เผยวิธีการรักษา ปัญหารอบดวงตา ที่สร้างความไม่มั่นใจ และกระทบต่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 สิงหาคม 2560 เวลา 14:41 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/511796

เผยวิธีการรักษา ปัญหารอบดวงตา ที่สร้างความไม่มั่นใจ และกระทบต่อสุขภาพ

ปัญหารอบดวงตา เช่น ภาวะเปลือกตาตกหย่อน ถุงใต้ตา ความหมองคล้ำรอบดวงตา ริ้วรอยรอบดวงตา และร่องลึกรอบดวงตา

นอกจากมีผลกระทบต่อความสวยงามและความมั่นใจแล้ว บางปัญหายังมีผลกระทบต่อสุขภาพด้วย เช่น ภาวะเปลือกตาตกหย่อน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา เปลือกตาอาจตกลงมาจนบังการมองเห็น ทำให้ลืมตาลำบาก รู้สึกปวดหัวคิ้ว ปวดหน้าผาก เมื่อยหนังตาบน เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อบริเวณหัวคิ้วและหน้าผากช่วยดึงหนังตาให้มองเห็นได้ชัดเจน สายตามัวลงเนื่องจากหนังตาหย่อนลงมาบัง และบางครั้งมีภาวะเปลือกตาอักเสบเรื้อรังและทำให้เกิดขนตาม้วนทิ่มเข้าด้านในจนโดนกระจกตาทำให้ตาดำเป็นแผล ถือเป็นอาการร่วมของโรคเปลือกตาที่ร้ายแรง นอกจากนี้ ภาวะเปลือกตาตกในเด็ก อาจทำให้เกิดภาวะตาขี้เกียจได้

ทั้งนี้ ภาวะเปลือกตาตกหย่อนสามารถแยกย่อยออกเป็น 2 ประเภท คือ ภาวะเปลือกตาตก เป็นภาวะที่ระดับเปลือกตาตกลงมาต่ำกว่าระดับปกติ ซึ่งเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทหรือเกิดจากความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง เช่น ภาวะการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อหรืออุบัติเหตุ เนื้องอกที่บริเวณเปลือกตา กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือโรคเส้นประสาทสมองเป็นอัมพาต

อีกประเภทหนึ่งคือ ภาวะเปลือกตาหย่อน เกิดขึ้นได้จากกรรมพันธุ์ เชื้อชาติ โดยเฉพาะวัยที่เพิ่มขึ้น ผิวหนังบริเวณเปลือกตามีความบอบบางมากที่สุดในร่างกาย การใช้งานดวงตาด้วยการกะพริบตาตลอดเวลา การใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา การขยี้ตาบ่อยๆ เป็นเวลานาน ประกอบกับชั้นไขมันของผิวหนังที่เปลือกตาบางลง รวมถึงการสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน จึงมีผลทำให้หนังตาบนหย่อนคล้อย หางตาตก เปลือกตาดูหนาบวมตุ่ย มีรอยย่นมากขึ้น ซึ่งภาวะเปลือกตาหย่อนนี้ หากเกิดกับเปลือกตาบนจะเรียกว่า เปลือกตาบนหย่อน และหากเกิดกับเปลือกตาล่างเรียกว่า ถุงใต้ตา ซึ่งภาวะนี้มักพบในผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

แนวทางการรักษาภาวะเปลือกตาตกหย่อน

สำหรับการรักษาภาวะเปลือกตาตกหย่อนนั้น มีแนวทางรักษา 3 วิธีด้วยกัน คือ การรักษาทางยา การผ่าตัด และการเลเซอร์ โดยจักษุแพทย์จะประเมินสภาพร่างกายและตรวจวินิจฉัยตามอาการ อายุ และภาวะแทรกซ้อนในขณะนั้นเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเปลือกตาตกหย่อนก่อน การรักษาทางยา ส่วนใหญ่จะใช้รักษาผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อเปลือกตาทำงานผิดปกติ โดยภาวะนี้มีเปลือกตาตกที่ไม่เป็นตลอดเวลา หากรักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณาแก้ไขด้วยการผ่าตัด นอกจากนี้ การรักษาทางยายังใช้รักษาภาวะหนังตาตกในเด็กกรณีที่เป็นไม่มาก อาการดีขึ้นเองได้ และสามารถใช้การปิดตา การใส่แว่นเข้าช่วยด้วย

การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด เป็นวิธีการที่ใช้รักษาผู้ที่มีอาการมากจนทำให้มองเห็นไม่ชัดหรือมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น ภาวะเปลือกตาตกแต่กำเนิด เปลือกตาตกจากอุบัติเหตุหรือเนื้องอกบริเวณเปลือกตา เปลือกตาหย่อนตามอายุ เป็นต้น ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขเปลือกตา (Blepharoplasty) เป็นการผ่าตัดที่มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่เข้าที่เปลือกตาหรือฉีดยาชาผ่านชุดให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ แล้วค่อยผ่าตัดเอาผิวหนังและไขมันส่วนเกินออกก่อนเย็บปิดใหม่ให้ได้ดวงตาสองชั้นสูงเสมอกัน ซึ่งการผ่าตัดใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น สามารถกลับบ้านได้ในวันที่ผ่าตัดเลย โดยบริเวณผ่าตัดจะบวมมากในช่วง 1 สัปดาห์แรก และจะยุบลงและกลับมาใกล้เคียงกับปกติภายในเวลา 1-2 เดือนหลังจากผ่าตัด

การรักษาด้วยการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ (Fotona 4D)

วิธีการรักษาแบบสุดท้าย คือ การรักษาด้วยการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ เป็นการรักษาภาวะหนังตาหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยในเรื่องถุงใต้ตา ความหมองคล้ำรอบดวงตา ริ้วรอยรอบดวงตา และร่องลึกรอบดวงตา โดยปัจจุบันโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีการรักษาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Fotona 4D ซึ่งเป็นการใช้แสงเลเซอร์ 2 ชนิด (Nd:YAG และ Er:YAG) ส่งพลังงานความร้อนเข้าสู่ทุกระดับชั้นของผิวบริเวณรอบดวงตา ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1.Deep Care ยกกระชับและลดปัญหาถุงใต้ตาจากด้านใน 2.Brightening ลดความหมองคล้ำที่เกิดจากเม็ดสี บริเวณถุงใต้ตาด้านนอก 3.Super Lifting กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ช่วยในเรื่องหนังตาหย่อนคล้อย และ 4.Anti-Wrinkle ผลัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ทำให้ริ้วรอยรอบดวงตาจางลง

โดยเลเซอร์ Fotona 4D  มีขั้นตอนการรักษาที่ไม่ยุ่งยาก โดยหลังจากประเมินปัญหาและตรวจสภาพตาอย่างละเอียดแล้ว แพทย์จะหยอดยาชาและใส่เครื่องป้องกันดวงตา (Eye Shields) หากมีปัญหาถุงใต้ตา แพทย์จะยิงเลเซอร์ที่เยื่อบุตาด้านในก่อน แต่ถ้าไม่มีปัญหาถุงใต้ตา แพทย์จะเริ่มยิงเลเซอร์บริเวณรอบดวงตา จำนวน 3 รอบ เพื่อให้ผิวรอบดวงตาดูขาวกระจ่างใส หลังจากนั้นยิงเลเซอร์เพื่อให้ผิวบริเวณรอบดวงตามีความตึง กระชับ เป็นเวลา 3 นาที และยิงเลเซอร์เพื่อลดริ้วรอยรอบดวงตา จำนวน 2 รอบ เสร็จแล้วก็ถอดเครื่องป้องกันดวงตาออก หยอดยาฆ่าเชื้อเพื่อลดการอักเสบ และตรวจสภาพตาอีกครั้งก่อนกลับบ้าน

ด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยี Fotona 4D นี้เอง จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้ที่มีความกังวลเกี่ยวกับถุงใต้ตา ความหมองคล้ำรอบดวงตา หนังตาหย่อนคล้อย ริ้วรอยรอบดวงตา และร่องลึกรอบดวงตา แต่ไม่ต้องการใช้วิธีการผ่าตัด ฉีดฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ อีกทั้งเป็นการรักษาโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะรู้สึกอุ่นเล็กน้อยบริเวณผิวหนังขณะทำการรักษา ไม่ทำให้เกิดแผล และไม่มีแผลเป็น หลังยิงเลเซอร์สามารถกลับบ้านได้ทันที

 

Leave a comment