ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
05 ตุลาคม 2560 เวลา 21:53 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/report/518637

5 ต.ค. วันสุดท้ายที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยท้ายแถวยาวไปจนถึงสี่แยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กระนั้นตลอดทั้งวันพสกนิกรชาวไทยยังคงเดินทางมาอย่างล้นหลามและต่อเนื่อง ทั้งหมดล้วนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนตกแค่ไหนก็ตาม
โดย…อดิศร เงสันเทียะ
โพสต์ทูเดย์ สัมภาษณ์ความรู้สึกของประชาชนที่ต่อแถวรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง

นางถวิล อาจภักดี อาชีพแม่บ้าน อายุ 49 ปี จังหวัดศรีสะเกษ บอกว่า พระองค์ท่านทรงทำให้เราทุกคนมีกินมีใช้มาจนทุกวันนี้ ทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งและอยากให้คนไทยทุกคนรักกัน รักพระองค์ท่าน รักประเทศชาติ ทั้งนี้ในวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิง ก็ยืนยันจะมาที่สนามหลวงอีกครั้งแน่นอน

นางนงรักค์ สุขขา อาชีพเย็บผ้า อายุ 56 ปี ชาวนครศรีธรรมราช บอกว่า นี่เป็นครั้งที่ 12 ที่ได้เข้ากราบพระบรมศพ แม้ว่าระยะเวลาในการเข้าแถวรอจะใช้เวลานานซึ่งแต่ละครั้งไม่ต่ำว่า 5 ชั่วโมง แต่ความรู้สึกทุกครั้งก็เหมือนเช่นเคยคือรู้สึกขนลุก ปลื้มปิติและตื้นตัน คล้ายกับว่าพระองค์ท่านรับรู้ว่าประชาชนของพระองค์มาเข้าเฝ้า และช่วงวันพระราชพิธีจะเดินทางมาที่สนามหลวงแน่

นางรัชนี ญาณสุคนธ์ อายุ 56 ปี และ นางทิพวลัย ลักษณะภู่ อายุ 52 ปี ทั้งคู่เดินทางมาจากอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เล่าว่า มาที่สนามหลวงนับครั้งไม่ถ้วนแต่ในช่วงที่ขยายเวลา 5 วันสุดท้าย ได้เดินทางมาเข้ากราบพระบรมศพทุกวัน แม้ว่าจะมีอาการไม่สบายอยู่บ้าง แต่ไม่เคยย่อท้อกับความยากลำบากในการต่อแถว
นางรัชนี บอกว่า การเข้าแถวจะใช้เวลานานเป็นบางวัน แต่ที่นานที่สุดเท่าที่เคยรอ คือตั้งแต่ 12.00 – 04.00 น. รวมแล้วราวๆ 15 ชั่วโมง ขณะที่นางทิพวลัย กล่าวถึงความรู้สึกว่า อยากร้องไห้ทุกครั้งที่ได้เข้าไป ยังรู้สึกใจหายเพราะเห็นพระองค์ท่านมาตั้งแต่จำความได้เป็นความผูกพันทางจิตใจ แรกๆ ทำใจไม่ได้ แทบสติแตกต้องเดินทางมาเฝ้าทุกวัน ทั้งนี้ทั้งคู่ย้ำว่าจะมาอีกครั้งในวันที่ 26 ตุลาคม
“ทุกครั้งที่เข้าไปกราบจะอธิษฐานเสมอว่า อยากให้พระองค์ท่านมีความสุขและจะเกิดภพชาติไหนลูกจะขอเกิดในแผ่นดินพระองค์”
ด้านนายสมพงษ์ ดีนอก อายุ 75 ปี อาชีพ คนดูแลรถเช่า บอกว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าไปกราบพระบรมศพ รู้สึกตื้นตันและรู้สึกโชคดีที่ได้มีโอกาสแบบนี้ในชีวิต
“อยากให้คนไทยรักกันให้มากกว่านี้ คิดว่าพระองค์ท่านคงไม่อยากเห็นคนไทยทะเลาะกัน พระองค์ทำให้เราทุกอย่างแล้วต้องตอบแทนท่านบ้าง”

นายสมชัย ทาบทอง อายุ 53 ปี อาชีพค้าขาย บอกว่า ตนเองเดินทางมาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ได้เข้ากราบพระบรมศพ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพาแม่มาเข้ากราบ แต่ด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงจึงไม่มีโอกาสได้พามาอีก ซึ่งตนเองรู้สึกว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้เกิดมาครั้งหนึ่งในชีวิต และยืนยันอีกเสียงว่าจะมาอีกในวันที่ 26 ตุลาคม

นางสาวอาทิมา แสนอุบล อายุ 22 ปี เดินทางมาจากเขตลาดกระบัง กทม. บอกว่า มาเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกใช้เวลาตั้งแต่ 12.00 – 22.00 น. ครั้งที่สอง 04.00 – 15.00 น. แม้จะเป็นเวลาที่นานเพียงใด แต่ก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเพราะตั้งใจมาด้วยใจจริง
“อยากให้ทุกคนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ พระองค์ท่านจะต้องภูมิใจที่คนไทยไม่ฟุ่มเฟือยและมีกินมีใช้ในอนาคต”

นางสาวเยาวลักษณ์ อัมหิรัญ อายุ 39 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เล่าว่า เดินทางมาจากปากเกร็ด นนทบุรี เข้ากราบพระบรมศพกว่า 5 ครั้ง แรกเริ่มนั้นทำใจไม่ได้ แต่พอได้ศึกษาทางพุทธศาสนาจึงตระหนักได้ว่าคนเราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงพอเริ่มทำใจได้บ้าง อีกทั้งยังคิดว่าพระองค์ท่านเหนื่อยเพื่อคนไทยทั้งประเทศมาตลอด อยากให้พระองค์ท่านได้สุขสบายเสียที
“จริงๆ พระองค์ท่านไม่ได้ไปไหนหรอก พระองค์ท่านอยู่ในใจเราตลอดเวลา”

ด้านนายหิรัญ ป้องกัน อาชีพ ขับแท็กซี่ อายุ 46 ปี เป็นชาวนครศรีธรรมราช เล่าว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปกราบพระบรมศพ เนื่องจากก่อนหน้านี้กราบอยู่เพียงภายนอกเท่านั้น ซึ่งมาเข้าแถวตั้งแต่ 06.00 จนถึง 14.00 น. จึงได้เข้ากราบพระบรมศพ
นายหิรัญ ยังบอกอีกว่า รู้สึกผูกพันและสรรเสริญพระองค์ท่านเหนือสิ่งอื่นใด ตนเองมักชอบดูสารคดีที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็กๆ จึงทำให้รู้ว่าพระองค์ท่านดีกับคนไทยเพียงใด
“ผมคิดว่าเราเป็นประชาชนธรรมดานะ เท่าที่ผมทราบนะตั้งแต่มีกษัตริย์มาก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้เข้าไป พึ่งจะมีรัชกาลที่ 9 นี่แหละ มีโอกาสได้เข้าไปก็เข้า แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรนะ ทำความดีถวายท่านก็ได้ครับ แต่ผมก็ดีใจที่ได้มาครับมันเป็นความตั้งใจของผมจริงๆ ”
ท้ายที่สุด พสกนิกรที่เดินทางมากราบถวายบังคมครั้งนี้ ต่างยืนยันว่าจะเดินทางมาที่สนามหลวงในวันที่ 26 ต.ค.นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 อันเป็นมิ่งขวัญของคนไทยทั้งชาติ