ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
14 ตุลาคม 2560 เวลา 13:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520161

โดย วารุณี อินวันนา
ไม่บ่อยนักที่จะเห็นผู้บริหารชาวต่างชาติทำงานอยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนาน และสามารถสร้างทีมงานรุ่นใหม่ไฟแรงขึ้นมาโลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจประกันชีวิตอย่างน่าจับตามอง
ที่สำคัญได้ใจทีมงานไปแบบไม่มีช่องว่างระหว่างตำแหน่ง หนึ่งในนั้นต้องยกให้ ไมค์ แพล็กซ์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต วัย 68 ปี
ซีอีโอหนุ่มใหญ่ เล่าให้ฟังว่า เข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2547 ในตำแหน่งประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ (ซีอีโอ) ของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมารับตำแหน่งที่บริษัท เอฟดับบลิวดี เมื่อปี 2556 จนถึงปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยร่วม 13 ปี
พร้อมกับยืนยันว่าในปีนี้จะยังคงทำงานในประเทศไทยต่อไป แม้วัยจะถึง 68 ปีแล้วก็ตาม หนึ่งในเหตุผลที่ไม่ยอมเกษียณการทำงานและกลับคืนถิ่นกำเนิด เพราะรักวัฒนธรรมไทย ผู้คนมีนิสัยคล้ายๆ กับบ้านเกิดในชนบทที่ประเทศอังกฤษ จึงรู้สึกอบอุ่น
“ผมเป็นคนอังกฤษ เกิดในต่างจังหวัด มีบ้านอยู่ที่สเปน แต่ใจอยู่ที่ไทย เวลาส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการเดินทาง เยี่ยมสาขาหรือตัวแทนในต่างจังหวัด โดยจะใช้รถยนต์มากกว่าการนั่งเครื่องบิน เพราะต้องการชื่นชมกับวิถีชีวิตของคนไทย และสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทยระหว่างการเดินทาง” ไมค์ กล่าว
ไมค์ เล่าความรู้สึกว่าวันนี้ยังคงมีเป้าหมายในชีวิตที่ท้าทาย มีพลังความสนุก เพราะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ยกตัวอย่างวันนี้ ทุกคนพูดถึงดิจิทัล ที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องนำมาพัฒนาเพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้า ก็ต้องอาศัยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
“ส่วนผมเรียกตัวเองว่า ‘ไมค์ ยุคหิน’ ตอนนี้ใช้โทรศัพท์ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งใช้โทรอย่างเดียว อีกเครื่องหนึ่งไว้รับส่งอีเมล ไว้ทำงาน และต้องใช้เวลาทำความเข้าใจแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น แอพที่ให้ลูกค้าเข้ามาดูว่ามีกรมธรรม์อะไรกับเรา ตรวจสอบโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ตัว การให้บริการต่างๆ รวมถึงไลน์ เฟซบุ๊ก เพื่อปรับตัวให้ทันกับทิศทางของโลกในอนาคต”

4 ปีที่ผ่านมา ไมค์ แจงว่าตั้งแต่มีการเปลี่ยนชื่อจากบริษัท ไอเอ็นจี ประกันชีวิต มาเป็นบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ธุรกิจของบริษัทมีการเติบโตกว่า 400% และแบรนด์ได้ขึ้นมาติดอันดับต้นๆ ในใจคนรุ่นใหม่ และเป็นแบรนด์ใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุด ภายใต้ทีมการตลาดรุ่นใหม่ไฟแรง
“นับว่าผลงานออกมายอดเยี่ยมมาก ซึ่งในปี 2561 ตั้งความหวังไว้ว่าทีมงานจะสามารถนำพาบริษัทไปสู่เป้าหมายการเป็นอันดับ 5 ในอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย”
ไมค์ เล่าว่า การจะเป็นซีอีโอที่สามารถพิชิตเป้าหมายได้ ต้องศึกษาทั้งทฤษฏีและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพราะส่วนตัวไม่ได้เรียนจบบริการ แต่จบมาทางด้านสถาปัตยกรรม และไม่มีมหาวิทยาลัยไหนสอนเรื่องการเป็นผู้บริหารที่ดี ฉะนั้นในทุกๆ ทีที่กลับบ้าน จะทบทวนว่าวันนี้ทำอะไรไปบ้าง มีทั้งดีและไม่ดี
“ส่วนใหญ่รู้สึกว่าทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงต้องโค้ชตัวเองก่อน และต้องทำตัวแบบถ่อมตน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทีมงานได้แสดงความสามารถออกมา สร้างความไว้วางใจให้กับทีมงาน”
ในฐานะผู้บริหารต้องทำความรู้จักทีมงานที่รับผิดชอบแต่ละสายงานทุกคน จะทำให้ทราบว่าแต่ละคนมีความถนัดและความเชี่ยวชาญอะไร หลังจากนั้นก็ส่งเสริมให้แต่ละคนแสดงประสิทธิภาพนั้นออกมาอย่างเต็มที่ ไมค์ ชี้ว่าด้วยการให้โอกาสได้แสดงความคิด และทำแผนเกี่ยวกับการทำงานเสนอเข้ามาอย่างอิสระ เพื่อรวบรวมความคิดของแต่ละคน
“เพราะถ้าทำงานคนเดียว ตัดสินใจคนเดียว ก็จะได้ความคิดเดียว แต่ถ้าให้โอกาสคน 10 คน เสนอความคิดเข้ามา ก็จะได้ความคิดมา 10 อย่าง แล้วมาเลือกสิ่งที่ดีที่สุด พร้อมกับให้เหตุผลทั้งด้านดีและด้านลบ เพื่อขอความเห็นอีกครั้ง”
ซีอีโอวัยเกษียณ ยืนยันว่าไม่ใช่คนชี้นิ้วสั่ง หรือชี้นิ้วต่อว่าคนอื่น เพราะในฐานะผู้บริหาร หากทีมงานทำงานออกมาไม่ดีหรือผิดพลาด แสดงว่าเราก็มีส่วนในความผิดพลาดนั้น
“อาจเกิดจากเราสื่อสารกับเขาไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน ฉะนั้นในคราวหน้าต้องแก้ไขด้วยการทำให้ชัดเจนขึ้น บอกให้ชัดขึ้นว่าผมต้องการอะไร และทีมงานเข้าใจที่ผมพูดว่าอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าเข้าใจตรงกัน งานจะได้เดินหน้าไปได้เร็ว และเมื่อให้โอกาสใครทำงานแล้ว ก็ปล่อยให้เขาทำงานเต็มที่
การทำงานแบบนี้ ทำให้ทีมงานพร้อมและสบายใจที่จะทำงานด้วย เมื่อเกิดปัญหาก็พร้อมที่จะเข้ามาพูดคุยแบบเปิดใจ ผมสามารถปลุกพลังและสร้างความสามารถของแต่ละคนให้มีมากขึ้นได้อีก ซึ่งแต่ละคนมีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคที่แตกต่างกัน คนเหล่านี้กลับมาปลุกพลังผมให้มีแพสชั่นในการทำงานทุกๆ วัน” ไมค์ กล่าว
ทั้งนี้ ไมค์ สรุปทิ้งท้ายว่า องค์กรเรามีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องการช่วยลูกค้าแก้ปัญหา ต้องการทำให้คนไทยมีความคุ้มครอง ช่วยให้ลูกหลานของลูกค้าได้รับการศึกษา ให้ลูกค้าเกษียณอย่างสบายใจ และธุรกิจต้องมีการเติบโตที่สูงและรวดเร็ว ซึ่งผู้บริหารไม่สามารถทำได้เองลำพัง ต้องอาศัยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย