ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
30 กรกฎาคม 2560 เวลา 07:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/506100

โดย…พริบพันดาว
“งานมีมี่เหมือนปรมาณู!!!
เล็กแต่อำนาจการทำลายล้างสูง ระเบิดสติกระเจิงตู้มๆๆๆ…”
เป็นคำกล่าวโดย วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินชื่อดังของไทย
ในวันที่เขาไปร่วมงานและชมภาพในงานนิทรรศการ Sublimation ของศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศส
มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ (Myrtille Tibayrenc) ที่ เซรินเดีย แกลเลอรี่ โอ.พี.
การ์เดน Garden ซอยเจริญกรุง 36 กทม.
บรรยากาศที่สบายๆ ในวันเปิดงาน
ขนาดของห้องจัดแสดงที่พอเหมาะพอเจาะกับขนาดของรูปที่ไม่ใหญ่หนัก
จัดว่าเป็นขนาดเล็กด้วยซ้ำ และไม่มีเยอะมากนัก
ถือว่ากำลังพอดีในการเดินชมอย่างเต็มอิ่มด้วยเวลาที่ไม่มากนัก มีภาพขนาดใหญ่ 2 ภาพ
ทำให้เห็นการขมวดปมของชุดความคิดที่ถ่ายสาระออกมาผ่านตัวภาพของกลุ่มรูปในชุดหนึ่งๆ
ที่สะท้อนพลังของเรื่องราวผ่านรูปออกมา
มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์
มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ เป็นศิลปินสาวชาวฝรั่งเศส ผู้ก่อตั้งศูนย์ศิลปะตูดยุง
และผู้ร่วมก่อตั้งเทศกาลสตรีทอาร์ต Bukruk urban arts festival ซึ่งนิทรรศการ
Sublimation เป็นการรวบรวมคัดสรรภาพสีน้ำมันต่างๆ
ที่วาดขึ้นมาเพื่อสะท้อนบริบทต่างๆ
เพื่อให้เกิดเป็นความหมายใหม่ในหัวข้อเกี่ยวกับโลกปัจจุบัน
ในงานจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ ได้พบกับ ผศ.วุฒิกร คงคา ศิลปินหนุ่มใหญ่
ประธานสาขาวิชาศิลปกรรม สาขาวิชาจิตรกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
พูดคุยถึงงานชุดนี้กันพอหอมปากหอมคอ และ ผศ.
วุฒิกร
ก็ได้ไปเขียนแสดงมุมมองในเฟซบุ๊กของเขาเองว่า

“…ในนิทรรศการ Sublimation ซึ่งวาดด้วยสีน้ำมันเหล่านี้โดยมากมีขนาดเล็ก
บางชิ้นก็อ้างอิงกับขนาดของสมาร์ทโฟน และ 2 ชิ้นขนาดใหญ่ที่ให้ผลของการปะทะแก่ผู้ชม
ต้นแบบของภาพเหล่านี้มาจากเว็บไซต์ต่างๆ
ผ่านแรงบันดาลใจที่มาจากการใช้สื่อโซเชียล
มีเดียของผู้คน เช่น เฟซบุ๊ก
ด้วยความคิดที่ว่าเธอสนใจในพฤติกรรมของผู้คนยุคนี้ที่มีปฏิกิริยากับสื่อด้วยอารมณ์ซึ่งเปลี่ยนไปมาอย่างขัดแย้งตลอดเวลา
เหมือนกับการมองภาพนางแบบสวยๆ ดีๆ อยู่ นาทีต่อมาก็เปลี่ยนไปดูภาพคนตาย
หรือเปลี่ยนเป็นภาพลามกอนาจาร ความขัดแย้งทางอารมณ์ถูกเปลี่ยนทุกๆ
วินาทีตามความสนใจที่เลือกจะดูและรับข้อมูลจนกลายเป็นความคุ้นชินในชีวิตประจำวัน
จากภาพและข้อมูลที่ถูกผลิตซ้ำในการดูและส่งต่อเป็นร้อยหรือเป็นล้านครั้ง
จากผู้ดูนับร้อยรวมถึงนับล้าน ได้ทำให้ภาพและข้อมูลเหล่านั้นดาษดื่นอย่างแพร่หลาย
ก่อนที่มันจะถูกลืมด้วยข้อมูลใหม่ๆ ที่ทับถมเข้ามาในทุกๆ วินาที
การรับรู้ผ่านการจ้องมองสื่อเหล่านี้ผู้ชมจะกัน
ตัวเองออกมาเหมือนกับดำรงสถานะของการเป็น
‘ผู้ชมมหรสพ’ อันน่าตื่นตา
ในขณะเดียวกันอาจมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระตามอารมณ์ที่รู้สึกชั่วขณะวินาทีนั้นๆ

