ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
05 ตุลาคม 2560 เวลา 19:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/analysis/report/518633

โดย…วิรวินท์ ศรีโหมด
ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี แม้หัวใจคนไทยจะแตกสลาย แต่อีกมุมกลับเห็นความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่และน้ำใจคนไทย ที่หลั่งไหลออกมาช่วยเป็นจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
หลังจากตัดสินใจเริ่มต้นทำหน้าที่จิตอาสาตั้งแต่ 14 ต.ค. 2559 “วศิน ดำรงรัตน์” ก็ได้ทำหน้าที่มาตลอดจวบจนถึงปัจจุบัน
เขาเป็นจิตอาสาโรงทานเต้น ๙ แม้บ้านจะอยู่ในพื้นที่เขตบางนา แต่ก็ออกมาช่วยงานทำอาหารแจกของที่โรงทาน ณ ท้องสนามหลวงทุกวัน
เขาเล่าว่า จุดเริ่มต้นการทำหน้าที่นี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปี เริ่มจากช่วงเช้าวันที่ 13 ต.ค.2559 ตอนนั้นไปช่วยแจกของผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่พอตกบ่ายทราบข่าวว่าพระองค์มีพระอาการไม่ดี จึงรีบขับรถมาที่โรงพยาบาลศิริราช เพื่อรอเฝ้าฟังพระอาการพร้อมกับสวดมนต์ แต่พอวินาทีที่ประกาศแถลงการณ์สวรรคต ขณะนั้นหัวใจเหมือนแตกสลาย กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว
หลังจากตั้งสติได้ก็คุยกับเพื่อนๆว่า อยากที่จะทำอาหารมาแจกประชาชนที่มาเฝ้ารอขบวนเคลื่อนพระบรมศพ เพราะคิดว่าตอนนั้นวันแรกอาหารและน้ำดื่มน่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็น จึงได้ทำข้าวกระเพรามาแจก ซึ่งเป็นเมนูที่ง่าย หลังจากวันนั้นก็ทำข้าวมาแจกเรื่อยๆ วันละประมาณ 3 หมื่นกล่อง เมื่อผ่านไปหนึ่งสัปดาห์จึงมาตั้งโรงทานที่สนามหลวง
วศิน บอกว่า อาหารที่ทำในแต่ละวันมีจำนวนมาก แต่เมนูก็จะสลับสับเปลี่ยนกันไป อาทิ ข้าวผัด กระเพรา ไข่พะโล้ จับฉ่าย แล้วแต่วัตถุที่ได้รับบริจาคมา ตอนนั้นยอมรับว่าเหนื่อยมาก เพราะต้องเดินทางจากบ้านพักที่บางนามาทุกเช้า เพื่อมาทำและแจกอาหารทั้งวันไม่ได้หยุด แต่เมื่อคิดว่าทำอาหารเลี้ยงลูกและแขกของพ่อ ก็หายเหนื่อย
“มาถึงตอนนี้ 300 กว่าวันที่ได้ทำมา ผมรู้สึกภาคภูมิใจแม้บางครั้งใช้เงินเก็บที่มีอยู่มาช่วย แต่ก็รู้สึกอิ่มใจ เพราะทำแล้วมีความสุขที่ได้เป็นผู้ให้ ไม่ได้อยากได้หน้า คิดว่าทำให้ประชาชนของท่าน เป็นทางเดียว ที่จะตอบแทนพระคุณพระองค์ ที่ทำให้พวกเรามามากมาย”
จิตอาสา รายนี้ บอกว่า แม้หลังจากนี้จะไม่ต้องตื่นเช้ามาทำอาหารในโรงทานเนื่องจากสำนักพระราชวังได้ปิดการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพแล้ว แต่ใจหนึ่งยังคงอยากทำต่อไปไม่ขอเลิก
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ทรงทำงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอดไม่ว่าสภาวะใดเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีมีสุข ทำให้ผมได้น้อมนำหลักการทำงานของพระองค์มาปรับใช้ คือ ไม่ว่าต้องผ่านอุปสรรคมากมายเพียงใด หากใช้ความพยายาม ความเพียร และความอดทนไม่ว่าปัญหาหนักแค่ไหนก็จะผ่านไปได้”
“ผมอยากจะให้คนไทยรักสามัคคีช่วยกัน ลดความเห็นแก่ตัว ทำเพื่อประเทศให้ดีขึ้น
“พระองค์ท่าน วางแผนที่ไว้แล้ว เหลือแต่ตอนนี้เราต้องสานต่อ เพื่อไม่ทำให้สิ่งที่พระองค์ทรงทำมาสูญเปล่า”จิตอาสาารายนี้กล่าว