ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
09 กันยายน 2560 เวลา 16:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/513863

โดย มัลลิกา
หลายคนที่ไม่รู้จัก “แป้ง ปล้ำแรง” หรือ ณรัชต์หทัย เหมือนประสิทธิเวช คงนึกสงสัยว่าเธอทำงานทำการอะไร เพราะถ้าได้เห็นตามหน้าแฟนเพจ “Pang Plumrang-แป้ง ปล้ำแรง” มีเข้าใจไปว่า ทำงานมูลนิธิการกุศลอะไรสักอย่างเป็นแน่
แทบจะทุกสัปดาห์ที่เห็นเธอกับเพื่อนนับสิบจนถึงนับร้อยคน ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาส สร้างห้องสมุดโรงเรียน มอบทุนการศึกษา เลี้ยงอาหารกลางวันน้องผู้พิการ ร้องเพลงให้กำลังใจผู้ต้องขัง ณ เรือนจำต่างๆ หรือไปสนับสนุนคนที่ทำความดีอยู่แล้วไม่ให้อ่อนแรง อย่างช่วยนำอาหารสุนัขไปมอบให้แม่ชีที่เลี้ยงสุนัขหลายตัวที่วัดสามพราน ดังคำที่ว่า “ช่วยคนดีก่อนที่เขาจะหมดแรง”
นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่เธอทำ เพราะตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ที่เธออุทิศตัวเป็น “หัวหน้าผู้ก่อการดี” จากเพื่อนฝูงที่ช่วยกันเพียง 9 คน ขยายสู่คนนับพันที่มาร่วมแรงร่วมใจร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
เท้าความไปถึงบุคคลที่เป็นต้นแบบให้ แป้ง ปล้ำแรง มีจิตอาสา
“เรื่องช่วยคนอื่นเราทำคนเดียวทำมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว เพราะเป็นสิ่งที่เราได้เห็นจากคุณยาย คุณยายเป็นจิตอาสาประจำหมู่บ้าน ใครมีอะไรคุณยายช่วยหมด คุณยายไม่ต้องสอนอะไรเลยแต่สิ่งที่เราคุ้นชินได้เห็นคุณยายทำมันฝังอยู่ในตัว เราก็เติบโตมาแบบนั้น”
สิ่งที่เธอทำไม่ต้องยิ่งใหญ่ หากแต่ความดีเล็กๆ ที่เพียรทำนั้นต่างหากสำคัญ
ฉายา แป้ง ปล้ำแรง มาจากชื่อวงดนตรี ปล้ำแรง (ผวนคำมาจากคำว่า แป้งรัม) ร้องประจำที่ซิคาด้า มาร์เก็ต หัวหิน ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์

