่สาธารณะที่ต้องหวังผลจากสถานการณ์ แต่กับเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งถือเป็นพื้นที่ปิด และเป็นลักษณะพื้นที่เฉพาะ กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ไม่น่าจะเลือกสถานที่เช่นนี้เพื่อก่อเหตุ

“กลุ่มก่อความไม่สงบจะต้องรู้จักพื้นที่หากจะวางระเบิด และการถือระเบิดมาวางในโรงพยาบาลมันสุ่มเสี่ยงเกินไปสำหรับพวกเขา”ศรีสมภพ ขยายความ

ศรีสมภพ ให้ภาพเพิ่มว่า ลักษณะการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบชายแดนใต้ จะเลือกพื้นที่สาธารณะที่เป็นพื้นที่เปิด เช่น เหตุการณ์วางระเบิดหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2556 ที่ครั้งนั้นต้องการผลความสูญเสียในเชิงสัญลักษณ์และมีผู้บาดเจ็บ จะแตกต่างจากเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ ทั้งที่หน้ากองสลาก หรือที่หน้าโรงละครแห่งชาติ

“หากกลุ่มก่อความไม่สงบจะวางระเบิดต้องไม่ใช่โรงพยาบาลแน่นอน เพราะมันเสี่ยงจะถูกประณามทั้งจากองค์กรตัวเอง หรือองค์กรสาธารณะทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมีตัวอย่างมาแล้วจากเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี จ.ปัตตานี ซึ่งครั้งนั้นกลุ่มก่อเหตุเสียขบวนพอสมควร เพราะมันไม่เหมาะสมที่จะเลือกชีวิตผู้บริสุทธิ์มาเป็นเหยื่อ ที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อให้ได้เปรียบในข้อต่อรองด้วย” ศรีสมภพ ให้ความเห็นทิ้งท้าย

 

Leave a comment