กฤต วงศาโรจน์ ‘ถ้าผมยังมีลมหายใจ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มิถุนายน 2560 เวลา 07:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/497573

กฤต วงศาโรจน์ 'ถ้าผมยังมีลมหายใจ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้'

โดย…ปอย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ต้องใช้พละกำลังระดับไหน? มนุษย์จึงจะลากรถกระบะทั้งคันโดยไม่มีตัวช่วยทุ่นแรง มีเพียงสองมือและสองขาวัดความแกร่งทั้งร่างกายและหัวใจ ลากรถให้เคลื่อนไปถึงเส้นชัยให้ได้ ในสนามการแข่งขันพิสูจน์ความแข็งแรงเหนือธรรมดากับ 6 ปราการด่านสุดหฤโหดหิน แต่ละฐานบอกเลยว่าถ้าไม่ใช่มนุษย์สายสตรอง ทำไม่ได้ ในการแข่งขัน R U Tough Enough? ค้นหาจอมพลังอึด สนามนี้คือบทพิสูจน์ร่างกายและจิตใจต้องแข็งแกร่งเกินร้อย

คอรายการช่องกีฬาของเอเชีย ช่อง KIX ได้ชมรู้ผลผู้ชนะเลิศไปแล้ว หนุ่มหน้าใสหุ่นล่ำบึ้กวัย 24 ปี กฤต วงศาโรจน์ 1 ใน 10 ผู้เข้ารอบ ถึงแม้ไม่ได้เป็นผู้ชนะคว้ารางวัลไปในสนามนี้ แต่คว้าหัวใจคนดูไปได้กับโปรไฟล์ “ผมกลับมายืนได้อีกครั้ง!” หลังผ่านเหตุการณ์เฉียดตายในวัย 22 ปี จากอุบัติเหตุหลับในขณะขับรถเสียหลักชนต้นไม้อย่างรุนแรง นอนเป็นผักร่วม 4 เดือน เมื่อตื่นขึ้นมาต้องเผชิญสภาพอัมพาตครึ่งตัว แล้วย่ำแย่ไปกว่านั้น คือ ความจำเสื่อม!!

“คนแรกที่ผมตื่นขึ้นมาเจอ คือคุณแม่ แม่บอกจากวันนั้นผมเหมือนกลับไปเป็นเด็ก 1 ขวบ สมองต้องสร้างการเรียนรู้ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด บอกสีแดงเป็นสีม่วง แม่หยิบตุ๊กตาหมีถามผมว่าตัวอะไร? ผมตอบว่าตัวผู้ (หัวเราะ) แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ผมเชื่อเสมอครับว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แม้วันนี้กลับมาก็ไม่เหมือนเดิม ร่างกายไม่ 100% นะครับ แต่ด้วยนิสัยไม่เคยคิดยอมแพ้อะไรง่ายๆ เป็นเหตุผลให้ตัดสินใจลงสนามนี้ครับ” กฤต ชายหนุ่มบุคลิกสุภาพ บอกพร้อมรอยยิ้มเบาๆ ติดมุมปากตลอดเวลาสนทนา

“เจ็บเพราะความรัก”

พลังของความเชื่อนี้เอง ในวันนี้ กฤต พกพาความแข็งแกร่ง ฝึกฝนจนได้เข้าไปติด 1 ใน 10 จากการแข่งขัน อาร์ ยู ทัฟ อีนาฟ? การแข่งขันสุดมันกระตุ้นต่อมอะดรีนาลิน เฟ้นหาที่สุดคนพันธุ์อึด ครั้งแรกในประเทศไทย ชิงเงินรางวัลกว่า 1 แสนบาท เมื่อวันศุกร์ที่ 21 เม.ย. โซนสแควร์ซี เซ็นทรัลเวิลด์ เต็มไปด้วยคนสายพันธุ์อึดโหดระห่ำมาประลองกำลังทรหด