“นอกจากดูแลครอบครัวแล้ว ก็มีงานประจำทำ 3 วัน ทำมา 9 ปีแล้ว วงปล้ำแรง ร้องเพลง 20% พูด 80% เป็นวงคอเมดี้ทอล์กโชว์ มีแฟนคลับพอสมควร เวลาเราชวนทำบุญอะไรแฟนคลับก็ช่วยๆ กัน แต่ภารกิจแรกของผู้ก่อการดี คือช่วงน้ำท่วมปี 2554 ชวนแฟนคลับเช่ารถ 6 ล้อเอาของไปช่วยที่พุทธมณฑล”
หลังจากนั้น แป้งก็เหมือนรู้สึกอยากทำมากๆ ขึ้น แล้วกล้าพูดเชิญคนมาทำดี แล้วมีพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงสอนว่า ความดีไม่จำกัด เราไม่ต้องรอให้เกิดเหตุน้ำท่วม ภัยพิบัติ
“ก็เลยคิดภารกิจ ไปปลูกป่า ดูแลเด็กพิการ เล่นดนตรีบำบัด ไม่ได้กำหนดว่าเดือนหนึ่งต้องไปไหนทำอะไร ความดีทำได้ไม่ต้องรอ พร้อมเมื่อไรก็ทำ ไม่มีตั้งเป้า พอเราทำตรงนี้ปั๊บ เราเสพติดความสุขจากการทำความดี บางครั้งมีแฟนคลับแจ้งมาว่า ตรงนี้ต้องการความช่วยเหลือ เราก็จะลงไปหาข้อมูลดูก่อน ได้ข้อมูลก็มาแจ้งทางแฟนเพจแป้ง ปล้ำแรง ส่วนมากจะรับเป็นสิ่งของ ใครมีอะไรก็นำมา หรือเราประสานงานไปรับของ ถ้าเป็นปัจจัยก็จะนำไปมอบให้มูลนิธิ อย่างที่ผ่านมาเราเองก็ร้องเพลงเปิดหมวกหลายที่ เพื่อนำไปมอบศิริราชมูลนิธิ”
ในการทำความดี แป้ง ปล้ำแรง บอกว่า มีคนมองเข้ามา 3 ประเภทด้วยกัน 1.คนที่เห็นดีด้วย และร่วมสนับสนุน 2.คนเฉยๆ ไม่ยินดียินร้าย และ 3.คนที่กระแนะกระแหน หาว่าทำดีเพราะอยากดัง ซึ่งเธออยากบอกกับคน 3 เหล่านี้
“อยากบอกคนกลุ่มแรกว่า สิ่งที่เราทำ คุณก็ทำได้ แค่สละเวลา รู้จักให้ตามกำลังที่มี ต้องรู้จักกล้าให้ก่อน หรือคิดว่าไม่มีปัจจัย เราต้องดูแลครอบครัวให้ดี ก็ใส่ใจครอบครัวไม่ให้ลูกหลานมาเป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม นั้นก็ทำความดีอยู่ดีนะ คนแบบที่สอง เขาก็จะถามบ่อยนะว่า เราทำไม่เหนื่อยเหรอ ไม่ได้ห้ามแต่ก็ถาม แต่สักวันหนึ่งเขาต้องรู้สึกว่าเขาอยากทำบ้าง เพราะเท่าที่สังเกตตอนนี้คนเหล่านี้ก็ขยับมาช่วยแชร์กิจกรรมที่เราทำ ส่วนคนประเภทที่สาม ต้องขอบคุณเขามากๆ ยิ่งเขามองเราลบ เรายิ่งต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเราบริสุทธิ์ ถ้าเราอยากดังมีช่องทางมากกว่านี้อีก แล้วไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่เราต้องออกไปชี้แจงตอบโต้คนเหล่านี้ เพราะเราทำความดี เราจบภารกิจแล้ว”

หลายสิ่งที่เธอได้ทำ แม้จะฝ่าแดดฝ่าฝน ระยะทางไกลไปลำบาก หากแต่เป็นความสุขใจ
“รู้สึกว่าเรายังทำน้อยไปด้วยซ้ำ ที่รู้สึกภูมิใจ คือเราสามารถทำให้ใครหลายคนหันมาอยากทำความดี ในขณะที่สังคมเจริญด้วยวัตถุ แต่จิตใจของเรามันสวนทางกัน ไม่ต้องมาร่วมทำกับเราก็ได้ ขอแค่กล้าทำความดีในสิ่งที่ถนัด มีหลายคนที่ได้ไอเดียจากเราแล้วไปต่อยอด ทำให้มีคนทำความดีแตกแขนงออกไป
“ที่สำคัญมีกลุ่มเยาวชนให้ความสนใจเราเยอะขึ้น มาติดตามแล้วบอกอยากทำ ตรงนี้ที่เราภูมิใจ อย่างน้อยๆ เราได้ให้ปุ๋ยกับต้นกล้าความดีไว้แล้ว” แป้ง ปล้ำแรง กล่าวทิ้งท้ายอย่างภาคภูมิใจ