ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
28 พฤษภาคม 2560 เวลา 08:24 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/496724

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
ปกหลังของหนังสือเรื่อง จักรวาลควันโขมง (The Dining Universe) เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า นี่คือเรื่องราวของเด็กสาวผู้เติบโตข้างห้องครัวและหลงใหลการสร้างสรรค์รสชาติ กับความทรงจำต่อความสัมพันธ์ครั้งต่างๆ ที่มีอาหารเป็นตัวกลางระหว่างกัน…
เธอคือ ม็อบ-อรุณวตรี รัตนธารี ผู้คลุกคลีในวงการงานเขียน แต่เพิ่งเปิดตัวหนังสือเล่มเป็นครั้งแรก โดยได้รวบรวมความเรียงกึ่งวรรณกรรมจำนวน 12 เรื่องไว้ในจักรวาลควันโขมงจำนวนร้อยกว่าหน้าของเธอ
…ทั้งพะแนงจากรสมือของคุณครูในวัยประถม มิตรภาพกรุ่นกลิ่นเศร้ากับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสูตรพิเศษ หรืออาหารท่ามกลางธรรมชาติที่หาคำจำกัดความให้ไม่ได้
เพียงแค่หนึ่งย่อหน้าบนปกหลังก็ทำให้สัมผัสและได้กลิ่นชีวิตข้างครัว โดยเธอกล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ได้หยิบยกห้องครัวมาเป็นพื้นที่ในการเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นสถานที่แห่งความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณย่า และอุ่นกลิ่นไปด้วยความรักและควันอาหาร ที่เธอสามารถเขียนให้บรรยากาศเหล่านั้นลอยออกมาปะทะหน้าผู้อ่านอย่างนุ่มนวล
“เราเคยเขียนบทความเรื่องจักรวาลควันโขมงเก็บไว้นานมาก แต่ไม่ได้รวมเป็นหนังสือเล่มเพราะความที่ไม่มีเวลา จนกระทั่งมีโอกาสเข้ามา เราเลยกลับมาคิดว่าจะทำมันยังไง ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอาหาร เพราะเป็นคนชอบทำอาหารตั้งแต่เด็กๆ แต่ยังหาวิธีเล่าไม่ได้ เลยลองเขียนเพิ่มอีก 2 ตอนแล้วส่งให้พี่ บก. ดู (กาย-บรรณาธิการแซลมอน) ปรากฏว่ามันเวิร์ก เราเลยกลับมาคิดคอนเซ็ปต์ว่า เราจะสามารถเล่าอะไรได้บ้างใน 12 ตอนนี้ ร้อยเรียงกันให้เป็นหนังสือหนึ่งเล่ม จนคิดได้ว่า เราจะเล่าเรื่องใครได้ลึกเท่ากับเรื่องของตัวเอง เพราะเราไม่สามารถรู้เรื่องคนอื่นได้มากเท่ากับเรื่องตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นเลยหยิบเรื่องราวบางส่วนในชีวิตตัวเองมาเล่าและกลายเป็นคอนเซ็ปต์ของหนังสือเล่มนี้” ม็อบ กล่าว
มีคนเคยบอกเธอว่า จักรวาลควันโขมงคล้ายหนังสืออัตชีวประวัติ แต่มีรสชาติอื่นเพิ่มเติมทั้งเรื่องความสัมพันธ์ อาหาร และบทสนทนา ที่เธอเชื่อว่า ทั้งผู้เขียนและผู้อ่านต้องเคยมีประสบการณ์ร่วมกัน
โจทย์ต่อมาคือ เธอต้องหาภาษาการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งแต่เดิมเธอเคยเป็นนักเขียนแนวเรื่องสั้นมาก่อน ทำให้มีเซตภาษาประเภทหนึ่งที่เรียกว่าเป็นภาษาวรรณกรรม และมุมมองเชิงวรรณกรรมที่สามารถบรรยาย สร้างบทสนทนาที่ค่อนข้างเซอร์เรียล และการบรรยายฉากเบื้องหลังที่เน้นความรู้สึกมากกว่าความเป็นจริง เธอจึงตัดสินใจใช้เซตภาษานี้เขียนเป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิต
“ทำให้กลายเป็นหนังสือกึ่งความเรียงกึ่งวรรณกรรม โดยการเล่าเรื่องเป็นแบบเข้าใจง่าย ใช้ภาษาสวยงาม ซึ่งเราออกแบบทั้ง 12 บท โดยได้เลือกสถานการณ์ที่จะทัชความรู้สึกคน ดังนั้นต้องมีสักบทที่สามารถเข้าถึงคนอ่านได้ เช่น ความสัมพันธ์กับญาติผู้ใหญ่ กับเพื่อนสมัยวัยรุ่น กับธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งอาหารกับเราก็เป็นความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง”
จักรวาลของเธอจึงเกี่ยวข้องกับ 3 เรื่องราว คือ อาหาร พื้นที่ห้องครัว และความสัมพันธ์ โดยคำว่า “ครัว” ม็อบนิยามมันมากกว่าห้องที่มีเครื่องครัว แต่อาจจะเป็นป่าหรือพื้นที่ใดๆ ที่สามารถผลิตรสชาติบางอย่างออกมาให้ตัวเองหรือผู้อื่นได้กิน
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคุณย่าคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยในเล่มไม่ได้เรียงเรื่องราวตามปีและเวลา ทว่าจะเรียงตามอารมณ์ของบทต่อบท เหมือนผู้อ่านกำลังชมภาพยนตร์ดีๆ หนึ่งเรื่อง
“หนังสือเล่มนี้อุทิศให้คุณย่า เพราะคุณย่าเป็นคนแรกที่สอนเราทำอาหาร และทำให้รู้สึกว่าการทำกับข้าวมันน่าสนใจ ซึ่งแม้ว่าท่านจะจากไป 13 ปี แต่เรายังจำเหตุการณ์และบทสนทนาของท่านได้ ตอนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ เราได้กลับไปหาอารมณ์เดิมในอดีต และไปพบอารมณ์ใหม่จากความทรงจำเดิม ซึ่งเป็นหนทางที่เราจะเรียนรู้มุมมองและอารมณ์ของตัวเอง” เธอกล่าวทิ้งท้าย
เหมือนที่ได้เขียนไว้ในบรรทัดสุดท้ายของหน้าแรกว่า ในฐานะผู้เขียนและผู้ปรุง เราไม่อาจคาดหวังให้หนังสือเล่มนี้เป็นจานอร่อยที่ทุกคนยอมยกนิ้วให้ ทว่าหวังเพียงหนังสือเล่มนี้จะสร้างรสชาติใหม่ให้กับใจของผู้อ่านสักนิดเท่านั้นก็ยินดี ซึ่งตอนนี้เธอสามารถทำให้ใครบางคนอิ่มและอร่อยได้ไปหลายวัน