“เป็นการลงสนามแข่งขันครั้งแรกในชีวิตเลยครับ ลงสมัครเพราะอยากจะพิสูจน์ว่าคนเคยประสบอุบัติเหตุกระทบกระเทือนทั้งสมอง เคยความจำเสื่อม ทั้งร่างกายเป็นอัมพาต ก็ยังสามารถกลับมาได้ แถมยังแข็งแรงกว่าเดิมด้วยครับ ใจแข็งแรงต้องมาก่อนถึงจะมีร่างกายแข็งแรงตามมา ใจมุ่งมั่นทำให้เรามีวินัยต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายให้ได้ ไม่วอกแวกครับ ซึ่งด้วยนิสัยผมก็เป็นแบบนี้ ก่อนการเข้าแข่ง อาร์ ยู ทัฟ อีนาฟ? ผมเล่นฟิตเนสมา 9 ปีแล้วครับ เล่นกีฬาทั้งวิ่ง ว่ายน้ำ

ตอนพักฟื้นน้ำหนัก 95 กก. อ้วนที่สุดในชีวิต ผมตั้งเป้าลดเหลือ 60 กก. ภายใน 2 เดือน ก็เคยทำได้มาแล้ว ตอนนี้เพิ่มมา 10 กก. กำลังเข้าสู่การลดน้ำหนักอีกครั้งแล้วนะครับ” กฤต เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ร้ายแรงพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ได้แล้วในวันนี้

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ช่วงเรียนอยู่ Stamford International University หัวหิน กำลังจะขับรถกลับบ้าน จ.ราชบุรี จนถึงเส้นทางช่วงเข้า จ.เพชรบุรี ถนนมืดมาก บรรยากาศวังเวงชวนให้เผลอไผลลืมเลือนสติจนหลับใน

“ประมาณตี 2 ครับ จิตใจผมช่วงนั้นไม่ค่อยดี ไม่อยากขับรถกลับดึกๆ แบบนั้นหรอก เครียดเรื่องแฟนที่คบกันมาเกือบ 7 ปีแล้วเธอก็บอกเลิก เป็นครั้งแรกที่ผมสัมผัสความรู้สึกอกหัก เฮิร์ตมากๆ ความเครียดสะสม อดนอนหลายวันเลย แล้วจู่ๆ เหมือนวูบไม่รู้ตัวหลับใน ถนนสองข้างทางมีต้นไม้เยอะก็เลยมองไม่ค่อยเห็นทาง ผมชนต้นสักโครมทีเดียวสองต้นเข้าอย่างจัง รถพังบุบบี้ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็ก

ผมถูกส่งรักษาโรงพยาบาลใกล้ที่สุด นอนสลบสายระโยงระยาง สภาพถ้ารอดก็ต้องนอนเป็นผัก ขยับตัวไม่ได้ ต้องให้อาหารทางสายยาง พ่อรีบย้ายโรงพยาบาลเข้ากรุงเทพฯ

ครอบครัวไม่ได้หวังแค่ปาฏิหาริย์ พ่อแม่รักษาลูกเต็มที่ ย้ายถึง 4 โรงพยาบาล ที่สุดย้ายมาโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล หมอผ่าตัดสมองโดยวิธีเลเซอร์กะโหลกเพื่อดูดเลือดคั่งในสมองออกไป 70% สมองซีกซ้ายหน้าที่สั่งการขยับของร่างกายและความจำ กระทบกระเทือนรุนแรง แม่บอกว่าสภาพผมขยับตัวไม่ได้เลย อัมพาตไปครึ่งตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะด้านขวา ตาลอย จำอะไรไม่ได้ ลืมตามาเจอคนแรกคือแม่ แต่ก็จำแม่ไม่ได้ พูดเรียกหาแต่ชื่อแฟน เพราะคือความทรงจำสุดท้ายก่อนสลบไป เป็นแบบในละครทีวีแบบนั้นเลยครับ” กฤต เล่าพลางหัวเราะเบาๆ กับประโยคท้าย แล้วถอดหมวกให้ดูรอยแผลเป็นศีรษะด้านซ้าย เป็นทางยาว

หลังจากนั้นคือการกายภาพบำบัด เริ่มฝึกเดินราว 1 ปีกว่า ส่วนปัญหาเรื่องสมอง แม่หยิบหนังสือมาทดลองให้อ่าน ก็อ่านไม่ออกเลยสักตัว ไม่สามารถบอกสีได้ว่าคือสีอะไร ซึ่งรายละเอียดทุกๆ อย่างแม่จดบันทึกอาการป่วยลูกชายไว้ทั้งหมด กฤต เล่าพลางหัวเราะติดประโยคอีกครั้งว่า เรื่องฮาที่สุดก็เรื่องตุ๊กตาหมี แม่ถามว่าตัวอะไร? ลูกชายตอบตัวผู้ !!! เพียงแต่วันนั้นไม่ใช่เรื่องน่าขันเอาเสียเลย!

“คนที่รักเราที่สุดก็คือพ่อแม่ แม่ผมกลัวเรื่องลี้ลับเรื่องผีมากๆ ก็ยังแข็งใจไปไหว้เจ้าที่ตรงต้นสักที่ผมชนล้ม หวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตา แล้วต้องไปจ่ายค่าทางหลวงค่าต้นไม้ริมทางเสียหายอีก (หัวเราะ) ส่วนค่ารักษาพยาบาลมากกว่า 1 ล้านบาทนะครับ แต่พ่อก็หาโรงพยาบาลเอกชนดีที่สุดในเรื่องสมอง และกายภาพบำบัดรักษาลูกชาย ซึ่งไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยทั้งร่างกายและจิตใจ

ผมกลายเป็นอีกคนที่ก้าวร้าวขึ้นมากๆ เพราะเรารับตัวเองไม่ได้กับการขยับเขยื้อนตัวเองไม่ได้เลย นอนร้องไห้ แต่ก็คิดนะครับว่าผมไม่มีทางเป็นแบบนี้ไปตลอดชีวิตหรอก มือผมขยับไม่ได้ก็พยายามกำและแบมือบ่อยๆ ส่วนช่วงขาฝึกตีขาด้วยท่าว่ายน้ำ

ผมอยากกลับมาเดินได้เร็วๆ เริ่มขยับตัวได้ก็ถัดตัวออกจากเตียงจนร่วงตกพื้นไปหลายครั้ง แม่ต้องหารั้วมากั้น ช่วงนั้นขาขยับไม่ค่อยได้ ผมพยายามจะขยับตัวแต่พอไม่ได้ก็หงุดหงิด ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น แม่ต้องขอให้พยาบาลจับมัดไว้กับเตียง พอเริ่มดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ก็เริ่มเดินบนลู่วิ่ง ตอนแรกๆ ก็เดินเป๋ไปคนละทิศคนละทาง เริ่มฝึกเดินให้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ มันคือนิสัยผมครับ ใจสู้ไม่เคยถอย ทำอะไรต้องทำให้เต็มที่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ก็ขอเต็มที่ไว้ก่อน รางวัลความเต็มที่คือการชนะใจตัวเอง นี่คือคติการใช้ชีวิตของผม

ช่วงลงสนามแข่ง อาร์ ยู ทัฟ อีนาฟ? ฐานปีนหน้าผาจำลอง ผมไม่ได้คิดเรื่องการแข่งขันกับคนอื่นเลย ใครเป็นอย่างไรไม่รู้เลยครับ สมาธิมุ่งเพียงแต่ว่าเราต้องเต็มที่ที่สุด ตอนปีนก็เจ็บมากเพราะแขนด้านขวาขยับไม่ค่อยได้ ผลจากผ่าตัดสมองซีกซ้ายที่คอนโทรลแขนขวา ผมต้องปีนด้วยแขนซ้ายด้านเดียว ปีนขึ้นไปลำบากเจ็บมากๆ คนเชียร์ด้านล่างก็มีเสียงบอก ลงมาเถอะๆๆ ผมไม่ฟังอะไรทั้งนั้น

