สีสันพันธุ์ไม้ เรียบง่าย สง่างาม สมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/521802

สีสันพันธุ์ไม้ เรียบง่าย สง่างาม สมพระเกียรติ

พันธุ์ไม้ 4 ระดับ งดงามอย่างพอเพียง

ความงดงามของพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างรอบพระเมรุมาศ เผยเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ใกล้มาถึง หลังจากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้ทำการออกแบบพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ โดยยึดคติความเชื่อแต่โบราณราชประเพณี คำนึงถึงความสวยงามสมพระเกียรติ ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำริที่โดดเด่นมาจัดแสดง
โดยมีการสร้างสระน้ำ 4 มุม กังหันน้ำชัยพัฒนาจำนวน 3 ตัว แก้มลิง หญ้าแฝก แปลงนาขั้นบันได

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พระเมรุมาศสง่างามสมบูรณ์ คือ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสีเหลือง ที่ประดับตกแต่งบริเวณรอบๆ กว่าแสนต้น

กัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ผู้ได้รับมอบหมายจากกรมศิลปากร ให้เป็นผู้ออกแบบตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับรอบพระเมรุมาศ กล่าวถึงการออกแบบและตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับรอบพระเมรุมาศว่าสวนนงนุชได้ทำการศึกษาเรื่องพันธุ์ไม้มงคล และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นข้อมูลพันธุ์ไม้ที่นำมาประกอบพระเมรุมาศจึงเน้นที่ความเรียบง่าย ทว่าสง่างาม สมพระเกียรติ แบ่งเป็นไม้ 4 ระดับ ประกอบด้วย พันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน

“พระเมรุมาศและอาคารประกอบต่างๆ โดยส่วนใหญ่มีสีทอง สีเหลือง การเลือกพันธุ์ไม้ตกแต่งสวนรอบพระเมรุมาศ จะต้องกลมกลืนกับพื้นที่รอบมณฑลพิธี ที่กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบภูมิทัศน์ ซึ่งประกอบด้วย โครงการในพระราชดำริ จำลองนาข้าว กังหันชัยพัฒนา ดังนั้นเราจะเน้นพันธุ์ไม้ที่ให้ดอกสีเหลือง ซึ่งสื่อถึงในหลวง รัชกาลที่ 9เมื่อประชาชนมองจากสนามหลวงเข้ามาในพระเมรุมาศและโดยรอบ จะเห็นสีเหลืองอร่ามไปทั่วพื้นที่ สวยงามมาก”

ผู้อำนวยการสวนนงนุช อธิบายว่า พันธุ์ไม้ทั้ง 4 ระดับ ประกอบด้วย พันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ได้แก่ ต้นตะโก เป็นไม้ที่พบเห็นได้ในรั้ววัง และตามวัดสำคัญ จำนวน 90 ต้น โดยจะประดับนอกรั้วราชวัติ ฝั่งตะวันออก พันธุ์ไม้ขนาดกลาง ประกอบด้วย ข่อยช่อ บอนไซต้นไทรเกาหลีแท่ง

นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้สำคัญ ได้แก่ ต้นใบไม้สีทอง ต้นแก้ว ต้นแก้วแคระ หน้าวัวใบหรือ King of Kings ส่วนพืชคลุมดิน จะใช้ดอกดาวเรือง ต้นเข็มเชียงใหม่ กล้วยไม้ดินนอกจากนี้ มีต้นชะแนบทอง ใบไม้สีทองประดับพระเมรุมาศ มีลักษณะเป็นพุ่มสีเหลืองทอง รวมถึง ต้นเข็มพิษณุโลกที่มีลักษณะเป็นพุ่มดอกเข็มสีขาวนวลและพุ่มแก้วเล็ก พุ่มแก้วใหญ่ ปลูกประดับบริเวณรอบพระเมรุมาศ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

“ต้นบอนไซ ต้นข่อยช่อ ประดับลงกระถาง ‘เลข ๙’ เป็นกระถางพิเศษจาก จ.ราชบุรี ออกแบบโดยกรมศิลปากร ส่วนกระถางบอนไซ เป็นตราสัญลักษณ์ และลวดลายตราธรรมจักร มีลักษณะพิเศษเฉพาะเราใช้ต้นดาวเรืองมากถึง 7 หมื่นต้น อยู่ในภาชนะคอกหมู่ เพื่อสร้างความงดงามให้กับพื้นที่

