ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
13 สิงหาคม 2560 เวลา 08:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/508713

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ศิริ มะลิแย้ม เป็นนามปากกาของศิริวัฒน์ มะลิแย้ม ผู้เขียนหนังสือ “เอกอีเอ้กเอย” ผลงานรางวัลชมเชย “แว่นแก้ว” ครั้งที่ 12 สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ประเภทนวนิยายสำหรับเยาวชน ถ่ายทอดเรื่องราวของไก่ชน ไก่สายพันธุ์ไทย และบรรยากาศการชนไก่ที่ดุเดือดในสนาม
ในแง่มุมของคนอ่านหนังสือแล้ว อาจจะสนเท่ห์ใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกับผู้สัมภาษณ์หรือไม่ว่า ทั้งที่ความรุนแรงของกีฬาชนไก่ย่อมแฝงอยู่ในเนื้อหา หากหนังสือก็คว้ามาได้ด้วยประเภทของนวนิยายสำหรับเยาวชน ไปคุยกับผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อให้เขาเป็นผู้เฉลยให้ฟัง
ศิริวัฒน์เล่าว่า เบื้องหลังคือ หัวใจที่อยากเขียนเรื่องกีฬาชนไก่ เรื่องราวของไก่ชนไทย ซึ่งมีเสน่ห์จับใจ ไก่ชนไทยปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยมาเนิ่นนาน มีการสืบทอดทั้งในแง่ของสายพันธุ์และวัฒนธรรมที่ส่งต่อ
เอกอีเอ้กเอย เป็นเรื่องราวของ “เอก” ไก่ชนหนุ่ม เรื่องราวบอกเล่าตั้งแต่เอกยังเป็นเด็ก ลูกไก่น้อยที่ยังไม่ตี หรือ “หย่าแม่” กระทั่งโตเป็นไก่หนุ่ม ลงสนามชนไก่ระดับประเทศ เอกไม่ใช่ไก่ชนธรรมดา แต่เป็นไก่ชนที่ไม่อยากชนไก่
นิรันศักดิ์ บุญจันทร์ นักเขียนรุ่นใหญ่ เขียนคำนิยมว่า สามารถถ่ายทอดเรื่องราวไก่ชนได้ถึงแก่น ดึงความมีชีวิตของไก่ชนมาเปิดเผยและเชื่อมโยงกับวิถีขีวิตแบบไทยๆ มีชีวิตชีวา เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศิริวัฒน์เล่าว่า เขาเติบโตมาในชนบท บ้านอยู่ที่สระบุรี คุ้นเคยดีกับแม่ไก่ลูกไก่ที่พ่อเลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้าน ส่วนไก่ชนเป็นความชอบและความสนใจส่วนตัว เนื่องจากชื่นชมในความสวยงาม ทั้งลักษณะสีสัน ความคลาสสิกของเกมและการต่อสู้
ไก่ชนคือความรุนแรง คือการพนัน คือภาษา ที่อาจไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชน เบื้องหลังการเขียน ศิริวัฒน์เล่าว่า เพราะคิดว่าไก่ชนคือความสวยงาม คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิถีชีวิตไทย จึงมุ่งนำเสนอในประเด็นนี้ เรื่องความรุนแรงก็ลดราวาศอกลง ไม่ได้นำเสนอแบบเต็มขั้นหรือเต็มเหนี่ยว

“ผมค้นคว้าข้อมูลไก่ชนเยอะมาก อย่างชลบุรีใส่นวม หรือเรื่องติดดาบ เหลาเดือย อาวุธติดปีก หรือเรื่องวางยาไก่ ผมเลือกไม่เขียน เขียนเท่าที่เขียนเพราะเป็นงานวรรณกรรมเยาวชน ถึงอย่างนั้นคณะกรรมการก็บอกผมว่า ความรุนแรงควรจะลดน้อยลงกว่านี้” ศิริวัฒน์เล่า
เรื่องของ “เอก” ไก่ชนที่ตระเวนไปตามสนามชนด้วยความหวังจะตามหาพ่อ หวังว่าจะให้ความเพลิดเพลิน ไก่ชนตัวผู้ไม่เลี้ยงลูก พ่อของเอกถูกขายออกจากฟาร์ม เอกจึงออกตามหา ทั้งๆ ที่มันไม่ชอบความรุนแรง ในระหว่างที่ตามหาพ่อนี้ เอกลืมนึกถึงแม่ ที่อยู่ใกล้ตัวมันที่สุด
งานประจำไม่เกี่ยวข้องกับไก่และไม่เกี่ยวข้องกับการเขียน หากเป็นพนักงานประจำดูแลคลังสินค้า เสาร์-อาทิตย์คือวันเวลาที่ทุ่มเทเพื่อการเขียน ไม่ท้อ ไม่เคยท้อ แม้ปัจจุบันจะเลิกตั้งเป้าไปนานแล้วว่าจะเขียนให้ได้เดือนละ 1 เรื่อง(ฮา) นักเขียนคนโปรด มีเดือนวาด
ศิริวร แก้วกาญจน์ และ จเด็จ กำจรเดช เจ้าของสำนวนที่ใช้จังหวะและเล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ
ปัจจุบันศิริวัฒน์กำลังเขียนหนังสือเล่มใหม่ “ใต้ร่มของสายฝน” เรื่องราวเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื้อหาคงความรุนแรง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวังและความน่ารักน่ารื่นรมย์ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้นเลยในโลก เด็กผู้หญิงคนนี้ทำทุกอย่างเพื่อให้ความมุ่งหมายของเธอสัมฤทธิ์ผล
เรื่องราวยังเกี่ยวข้องกับกริช อันมีตำนานมาจากรัฐยะโฮร์ กริชวิเศษที่ผู้ใดโดนเข้า ผู้นั้นจะหายสาบสูญไปทันที กริชลึกลับนี้จะเกี่ยวข้องประการใดกับเด็กผู้หญิงที่ไม่ต้องการความรุนแรง “ฮูยัน” (แปลว่าสายฝน) ไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ความใฝ่ฝันก็คือเธอจะเป็นคุณครู ซึ่งสำหรับสามจังหวัดชายแดนใต้ ครูเป็นอาชีพที่อันตรายที่สุด แต่ด.ญ.ฮูยันก็เลือกแล้ว
แทบจะคอยอ่านไม่ไหวแล้วล่ะ !