ผมต้องปีนไปหยิบธงให้ได้ สนามนี้โหดตั้งแต่ฐานแรกครับ ต้องกระโดดให้พ้นแท่นกีดขวางสูงๆ ให้ได้ ยากมากครับ เพราะใช้แค่ครึ่งตัวซ้าย ผมต้องข้ามให้ได้เพื่อชนะใจตัวเอง ความเจ็บปวดตอนป่วยนำมาใช้ในทางบวกได้เลย ผมเคยผ่านความยากกว่านี้ก็ยังผ่านได้ แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้…ใช่ไหมครับ”

กฤต บอกน้ำเสียงนุ่ม มีรอยยิ้มติดใบหน้ากลายเป็นบุคลิกแสนสุภาพ และย้ำว่าทุกวันนี้ยังเดินไม่ค่อยตรง เดินปัดๆ เป็นผลกระทบมาจากสมอง และอยู่ในระยะกินยารักษาต่อเนื่องมา 5 ปีแล้ว เหลืออีก 1 ปี ก็จบคอร์ส กินทั้งยากันชัก ยาระงับอารมณ์ ยาช่วยให้สมองกลับมาได้ “ไม่ 100% นะครับ” กฤต ย้ำอีกครั้ง

“ฝากถึงคนที่กำลังท้อแท้ในชีวิต”

ผ่านจุดยากลำบากที่สุดในชีวิตมาแล้ว จากเดินไม่ได้ วันนี้เดินได้ ไม่บอกไม่มีใครรู้ว่าเคยเป็นอัมพาตครึ่งซีก สมองกระทบกระเทือนจนความทรงจำเลือนหายก็ยังกลับมา แม้ความจำในการท่องหนังสือสั้นกว่าคนอื่น แต่ก็สามารถกลับมาเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีนิเทศศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดมีสามคำ คือ อดทน อดทน และอดทน ชีวิตนี้ต้องไม่ยอมแพ้ ต้องยืนให้ได้โดยสองขาของตัวเอง

“ก้าวแรกเหมือนเข็มร้อยๆ เล่มทิ่มแทงต้นขา เจ็บแปลบลามไปถึงกระดูกจนกระดูกสันหลัง แต่ชีวิตนี้จะให้พ่อแม่มาเข็นรถให้ มาป้อนข้าวป้อนน้ำให้ผมหรือ? แขนขาก็เริ่มลีบลงทุกที ไม่ยอมครับ (บอกพลางยิ้ม) ลุกจากรถเข็นเลย ล้มก็ช่าง ต้องปรับตัว ต้องสู้กับชีวิต ผมไม่ชอบการดูถูกอยู่แล้ว ยิ่งคิดที่จะดูถูกตัวเองไม่มีอยู่ในสมองเลยครับ คนที่ดูถูกตัวเองคือคนแพ้ ผมมีความเชื่อเสมอว่าเราจะไม่ยอมแพ้

ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ตอนวัยรุ่นเราใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง เที่ยวเล่นไปวันๆ สนุกสนานอยู่กับเพื่อนๆ ไม่ค่อยสนใจครอบครัว หลังจากเราสูญเสียอิสรภาพไปในวันที่เราเจ็บป่วย จะรู้เลยครับว่าใครรักเราบ้าง เพื่อนผมเยอะมากแล้วจากที่เคยเยอะๆ หายไปหมดเลยนะครับ มาเจอกันตอนหายดีแล้ว ก็บอกว่าไม่รู้ว่าเราประสบอุบัติเหตุ ไม่เคยมาเยี่ยมเลย เขาทำให้เราเปลี่ยนไปด้วยนะครับ คือตอนเรียนปริญญาตรีที่ราชภัฏนครปฐม ผมไม่กลัวไม่สนใจเลยกับการเดินไปไหนมาไหนคนเดียว ผมอยู่คนเดียวได้ (บอกพลางยิ้ม)

หลายคนบอกว่าต้องมีเพื่อนถึงจะช่วยๆ กันเรียนจบปริญญา แต่ก็ได้พิสูจน์อีกแล้วว่า ผมก็จบมาได้ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนฝูงซัพพอร์ตรายล้อมอะไรมากมาย