สวนนงนุชทำการเพาะต้นดาวเรืองไว้กว่า 2 แสนต้น เพื่อสำรองหากเกิดความเสียหายในช่วงก่อนงานพระราชพิธี จะเห็นว่าการสร้างสรรค์ครั้งนี้ จะใช้ไม้ดอกไม้ประดับน้อยชนิด เน้นความเรียบง่ายที่สุด พอเพียง แต่สง่างามสมพระเกียรติ เพราะจุดประสงค์ของการจัดสวน ก็เพื่อเพิ่มความสง่างามและเพิ่มสีสันให้พื้นที่ มิใช่สร้างสวนสวยที่บดบังพระราชพิธี

ถามว่า ทำไมเราเน้นดอกไม้สีเหลือง หนึ่งคือทุกครั้งที่ประชาชนคอยเฝ้ารับเสด็จในหลวง รัชกาลที่ 9 พวกเราจะสวมเสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนของพระองค์ท่าน วันนี้ประชาชนสวมเสื้อสีดำมาส่งเสด็จ การประดับพื้นที่โดยรอบด้วยสีเหลืองก็สื่อถึงพระองค์ท่านเช่นเดียวกัน โดยสวนนงนุชเตรียมพันธุ์ไม้ไว้มากกว่าจำนวนที่คาดว่าต้องใช้ เพราะเมื่อจัดตกแต่งจริงอาจใช้เพิ่มเติมให้แต่ละพื้นที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนพันธุ์ไม้นานาชนิดที่ใช้ประดับพระเมรุมาศ จะคัดเลือกให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เพื่อถวายแด่ในหลวง ร.9 ทรงสถิตในดวงใจพสกนิกรไทยตลอดไป” กัมพล กล่าวสรุป

ดอกไม้สีเหลือง3 ชนิดในเขตรั้วราชวัติ

ดร.ประภัสสร อารยะกิจเจริญชัยนักวิชาการไม้ดอก มูลนิธิโครงการหลวงกล่าวว่าเมื่อต้นปี 2560 โครงการหลวงได้รับการประสานจากกรมศิลปากร ให้ร่วมส่งไม้ดอกสีเหลืองตกแต่งพระเมรุมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร โดยได้ดำเนินการคัดเลือกดอกไม้เมืองหนาว 3 ชนิด ที่มีคุณสมบัติทนความร้อนได้ดีที่สุด ได้แก่ เบญจมาศ โซลิกแอสเทอร์ และเดเลีย ชนิดละ3,000 กระถาง จำนวนทั้งสิ้น 9,000 กระถาง สำหรับตกแต่งพระเมรุมาศในเขตรั้วราชวัติ

“โครงการหลวงได้เลือกเบญจมาศเป็นดอกไม้หลักในการประดับตกแต่งพระเมรุมาศเนื่องจากเป็นพืชที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานให้แก่ชาวบ้านเพื่อปลูกเป็นอาชีพและเป็นไม้ดอกที่ทนความร้อนได้ดี ซึ่งเหมาะแก่การประดับตกแต่งในพื้นที่กลางแจ้ง โดยเลือกเบญจมาศ 6 สายพันธุ์ ที่มีสีเหลือง แบ่งเป็นพันธุ์ต้นสูง 2 สายพันธุ์ และพันธุ์กระถาง 4 สายพันธุ์”

เบญจมาศเป็นไม้ดอกหลัก ที่โครงการหลวงส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพตั้งแต่ปี 2528 และเป็นไม้ดอกเมืองหนาวจากต่างประเทศชนิดแรกๆ ที่นำมาปลูกทดสอบในประเทศไทย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโครงการหลวง ปัจจุบันเบญจมาศเป็นรายได้หลักของเกษตรกรที่อยู่ในความดูแลของโครงการหลวง

“สำหรับโซลิกแอสเทอร์ โครงการหลวงเคยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ส่งเสริมแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังนิยมปลูกเป็นอาชีพ โดยเมื่อโซลิกแอสเทอร์ออกดอกสะพรั่งพร้อมกัน จะเป็นสีเหลืองอร่ามคล้ายสีทองคำ และชนิดสุดท้าย เดเลีย มีความโดดเด่นเรื่องความสวยงามของรูปทรงดอก โดยได้คัดเลือก 2 สายพันธุ์ ที่มีกลีบดอกหนาและดก เพื่อให้ทนกับอากาศร้อนได้ดี ไม้ดอกทั้ง 3 ชนิดโครงการหลวงได้นำต้นพันธุ์ไปให้เกษตรกรปลูก จากนั้นซื้อกลับคืนเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกร” ดร.ประภัสสร กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม จากสภาวะฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความคงทนของไม้ดอกที่นำไปตกแต่งพระเมรุมาศ โดยเฉพาะดอกเดเลียที่ค่อนข้างบอบบาง ทว่าโครงการหลวงได้สำรองไม้ดอกทั้ง 3 ชนิดไว้ เพื่อนำไปสลับปรับเปลี่ยนและคงความสวยงามไว้ตลอดงานพระราชพิธี

นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้ประสานให้โครงการหลวงนำผักไปประดับตกแต่งเพิ่มเติม สรุปได้คัดเลือกกะหล่ำปลี (เขียวและแดง) ผักกาดกวางตุ้ง โอ๊คลีฟเขียว และโรสแมรี โดยทั้งหมดเป็นผักที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเช่นกัน

3 พันธุ์ข้าวเฉลิมพระเกียรติ

หลังจากที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้ออกแบบพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยนำคติความเชื่อโบราณราชประเพณี พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาจัดแสดงผ่านการก่อสร้างและปรับแต่งภูมิทัศน์นั้น

กรมการข้าว ได้คัดเลือกข้าวเฉลิมพระเกียรติ 3 สายพันธุ์ ให้กรมศิลปากรจัดภูมิสถาปัตยกรรมแปลงนาข้าวรอบพระเมรุมาศ ที่จะจัดแสดงบริเวณพื้นที่ด้านนอกรั้วราชวัติด้านทิศเหนือ ทางเข้าออกของพระเมรุมาศ โดยบริเวณขอบคันนาออกแบบเป็นสัญลักษณ์เลขเก้าไทยสีดินทอง ที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณอันนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีของพสกนิกรชาวไทย โดยใช้กลุ่มพันธุ์ข้าวที่มีกลิ่นหอม 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ระยะต้นกล้า คือ พันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นตัวแทนของข้าวภาคกลางซึ่งนิยมปลูกกันมาก เมื่อปลูกแล้วจะมีทรงกอตั้ง ใบสีเขียวมีขนเหมาะที่จะนำมาจัดแสดงในระยะต้นกล้า

ระยะแตกกอ คือ พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ105 เป็นตัวแทนของข้าวในภาคอีสานและเหนือ ที่นิยมปลูกข้าวพันธุ์นี้กันมากถึง 1 ใน 3ของพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ หรือราว 25 ล้านไร่เมื่อนำมาจัดแสดงระยะแตกกอ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมาจากลำต้น

ระยะออกรวง คือ พันธุ์ข้าว กข 31 หรือพันธุ์ปทุมธานี 80 เป็นพันธุ์ข้าวที่ตั้งชื่อเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสในหลวง รัชกาลที่ 9 พระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เมื่ออยู่ในระยะออกรวงจะชูรวงสวยงาม ไม่โน้มรวงลงกับพื้นเหมือนพันธุ์อื่นๆ โดยในการจัดแสดงครั้งนี้ จะนำข้าวที่อยู่ในระยะพลับพลึงเกือบเป็นสีเหลืองทองมาจัดแสดงในแปลงนา

สุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่ส่งมอบข้าวขาวดอกมะลิ 105 เพื่อนำไปปลูกในแปลงนาข้าวรอบพระเมรุมาศ โดยข้าวสายพันธุ์นี้มีกลิ่นหอม ทนต่อสภาพดินเปรี้ยวและดินเค็มโดยเฉพาะข้าวที่ปลูกบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้จะมีความหอมโดดเด่นกว่าพื้นที่อื่นซึ่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นพื้นที่วิจัยและส่งเสริมให้เกษตรกรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 ไปอย่างกว้างขวาง

ข้าวทั้ง 3 สายพันธุ์ ล้วนใช้พื้นที่ทดลองและขยายพันธุ์ในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา จนเกิดสายพันธุ์ที่ดีในการเพาะปลูก ทำให้ชาวนามีรายได้มั่นคงและมีความร่มเย็นเป็นสุข โดยคาดว่าช่วงพระราชพิธีระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.นี้ แปลงนาจะเป็นทุ่งรวงทองที่มีกลิ่นหอม สะท้อนความร่มเย็นแห่งแผ่นดินรัชกาลที่ 9

การจัดสวนและการประดับตกแต่งพันธุ์ไม้ในพระราชพิธีเป็นอีกหนึ่งส่วนของงานที่ยิ่งใหญ่ความเรียบง่ายและเป็นอันหนึ่งอันเดียวของสีสันพันธุ์ไม้ ส่งเสริมให้ภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศงดงาม และยิ่งใหญ่สมพระเกียรติในหลวงรัชกาที่ 9 ผู้เป็นดั่งดวงใจของพสกนิกรไทยทั้งชาติ

 

Leave a comment