ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
03 กันยายน 2560 เวลา 10:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/512670

โดย วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ , ภาพ อธิพาพร
เหลืองอ่อนอยู่ในแวดวงเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่เรียนจบ จนคิดว่าชีวิตนี้จะไม่ไปไหนแต่จะอยู่ในแวดวงตลาดสีเขียว ทำเพื่อเกษตรกรและใช้ชีวิตพอเพียง มีความสุขกับสิ่งที่คิดและสิ่งที่เลือก คือ อธิพาพร เหลืองอ่อน หรือ มิ้ม วัย 32 ปี ผู้จัดการ เคี้ยวเขียวแคทเทอริ่ง หรือกรีนแคเทอริ่ง (Green Catering)ที่ให้บริการอาหารจัดเลี้ยงอินทรีย์ ที่ส่งถึงที่และสัมผัสถึงใจ“ทำงานอยู่ในแวดวงเกษตรอินทรีย์มาตลอดตั้งแต่เรียนจบ ชีวิตวนเวียนอยู่ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนเกษตรสีเขียวมาตลอด รู้สึกกับตัวเองว่า นี่แหละเราแล้ว” มิ้ม เล่า

มิ้มเรียนจบคณะพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบแล้วทำงานกับเครือข่ายตลาดสีเขียวของสวนเงินมีมา ดำรงนิสัยอยู่กับธรรมชาติเพราะคิดว่าไม่วุ่นวายกับความเป็นเมืองดี ชอบสายพัฒนาชุมชนก็เพราะได้อยู่กับธรรมชาติและได้มีส่วนช่วยสนับสนุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ชุมชน

จากโครงการตลาดสีเขียว สู่โครงการสวนผักคนเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)มิ้ม บอกว่า ทำต่อเนื่องจึงเกิดเป็นความรักความผูกพัน รู้สึกดีที่ไม่ต้องแข่งขันกับใคร รู้สึกว่าอยู่แบบสงบก็มีความสุข มีชีวิตที่ได้ทำงานรับใช้สังคม ขณะเดียวกันก็ได้ดูแลตัวเองด้วย
ธรรมชาติ ได้ลงลึกใน “สายใน” ของตัวเอง
“กระบวนการเรียนรู้ภายในเกิดขึ้นเมื่อเราได้สัมผัสตัวเองผ่านธรรมชาติ เรียนรู้ด้านในของตัวเอง เกษตรยั่งยืนทำให้เรายืนหยัด” มิ้ม เล่า

ช่วงหนึ่งมิ้มลาออกจากงานประจำ และได้ใช้โอกาสนี้เพื่อทดลองทำอยู่ทำกินแบบพึ่งตนเองลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก โดยครอบครัวมีที่ดินอยู่ที่ จ.ชลบุรี มิ้มขอปันมาบางส่วน ทดลองทำการปลูกผักปลูกสวนประมาณ 1 ไร่ครึ่ง ส่วนใหญ่เป็นผลไม้และพืชผักสวนครัว มีกล้วย ผักพริก มะนาว กล้วยหอม ฯลฯ ถึงวันนี้ผลผลิตเริ่มจัดจำหน่ายได้แล้วน่าชื่นใจ
มิ้ม บอกว่า มิ้มอยากกลับบ้านเพราะมันดีมาก(ฮา) เป็นชีวิตที่ไม่ต้องหาความสุขที่ไหนเพราะตื่นเช้ามาก็เจอเลย บ้านของเธออยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากตัว อ.พนัสนิคม ออกไป40 กิโลเมตร ชุมชนที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องงานจักสานตื่นเช้าขึ้นได้เห็นพระเดินบิณฑบาต เข้าครัวทำ
กับข้าว กินกันเองในบ้าน อยู่บ้านทำสวน ดูแลคุณพ่อคุณแม่และคุณยายคุณน้า

“คนที่นี่ตื่นเช้ามาก เรายังมีสภากาแฟช่วงเช้าๆ ที่นี่ ทุกคนในหมู่บ้านถือโอกาสแวะเวียนมาพูดคุยพบปะ กินกาแฟกัน ได้มาเจอะเจอกัน เป็นบรรยากาศยามเช้าที่แสนอบอุ่นอ่อนโยน สะท้อนความสุขในชุมชนวิถีเกษตรของเราที่นี่”
มิ้มยังพัฒนาแบรนด์กระเป๋าผ้าทอมือ ชื่อ“beemim fabric handmade” สืบทอดการทอผ้าด้วยกี่ของคนรุ่นเก่า beemim ยังมีผู้ร่วมก่อการอีกหลายคนและหลาย

