ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
21 พฤษภาคม 2560 เวลา 07:46 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/495822

โดย…พริบพันดาว ภาพ : อนุชิต นิ่มตลุง
ในเฟซบุ๊ก Inside Jungle Thailand ของ ยุทธนา อัจฉริยวิญญู เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2013 เขาเขียนสเตตัสไว้ว่า
“ประเทศไทยของเราในวันนี้ ผมเห็นว่า เราไม่หลงเหลือหลักประกันความอยู่รอดของชีวิตสัตว์ป่าที่ผมรักและหวงแหนอยู่เลย ผมใช้เวลากว่าสองปีเพื่อค้นหาความจริงของกระทิงวังนํ้าเขียว ผมไม่เคยคิดเลยว่าชะตากรรมสัตว์ป่าในธรรมชาติต้องมีความเป็นอยู่เช่นนี้! และนี่คือสิ่งที่ผมอยากให้คนไทยทั้งหมด ได้เห็นในสิ่งที่ ‘ผมเห็น’ ด้วยความเคารพ”
อดีตบรรณาธิการภาพนิตยสารเนชันแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ปัจจุบันเขาเป็นช่างภาพอิสระ และมีหนังสือรวมภาพสัตว์ป่า INSIDE JUNGLE ออกมาตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว
ในการเสวนา WAY Dialogue ของยุทธนา พร้อมนิทรรศการภาพ “เจ็ดผู้ยิ่งใหญ่แห่งผืนป่าตะวันตก” ยุทธนา บอกว่า การเลือกถ่ายภาพชีวิตในป่า จริงๆ แล้วเขาเอาไว้รักษาใจหรือรักษาความรู้สึก
“เพราะเวลาที่ผมไปทำงานถ่ายภาพสารคดีประเภทอื่น มันจะมีแต่ความอึกทึกทางความคิด มีสิ่งที่เร่งเร้าทางเนื้อหาอยู่ตลอดเวลา เป็นการค้นหาเข้าไปอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของผู้คนในเมือง แต่พออยู่ในป่าผมได้ไปรู้จักกับความเงียบของป่า ความเงียบเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่กับความเงียบ อยู่กับความรู้สึกของสัตว์ป่าว่าทำไมเขาถึงต้องแวดระวังภัย ผมก็เลยเกิดความรักเกิดความรู้สึกว่าสัตว์ในป่ามีชีวิตเป็นอย่างไร ย่างก้าวเป็นอย่างไร”
ยุทธนา เผยความในใจว่า เขาเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า กวางตัวหนึ่งที่มีชีวิตในพื้นป่าใหญ่ มีชีวิตรอดมาได้อย่างไรในแต่ละวัน กว่าที่เขาจะเติบโตขึ้นมาเป็นกวางหนุ่มหรือกวางผู้ใหญ่
“จะโดนเสือกินเมื่อไหร่กับการที่เขาใช้ชีวิตในพื้นที่ป่า สัตว์ป่าทำให้เรารู้สึกว่าเขามีความแตกต่างกับมนุษย์เรา ใช้สัญชาตญาณที่เรียบง่าย ผมทำงานที่เป็นสารคดีหนักๆ แล้วผมก็จะบำบัดตัวเองด้วยการอยู่กับความเงียบ ก็เลยคิดว่าเราก็ควรทำเรื่องที่มันเป็นความเงียบของตัวเอง ก็เลยถ่ายรูปสัตว์ป่า”
เขาเล่าประสบการณ์การทำงานในหนังสือเล่มนี้ว่า ในป่าเงียบมาก
“อย่างทำสารคดีเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองมันไม่มีทางจะเงียบหรอก มีเสียงอึกทึก มีสิ่งที่เข้ามา มีความอันตราย มีระเบิดมีลูกปืนอะไรต่างๆ เราก็ใช้ทักษะตรงนั้นในการทำงาน โสตประสาทจะรับเสียงที่เข้ามาตลอดเวลา จนบางครั้งไม่เป็นตัวของตัวเอง คือรับอย่างเดียว รับงานเข้ามา วันนี้จะถ่ายอะไร แต่พอไปอยู่กับสัตว์ป่าเขาสอนเราว่าอยากคิดว่าจะได้รับจะได้พบ หรือสั่งเขาได้

“การถ่ายภาพสัตว์ป่า ก่อนอื่นต้องเคารพพื้นที่ให้มากๆ และยึดถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งที่มีชีวิตในป่า สัตว์ป่าเขาน่าสงสารเพราะเขาต้องซ่อนเร้นในหลืบซอก เพราะอยู่ในที่ซึ่งไม่ปลอดภัย จะต้องแวดระวังภัยทุกๆ เวลา”
ยุทธนา บอกว่า เขาตั้งระยะห่างของตัวเองกับสัตว์ป่าไว้ในการทำงาน
“จะต้องอยู่ให้ได้จนสัตว์ป่ารู้จักคุณ ผมใช้เลนส์ 500 มม. จะอยู่ใกล้ประมาณ 13 ม. จะถ่ายรูปได้โฟกัสพอดี ป่าบ้านเรา ต้องขอขอบคุณกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่เพียงน้อย พื้นที่ป่ายังดีอยู่ พื้นป่าตะวันตกสัตว์ป่ายังอยู่ได้อย่างมีความสุขอยู่”
การผลิตหนังสือภาพถ่ายสัตว์ป่า ยุทธนา ยอมรับว่า ถ้ามองในทางธุรกิจ มุมนี้ทำแล้วก็อยู่ได้ยากลำบากนิดหนึ่ง แต่ว่าเขาไม่ได้มองตรงนี้
“ผมขอแค่มีความสุขกับการทำงานในสิ่งที่ผมอยากทำ ทำอย่างไรที่ผมสื่อสารออกมาได้ สิ่งที่ทำอยู่มันทำให้ผมมีความสุขกับการทำสารคดี แต่ถ้าในบ้านเราเขาจำกัดความสารคดีกว้างมาก ไม่ว่าจะเป็นสารคดีท่องเที่ยว หรืออะไรก็เรียกเป็นสารคดีหมด ในความคิดของผมงานสารคดีต้องเข้าไปค้นหาในสิ่งที่มันลึกที่สุด หรือมีความรู้สึกกับมันมากที่สุด
“หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือภาพถ่ายสัตว์ป่าเล่มแรก ผมก็จะคิดว่าถ้าจะทำงานชุดต่อไป ผมก็จะเป็นคนตั้งโจทย์ขึ้นมาก่อน เช่น ชุดนี้เน้นเกี่ยวกับภาพพอร์ตเทรตและความงาม ซึ่งต้องใช้ความอดทนและลงไปค้นหา เพราะงานตั้งอยู่บนหมุดความฝันที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แล้วแต่โชค ซึ่งได้ถ่ายรูปสัตว์ป่าโดยที่เขาไม่รู้ตัว จินตนาการที่วางไว้ต้องเป็นจริง โดยเข้าไปเอามาจากพื้นที่ให้ได้ นำมาเป็นเรื่องเล่าสารคดีที่ไม่ใช่คนพูดขึ้นมาลอยๆ จินตนาการที่จะเกิดขึ้นได้จริงก็มาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ แล้วรอเวลาเพื่อถ่ายมันออกมา”