ในขณะที่พ่อแม่ญาติพี่น้องช่วยเหลือเต็มที่ ค่าผ่าตัด ค่ารักษา หมดเป็นล้านๆ บาทพ่อก็ยอมจ่ายทันที ผมดีใจมากที่มีครอบครัวรักเราขนาดนี้

ตอนนี้ผมใช้ชีวิตระวังมากขึ้น ทำอะไรก็ต้องระวังมากขึ้น อยากทำงานเก็บเงินเพื่อดูแลพ่อแม่ ถ้าเป็นสมัยก่อนผมทำงานได้ 1 แสนบาท คงเอาไปเที่ยวสุดเหวี่ยงกับเพื่อนๆ แต่ตอนนี้ผมจะแบ่งให้แม่ครึ่งหนึ่ง และเก็บไว้เพื่อเรียนต่อปริญญาโท ผมอยากเป็นตัวแทนบอกผ่านไปถึงคนที่กำลังท้อแท้ว่าอย่าสิ้นหวัง ชีวิตเกือบพลาดเกือบลาโลกไปแล้ว ผมยังกลับมาได้เลยครับ”

กฤต บอกหลังจากสภาพร่างกายดีขึ้น แฟนก็กลับมาหา มาเยี่ยมไข้บ่อยๆ และเริ่มคบหากันอีกครั้ง แล้วก็เพิ่งเลิกรากันไปอีกครั้งเร็วๆ นี้

“ซึมไปเป็นเดือนแต่ครั้งนี้ไม่คิดมาก ไม่เศร้าลึกแบบครั้งที่แล้ว ก็เสียใจนะครับ แต่ก็คิดเสียว่าเราคงไม่ใช่คู่กัน ถ้าเธอรักเราจริงก็ต้องอยู่กับเราสิ คนที่ไม่รักเราก็ไม่ต้องไปห่วงไปพะวงหาอีกต่อไป” กฤต หนุ่มล่ำหน้าตาดีบอก เมื่อถามถึงอนาคตก้าวต่อไป

“ผมอยากเป็นนักแสดง แต่ด้วยความสูง 170 ซม. คงไปไม่ถึงไหนหรอกนะครับ (บอกพลางยิ้ม) ถ้าได้แสดงก็คงเป็นตัวร้ายเพราะผมมีรอยสักที่แขน ผมก็ชอบนะวาดภาพตัวเอง ร้ายลึกๆ นุ่มๆ บทนี้น่าจะท้าทายดี (หัวเราะ)

อีกเรื่องที่เสียใจถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมคงไม่สักแบบนี้ หลายๆ งานที่พลาดไปเพราะรอยสักที่แขน เช่นงานราชการไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่ผมไม่ค่อยเหมือนใคร คิดนอกกรอบก็เลยไปสักแขน คุณพ่อคุณแม่เป็นอาจารย์สอนหนังสือระดับรองศาสตราจารย์ทั้งคู่ คุณแม่สอนภาษาอังกฤษ คุณพ่อสอนวิทยาศาสตร์ ผมมีพี่ชาย 1 คน เขาก็เรียนดีอยู่ในแวดวงวิชาการ สมัยวัยรุ่นก็ติวให้ผม แต่ตอนนี้ก็ฝากทั้งภาษาอังกฤษ ทั้งวิทยาศาสตร์ไว้กับต้นสักทั้งสองต้นนั้นไปแล้ว” กฤต ว่าแล้วก็หัวเราะร่วน

เมื่อความทรงจำหายไปพร้อมกับร่างกายไม่สมประกอบ วันนี้กลับมาได้อีกครั้ง อาชีพตอนนี้คือรับเป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกาย และมีโอกาสไปฝึกงาน Marketing Communication จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กฤต บอกทิ้งท้ายไม่น่าเชื่อ คนหยุดหายใจไปกว่า 3 นาที จะกลับมาได้(ดี)ขนาดนี้

แต่ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ เราต้องเชื่อเสมอว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เราต้องก้าวผ่านความกลัวและความเจ็บปวดไปให้ได้ด้วยกำลังของตัวเอง อดทน อดทน อดทน คือคัมภีร์กู้ชีวิต

 

Leave a comment