แหล่งจากทั่วประเทศ ที่ส่งสินค้าทำมือมาช่วยกันขาย ส่งเสริมและสนับสนุนให้งานผ้าทอมืออยู่ได้ ผู้ผลิตรายย่อยอยู่ได้ ใครสนใจกระเป๋าผ้าย้อมสีธรรมชาติ เข้าไปดูในเพจเฟซบุ๊กได้fb : beemimfabrichandmade
“ทุกวันนี้มิ้มตื่นเช้า จากนั้นก็ไปเข้าสวนดูแลต้นไม้ อยู่ในสวนพักใหญ่ ก่อนจะกลับออกมาดูสิ่งที่เรามี กระจุ๋งกระจิ๋งไปเรื่อย สบายๆช่วงบ่ายมิ้มทำงานผ้า กะผ้าตัดผ้าเพื่อส่งให้ช่างเย็บ ช่างก็เป็นคุณป้าๆ ที่อยู่ในชุมชนของเราเผลอแป๊บเดียวเย็นแล้วก็ออกไปรดน้ำต้นไม้อีกรอบ เสร็จ 5-6 โมงเย็น ก็กลับบ้านมาทำอาหารเย็น ช่วยแม่เข้าครัวหุงข้าวต้มแกงกินกันในบ้านนี่คือมิ้มในหนึ่งวัน”

ในวัยทำงานที่คนทำงานรุ่นเดียวกันกำลังอยู่ในช่วงของการแข่งขัน แข่งกันทำงานแข่งกันซื้อรถ แข่งกันซื้อบ้าน แข่งกันป่ายปีนสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง มิ้ม บอกว่า สำหรับเธอแล้ว ชื่อเสียงเกียรติยศเป็นเรื่องนอกกาย ไม่เคยคิด ไม่เคยสัมผัส และไม่เคยเสียดาย
อีกทั้งไม่เคยคิดว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองกับใคร ไลฟ์สไตล์ของผู้จัดการเคี้ยวเขียว แคทเทอริ่งคนนี้คือความพอเพียงล้วนๆ และการอยู่กับวิถีเกษตรอินทรีย์ แม้เงินจะไม่มากหรือร่ำรวย แต่คือความสุขและความพอใจ

“ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องธุรกิจนะ แต่ไม่ขวนขวายที่จะได้ ไม่ขวนขวายที่จะมี ทุกวันนี้มีความสุขเพราะเราได้เจอเพื่อนที่ดี มีมิตรภาพที่อบอุ่นสิ่งที่ต้องทำคือการบาลานซ์หรือสมดุลชีวิตระหว่างโลกทางธรรมกับโลกทุนนิยม”
อยู่กับธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็อยู่ได้และทำงานได้กับระบบระบอบของทุนนิยม ใช่! แม้ในตอนแรกพอ่ แมจ่ ะตั้งคำถามอยู่บ้าง อยากให้ลูกทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ ไม่อยากให้ทำงานไร่นา แต่ก็ตอบตัวเองและตอบพ่อแม่ไปว่า ชีวิตที่เลือกคงไม่ไปจากวิถีเกษตรและความพอเพียงทุกวันนี้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการเคี้ยวเขียวฯ ก็ไม่เป็นอะไรที่แตกต่าง คงใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ด้วยงานด้านเกษตรอินทรีย์

ชีวิตซึ่งต้องเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ และชีวิตที่บ้านไร่ชลบุรี แม้ต้องวิ่งเข้า-ออก นอกเมือง-ในเมือง แต่เพราะการบริหารจัดการรวมทั้งการแบ่งเวลา ก็ไม่มีปัญหา ชีวิตคงมีความสุข เพราะงานเคี้ยวเขียว แคทเทอริ่ง ก็ตอบโจทย์ของมิ้มเช่นกัน
สำหรับเคี้ยวเขียว…แคทเทอริ่ง คือ บริการอาหารจัดเลี้ยงเพื่อสุขภาพ หรือบางคนคุ้นเคยกับคำว่า Green Catering ภายใต้คอนเซ็ปต์ของความอร่อย ความงดงาม ความเรียบง่ายโดยเป็นธุรกิจเอสอีที่ให้บริการจัดเลี้ยง เน้นการใช้วัตถุดิบจากเครือข่ายตลาดสีเขียว ปลอดภัยในกระบวนการผลิต พิถีพิถันในการปรุง คำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภค เกษตรกรและสิ่งแวดล้อม

“การให้บริการอาหารจัดเลี้ยงที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งที่จรรโลงผู้คน เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยสนับสนุนผู้ผลิตเกษตรกรรายย่อย ที่มีความอุตสาหะตั้งใจทำสิ่งที่ดีๆ อีกทั้งสิ่งแวดล้อมก็ได้ช่วยกันดูแลรักษา” มิ้ม เล่า
มองไปข้างหน้า มิ้ม เล่าว่า เธอก็คงใช้ชีวิตต่อไป ดูแลสวนผักที่โตวันโตคืน ดูแลบุพการี ดูแลเคี้ยวเขียว แคทเทอริ่ง บาลานซ์ชีวิตบ้านไร่กับชีวิตการทำงานในเมือง อ้อยังมีแผนระยะสั้น ที่มิ้มเตรียมตัวจะเป็นเจ้าสาว เข้าพิธีแต่งงานกับเพื่อนชายที่คบหาดูใจกันมาระยะหนึ่ง เพราะรักและเข้าใจในวิถีเกษตรอินทรีย์ ก็ลงเอยด้วยการสร้างครอบครัวและชุมชนเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน