พลิกกฎหมาย “ชั้นความลับ” ปมซื้อเรือดำน้ำ(ลึกลับ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 เมษายน 2560 เวลา 13:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/491894

พลิกกฎหมาย "ชั้นความลับ" ปมซื้อเรือดำน้ำ(ลึกลับ)

โดย…ชัยรัตน์ เพชรไตรรัตน์

ถ้อยแถลงของรัฐบาล ทั้งจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเป็นทำนองเดียวกันว่า การที่ไม่มีการแถลงข่าวคณะรัฐมนตรี มีมติให้กองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน มูลค่า13,500 หมื่นล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย.นั้นเพราะเป็นความลับ เป็นเอกสารมุมแดง

“การกำหนดชั้นความลับของวาระที่เข้าสู่ที่ประชุม ครม.นั้น มีความเป็นมานาน 40-50 ปีแล้ว ดังนั้นหากเอกสารใดเป็นเรื่องลับหรือมุมแดงก็เป็นเรื่องที่หารือเสร็จแล้วหน่วยงานต้นสังกัดก็จัดเก็บคืนไปและไม่มีการแถลงข่าว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานต้นเรื่อง และเอกสารมุมแดงก็เป็นไปตามข้อกำหนดเกณฑ์ อาทิ เรื่องภาษี ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่กระทรวงกลาโหมขอมาว่าเป็นมุมแดง แต่อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็ต้องมีการยกเลิกมุมแดงและเปิดเผยให้ทราบ เช่น คราวที่แล้วกฎหมายในพระองค์ที่เข้าสภาไปก็เป็นเรื่องลับหรือมุมแดง แต่พอถึงจุดหนึ่งก็เปิดเผย อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ครม.วันเดียวกันนี้ก็จะมีการยกเลิกชั้นความลับหลายเรื่องด้วยกัน”นายวิษณุ ระบุ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพลิกดูกฎหมายกำหนดชั้นความลับทางราชการ  พบว่า ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ซึ่งออกในสมัย นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญ คือได้กำหนดประเภทชั้นความลับ  แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ประกอบด้วย

1.ลับที่สุด  (TOP SECRET) หมายถึง ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียง บางส่วนจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด

2.ลับมาก  (SECRET) หมายถึง ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียง บางส่วนจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรง

3. ลับ  (CONFIDENTIAL) หมายความถึง ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐ

ทั้งนี้การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารลับอยู่ในชั้นความลับใดให้พิจารณาถึงองค์ประกอบ ต่อไปนี้ 1.ความสำคัญของเนื้อหา 2.แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสาร 3.วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ 4.จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ 5.ผลกระทบหากมีการเปิดเผย และ 6.หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ

 

 

ขณะเดียวกันในกรณีเป็นการสมควร หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะกำหนดระเบียบการใด เพื่อปฏิบัติเพิ่มเติมจากระเบียบนี้ก็ได้และถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่า การปฏิบัติตามระเบียบนี้ในเรื่องใดจะก่อให้เกิดความยุ่งยากโดยไม่เหมาะสม หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะกำหนดวิธีการรักษาความลับในเรื่องนั้นด้วยวิธีการอื่นที่มีประสิทธิภาพเท่ากันหรือดีกว่าแทนได้

สำหรับหนังสือของราชการกำหนดไว้ดังนี้

“ลับที่สุด” ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับนี้ ได้แก่ ข้าราชการตั้งแต่ตำแหน่งหรือเทียบเท่าตำแหน่งดังต่อไปนี้ขึ้นไปอธิบดี หัวหน้าคณะทูต ผู้ช่วยทูตทหาร ผู้บัญชาการตำรวจหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทั้งสามเหล่าทัพ

“ลับมาก” ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับนี้ ได้แก่ ข้าราชการตั้งแต่ตำแหน่งหรือเทียบเท่าตำแหน่งดังต่อไปนี้ขึ้นไปหัวหน้ากอง ผู้บังคับการกรม ผู้บังคับหมวดเรือ ผู้บังคับการกองบิน และหัวหน้าหน่วยราชการอิสระ ซึ่งมีตำแหน่งชั้นหัวหน้าแผนก ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับการเรือชั้นสาม และผู้บังคับหมวดบิน ข้าราชการตำแหน่งหรือเทียบเท่าตำแหน่งต่อไปนี้ขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับนี้ คือ หัวหน้าแผนก ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับการเรือชั้นสาม และผู้บังคับหมวดบิน

ขณะเดียวกัน ผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดชั้นความลับพร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบการกำหนดชั้นของความลับของข้อมูลข่าวสารลับนั้นด้วยว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด ในการนี้ อาจมอบหมายหน้าที่ดังกล่าวได้ตามความจำเป็นให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ในกรณีที่สามารถมอบอำนาจได้ตามกฎหมาย

ฉะนั้นโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ที่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่18 เม.ย.แล้วไม่มีการแถลง จะอ้างเป็นเรื่องความลับหรือ ลึกลับ นั้น ประชาชนเท่านั้นจะเป็นคนตัดสิน

 

Leave a comment