ความจริงจากภาพเป็นความจริงชุดหนึ่งซึ่งได้ตอบสนองคุณสมบัติของการเป็นผู้ชมที่อยู่ในกรอบของ
‘ความบันเทิงเริงใจ’ ถึงแม้หลายภาพจะก่อความสะเทือนใจ
แต่ก็เป็นไปเพราะการตอบสนองที่ผู้คนไม่สามารถพบเจอได้ในโลกของความจริง
อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงจากการจ้องมองได้ทำให้สื่อโซเชียลมีเดียทรงพลังในการสื่อสารและมันทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป…”
การคัดสรรภาพ แล้วนำมาตัดต่อเพื่อหามุมมองที่ต้องการเน้น จัดวางคอมโพสิชั่นใหม่
หรือเปลี่ยนเรื่องราวในภาพนั้นใหม่
โดยใช้พื้นผิวแคนวาสและการวาดด้วยสีน้ำมันผ่านอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวเข้าไปทาบทับ
บางภาพก็ยั่วยุให้เกิดข้อถกเถียงทางศีลธรรม หรือสลดหดหู่ น่าเกลียดน่ากลัว
หรือสวยงาม น่าประทับใจ และสะเทือนใจรวมถึงแปลกประหลาด
สารดิบๆ
ดั้งเดิมจากภาพกลายไปสู่กระบวนการสร้างงานที่อ้างอิงกับประวัติศาสตร์งานเพนติ้งอย่างเคร่งครัด
ความเหมือนแบบที่ก้ำกึ่งกับการผลิตซ้ำอีกครั้งได้สร้างความเป็น “ออริจินัล “ด้วย
“ออร่า”
ผ่านลายมือและการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของภาพซึ่งปรากฏลักษณะเฉพาะตัวของเธอเอง
กรอบที่ดำรงสถานะความเป็นงานเพนติ้งในขนบยังอยู่ครบถ้วน
ทว่ามันยั่วเย้าให้เกิดจินตนาการและความรู้สึกใหม่และชักนำไปสู่ความงามในเชิงโรแมนติก
บางครั้งดูคล้ายบทกวีชวนฝัน
และบางทีก็ดูเหมือนกับจะเต็มไปด้วยอารมณ์ภายในที่หม่นหมอง ด้วยโครงสีเทา
น้ำเงินหม่นมัว หรือสีน้ำตาลอ่อนของผิวเนื้อมนุษย์ที่ซีดและแห้งแล้ง
ที่ครอบคลุมทั้งเรื่องรัก เซ็กซ์ ความตาย ความรุนแรง
อารมณ์ที่แตกกระเจิงคนละทิศคนละทางจากภาพที่หลากหลายถูกหลอมให้อยู่ในวิธีพูดแบบเพนติ้ง
อะไรคือความงามที่แท้จริงซึ่งอยู่ในภาพเหล่านั้น
ความเป็นความตายที่ทำให้เราอยากเบือนหน้าหนีในชีวิตจริงแต่อยากจะจ้องมองมันผ่านจอไฟฟ้า
หรือความเคลื่อนไหวของสีกับผิวแคนวาสและการเลือกสรรมุมมองกันแน่ที่พาเราออกมาจากข้อมูลไปสู่ความงาม

หรือภาพที่แสนจะสามัญธรรมดาอย่างไร้ความหมายกลายมาสู่ภาพที่มีความหมายขึ้นมาเมื่ออยู่ในสื่อเพนติ้ง
การยักย้ายถ่ายเท แปรรูป แปลงสาร เปลี่ยนบริบทสื่อ
ดูจะเป็นกระบวนการสร้างงานศิลปะที่สอดคล้องกับยุคสมัยนี้ที่ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมไปตามเทคโนโลยี
แม้แต่ศิลปะเองก็ตอบสนองภาวะดังกล่าว มันพยายามผสมพันธ์ุกับพฤติกรรมใหม่ของผู้คน
กระตุ้นและพาผู้ชมไปสู่ประสบการณ์ใหม่ในการรับรู้
สร้างจินตนาการใหม่จากสิ่งที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว
นี่คือสิ่งที่บรรจบกันระหว่างสองสื่อ ที่ขึ้นอยู่กับการตีความ ถอดรหัส
หรือแม้แต่ปล่อยหัวใจและดวงตาให้เคลื่อนย้ายไปตามความรู้สึกส่วนตัว ว่าเราจะ “มอง”
ในสิ่งที่เรา “เห็น” อยู่ทุกวันอย่างไร และในทางเดียวกัน
อำนาจของภาษาในงานเพนติ้งมีมายาคติซึ่งสามารถชักพาให้เราไปสู่อีกโลกหนึ่งของการมองได้อย่างไร?
ไปชมงานนิทรรศการนี้ได้ทุกวัน เวลา 10.00-21.30 น. สอบถามโทร. 02-238-6410